ในการสัมมนาเรื่อง "การปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ" ของ คณะกรรมาธิการการกฎหมาย
กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น ประเด็นหลักที่มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อปรับปรุงพัฒนางานตำรวจให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มีด้วยกัน 2 ส่วนใหญ่ๆ
+++ หนึ่ง คือ "บุคลากรตำรวจ" ซึ่งมีการพูดถึงเรื่อง "คุณธรรม" ในการแต่งตั้งโยกย้าย การป้องกันการเมืองแทรกแซง รายได้ สวัสดิการ
+++ สอง คือ "ระบบงานตำรวจ" วงถกพูดถึงประเด็นสำคัญๆ คือ "กระจายอำนาจ" และ "ถ่ายโอนภารกิจ"
+++ หลายคนคงรู้สึกว่า 2 เรื่องนี้ พูดวนไปเวียนมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว สุดท้ายก็ไปไม่ถึงไหนเสียที โดยเฉพาะกรณี "ถ่ายโอนภารกิจ" ซึ่ง "กรุงเทพธุรกิจ" เคยนำเสนอเพื่อชี้ให้เห็นว่า "กฎหมาย" ที่เกี่ยวข้องกับตำรวจระบุไว้ชัดเจนมาร่วม 10 ปีแล้วว่าให้ถ่ายโอนภารกิจไป แต่ปัญหาไม่ได้เกิดแต่ตำรวจฝ่ายเดียว จะว่าไปหน่วยงานที่จะรับโอนภารกิจก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา
+++ สัปดาห์นี้จึงขอใช้พื้นที่นี้เก็บตกรายละเอียดมาบอกเล่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในการถ่ายโอนภารกิจตำรวจไปให้หน่วยงานอื่นตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา
+++ การปฏิรูปตำรวจนั้นถูกระบุไว้ในกฎหมาย 2 ฉบับ 1.พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 5 พ.ศ.2545 มาตรา 3/1 วรรคหนึ่ง 2.พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 มาตรา 46 และ 56
+++ โดยเฉพาะมาตรา 56 ระบุชัดเจนว่า ภายใน 2 ปีให้รัฐบาลเสนอกฎหมายเพื่อโอนภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มิใช่ภารกิจหลักไปเป็นของส่วนราชการอื่น แล้ว "ภารกิจหลัก" ของตำรวจมีอะไรบ้าง ดูได้ที่ มาตรา 6 พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มีด้วยกัน 6-7 ข้อ หลักๆ คือ ป้องกันปราบปรามการกระทำผิดทางอาญา และรักษาความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของราชอาณาจักร
+++ ที่ผ่านมามีอะไรที่ไม่ใช่ภารกิจหลักตำรวจที่ถูกโอนไปให้หน่วยงานอื่นแล้วบ้าง เอกสารศึกษาของ "คณะอนุกรรมาธิการกิจการตำรวจ" สนช. สรุปไว้ มีดังนี้ งานเทศกิจ-ดับเพลิงไปให้กทม.และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, งานทะเบียนขนส่งและยานพาหนะไปให้กระทรวงคมนาคม, ทะเบียนปืน โรงรับจำนำ โรงแรม ค้าของเก่า สมาคม คนต่างด้าวไปให้กระทรวงมหาดไทย, งานทะเบียนภาพยนตร์-เทปโทรทัศน์ไปให้กระทรวงวัฒนธรรม
+++ หลัง คมช.รัฐประหาร ปี 2549 รัฐบาลยุคนั้นสั่งตั้ง "คณะกรรมการพัฒนาระบบงานตำรวจ" นับเป็นครั้งแรกที่มีการศึกษาวิจัยระบบตำรวจอย่างครอบคลุม โดยการศึกษาเรื่อง "ความเป็นไปได้ในการโอนภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ" ปี 2550 ซึ่งอาจารย์จุฑารัตน์ เอื้ออำนวย เป็นหัวหน้าคณะผู้วิจัย ดำเนินการไว้นั้น ได้สอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าพร้อมรับโอนภารกิจหรือไม่อย่างไร
+++ สรุปว่า ส่วนใหญ่พร้อมรับงานบริการ อนุญาต และทะเบียน ส่วนงานตรวจ-จับกุมขอทำคู่ขนานกับตำรวจ ส่วนงาน "สอบสวน" ให้ตำรวจทำฝ่ายเดียวเพราะไม่พร้อมและไม่คุ้มค่าในการพัฒนาระบบ
+++ ทั้งนี้ หน่วยงานที่ต้องการรับโอนงานจับกุมและสอบสวน ซึ่งแจ้งว่าพร้อมใน 3 ปี คือ กระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงาน และกระทรวงวัฒนธรรม ส่วนหน่วยที่แจ้งพร้อมใน 5 ปี ได้แก่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ และกระทรวงอุตสาหกรรม แต่จนถึงวันนี้ก็ทำแบบคู่ขนานกับตำรวจ แต่ไม่นำคดีไปสอบสวนเอง
+++ หน่วยที่รับโอนงานจับและสอบสวนไปแล้วมี ดีเอสไอ กลาโหม ไอซีที ส่วนมหาดไทยแจ้งว่าพร้อมใน 1 ปี แต่ทุกวันนี้ก็ยังทำเฉพาะคดีปรับอย่างเดียว
+++ ทุกวันนี้ตำรวจจึงเป็นที่ "รับฝากงาน" อยู่ ทางออกของปัญหานี้มีการเสนอให้หน่วยราชการที่ยังไม่เอาภารกิจไปต้องมาเป็น "หุ้นส่วน" สนับสนุนงบประมาณให้ตำรวจ เหมือนกับ ตำรวจทางหลวง ตำรวจรถไฟได้รับงบจากกระทรวงคมนาคม ตำรวจท่องเที่ยวได้รับงบจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือตำรวจปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้รับงบสนับสนุนจากไอซีที เป็นต้น









