อุ่นเครื่องเบาๆ ด้วยข่าวการมาถึงยุคการตลาดออนไลน์
รวมถึงนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย ดิจิทัลอิโคโนมี ได้พักใหญ่แล้ว ถึงคราวที่ผู้ประกอบการทั้งหลายต้องเตรียมเปิดใจรับมือสู่ยุค Digital of Things ( IoT) สู่เวทีโลกกันบ้าง โดยเฉพาะการติดตามข่าวสารสินค้าและบริการใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นจากเทคโนโลยี IoT หรือสร้างโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมกับพันธมิตร เพื่อวางแผนรับมือกับคู่ค้า คู่แข่งและการผลิตในอนาคต
ปีที่ผ่านมา ผลสำรวจของบริษัทซิสโกต่อกลุ่มตัวอย่างธุรกิจ 1,230 ราย ระบุว่า 86% ของธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรม 79%ของกลุ่มรีเทลและ 91% ของกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซ ล้วนต้องการเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยี IoT ในช่วง 3 ปีข้างหน้า เป็นแนวโน้มที่ชัดเจนเมื่อผลลพธ์ที่จะเกิดขึ้นย่อมส่งผลตรงกับพฤติกรรมผู้บริโภคทั้งหลายในเร็ววันนี้
สำหรับผู้ประกอบการของไทย มีปัจจัยที่ควรทำความเข้าใจเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกระแส IoT ในเบื้องต้นดังนี้
การเชื่อมต่อของข้อมูล
ซิสโกผู้ผลิตอุปกรณ์เน็ตเวิร์ครายใหญ่ของโลกประมาณว่าในปี 2558 นี้ จะมีจำนวนอุปกรณ์หรือสิ่งของที่สื่อสารถึงกันกว่า 25,000 ล้านชิ้น และในปี 2563 จำนวนจะเพิ่มขึ้นเป็น 50,000 ล้านชิ้น โดยในเดือนต.ค. 2556 - 2557 มีการเชื่อมต่อของข้อมูล สิ่งของและกระบวนการต่างๆ เกิดขึ้นกว่า 13,600 ล้านชิ้นแล้ว
สิ่งของที่เชื่อมต่อกันในที่นี้ ไม่ได้จำกัดวงแค่สมาร์ทโฟน หรือแทบเล็ต แต่จะเป็นทุกสรรพสิ่งที่ถูกเชื่อมต่อถึงกันด้วยเซ็นเซอร์ ทำให้อุปกรณ์สามารถสื่อสารถึงกันเองในลักษณะที่เรียกว่า "M2M Connection" ซึ่งเป็นพื้นฐานของ IoT และกลายเป็นโจทย์ให้อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ไอทีและเน็ตเวิร์ค รวมถึงสมาร์ทโฮม และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
นอกจากนี้ ยังมีบรรดาอุตสาหกรรมอีกจำนวนมากที่เร่งออกแบบและสร้างสรรค์การใช้งานที่ให้เทคโนโลยี IoT มาเป็นส่วนประกอบให้ผลิตภัณฑ์และบริการ ให้สามารถทำงานสนองความต้องการของผู้บริโภคได้
วิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมาก
เมื่อมีการสื่อสารระหว่างสิ่งของจำนวนมาก เท่ากับจะมีการผลิตข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีอย่าง Big Data เพื่อจัดเก็บและสืบค้น นอกจากต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลที่ถูกจัดเก็บไว้ในระบบแล้ว คงดีไม่น้อย หากเรานำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ให้เกิดประโยชน์และมีประสิทธิภาพที่สุดต่อองค์กรต่อไป องค์กรจึงควรวางแผนระบบสารสนเทศและสโตร์เรจเพื่อรองรับการใช้งานและเทคโนโลยีอย่าง Big Data เป็นอย่างดี
หนึ่งในผู้ที่เห็นประโยชน์ดังกล่าว ได้แก่ วอลมาร์ท รีเทลสโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่เตรียมพื้นที่เก็บข้อมูลถึง 2.5 เพต้าไบต์ในทุกชั่วโมง
มาตรฐานและความปลอดภัย
ช่องว่างในโลกธุรกิจ มีพื้นที่ให้อุตสาหกรรมและนักออกแบบหน้าใหม่มีส่วนร่วมพัฒนาเทคโนโลยีอยู่เสมอ สำหรับเทคโนโลยี IoT มีกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ ผู้นำเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มพันธมิตร เพื่อหารือกำหนดมาตรฐานการสื่อสารและการผลิตอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรม IoT ตลอดจนการสื่อสารระหว่างข้อมูล ซึ่งผู้ผลิตในบ้านเราควรให้ความสนใจ เข้าร่วมหรือติดตาม เพื่อสามารถปรับการขบวนการผลิตหรือผลิตภัณฑ์ให้ได้ประโยชน์จากนวัตกรรม IoT
เมื่อกล่าวถึงความปลอดภัยของข้อมูลและมาตรฐานด้านการรักษาความปลอดภัย ของระบบในอีโคซิสเท็มของ IoT นับว่ายังอยู่ในช่วงเริ่มเต้น เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาในแพลตฟอร์มที่มีอยู่หลากหลายและเกี่ยวข้องกับผู้ใช้งานจำนวนมาก การกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว ของข้อมูลจึงเป็นประเด็นที่ท้าทายของเทคโนโลยี IoT ในขณะนี้
การลงทุนด้านนวัตกรรม
แผนงานและการลงทุนเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้การดำเนินงานและการใช้เทคโนโลยีเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน ผู้นำองค์กรจึงต้องเข้าร่วมและเข้าใจเพื่อกำหนดนโยบายและแผนการลงทุนที่เหมาะสมในระยะยาวให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การแข่งขันทางธุรกิจต่อจากนี้ คือ การลงทุนสำหรับนวัตกรรม IoT ทั้งด้านเทคโนโลยี ระบบสารสนเทศและซอฟต์แวร์ อุปกรณ์ รวมถึงนักออกแบบและนักพัฒนาตลอดจนบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถรองรับการใช้งานและการผลิต กลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในต่างประเทศ อาทิ ซัมซุง แอลจี จีอีและเอชทีซี ต่างเข้าร่วมกับพันธมิตรเพื่อกำหนดทิศทางของ IoT ซึ่งจำเป็นต้องมีการวางแผนการลงทุนทั้งระยะสั้นระยะยาวกับเทคโนโลยีและบุคลากรของตน
แม้จะดูว่าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรม IoT ดูจะไกลตัวเรา แต่สำหรับองค์กรที่มีแผนขยายธุรกิจสู่กลุ่มประเทศใน AEC เชื่อว่านวัตกรรม IoT คงถูกนำมาใช้ในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านเพื่อชิงความได้เปรียบและการเป็นผู้นำของเทคโนโลยีในภูมิภาคนี้
ดังนั้น นักธุรกิจและกลุ่มอุตสาหกรรมในบ้านเราไม่ควรนิ่งนอนใจ แต่ควรพิจารณาร่วมกับกลุ่มคู่ค้ารายใหญ่จากต่างประเทศ หารือกลยุทธ์ในการเปิดโอกาสธุรกิจและแสดงความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมในกลุ่มประเทศ AEC ของเรา









