วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปัจจัยที่ทำให้มีประชาธิปไตย

การเลือกตั้งในหนึ่งวันเพื่อให้ได้มาซึ่งนักการเมืองเข้ามามีอำนาจปกครองประเทศเป็นรูปแบบที่ให้อำนาจแก่คนไทย

เพียงวันเดียว หลังจากนั้น ในเวลาที่เหลืออีก 4 ปี อำนาจเหล่านั้นก็ถูกแย่งไปโดยนักการเมืองที่ชนะการเลือกตั้ง หลายปีที่ผ่านมา เรามีนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งส่วนใหญ่ที่มักจะมุ่งแสวงหาความร่ำรวยให้กับตนเองจากอำนาจที่ได้มาจากการเลือกตั้งนี้ ความร่ำรวยเหล่านี้ได้มาจากการปล้นเอาทรัพย์สมบัติของชาติหรือก็คือสมบัติของคนไทยทั้งชาติ เป็นเงินภาษีที่คนไทยทุกคนต้องร่วมกันชำระตามกฎหมาย

นักการเมืองเหล่านี้กล่าวได้ว่าเป็นพวกที่มีพฤติกรรมความเป็นโจร เพื่อเงิน และอำนาจเขาจึงพยายามชนะเลือกตั้งเพื่อเข้ามาทำงานทางการเมือง ไม่ใช่เพื่อชาติ อย่างที่เขามักกล่าวอ้าง ในอดีตที่ผ่านมาเราจะเห็นนักการเมืองหลายๆ คนที่เข้ามาทำงานการเมืองแล้วร่ำรวยมหาศาลจากพฤติกรรมโจรเช่นนี้ แม้เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งที่ผ่านมาเรามีรัฐบาลที่ประกอบด้วยรัฐมนตรีที่เป็นโจรปล้นชาติที่มักมีสัดส่วนมากกว่ารัฐมนตรีที่ดีมีความซื่อสัตย์ที่มีปนกันมาบ้างเพื่อสร้างผลงานเพื่อปกปิดความเลวที่ซ่อนอยู่ การปกครองลักษณะนี้มีภาษาอังกฤษเรียกการปกครองนี้ว่า Kleptocracy แปลว่า โจราธิปไตย แปลว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของโจร โดยที่โจรเหล่านี้ล้วนเข้ามามีอำนาจบริหารประเทศจากการเลือกตั้ง ดังนั้น ตลอดหลายสิบปีที่เรามีการเลือกตั้ง เวลาใดเรามีโจราธิปไตยบ้าง มีเวลาใดเรามีประชาธิปไตยบ้าง

การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ คนไทยต้องเข้าใจว่าเป็นการใช้เงินของคนไทยทั้งประเทศที่ร่วมกันเสียภาษี ไม่ใช่เงินหลวง ไม่ใช่เงินของรัฐบาล ผู้บริหารรัฐบาลควรต้องใช้เงินนี้อย่างคุ้มค่าที่สุด ให้เป็นประโยชน์กับประชาชนเจ้าของประเทศมากที่สุด แต่ที่ผ่านมาจากการศึกษาของมหาวิทยาลัยหอการค้า พบว่าการที่เอกชนจะได้มาซึ่งการขายสินค้าให้รัฐหรืองานรับจ้างสร้างสิ่งก่อสร้างจากรัฐ ล้วนต้องให้เงินสินบน 30-50% ของมูลค่าโครงการ คิดจากงบประมาณในแต่ละปี พอสรุปได้ว่า เงินที่โจรเหล่านี้ปล้นไปเข้ากระเป๋าตนเองนั้น ปีหนึ่งๆ มีมากกว่า 80,000 ล้านบาท การทุจริตคอร์รัปชัน คือการลักทรัพย์ ของคนไทยทุกๆ คน เป็นพฤติกรรมของโจร

แม้มีตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีก็ตาม การทุจริตคอร์รัปชันก็ทำให้คนเหล่านี้ไม่แตกต่างจากโจรที่ลักขโมยทรัพย์ตามบ้านของผู้อื่น คนไทยมักโกรธแค้น เจ็บใจ เมื่อมีโจรมาปล้นเอาทรัพย์สินในบ้านตนเองไป แต่กับโจรนักการเมืองที่ปล้นชาติ ปล้นคนไทยทุกๆ คนทั้งชาติ เรากลับไม่โกรธแค้น เรายังกลับยกย่องให้เกียรติโจร เพราะเขามีเงิน มีอำนาจ และรู้ว่าเขา ยังจะชนะเลือกตั้งได้อีกด้วยเงินที่เขาโกงกินมาจำนวนมากมาย และคนไทยบางคนเห็นว่าการเข้าร่วมกับโจรนักการเมืองจะทำให้ตนร่ำรวยด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้ การมีประชาธิปไตยในไทยย่อมเป็นสิ่งที่ไม่อาจคาดหวังได้ เพราะโจรเหล่านี้ยังจะหวนกลับมาครอง อำนาจการปกครองไว้ได้โดยตลอดทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ปัจจัยสำคัญเพื่อการไม่มีโจราธิปไตยคือมีกลไกหรือระบบกฎหมายป้องกันไม่ให้โจรเข้ามามีอำนาจ หรือเมื่อเข้ามามีอำนาจก็มีกลไกป้องกันไม่ให้ปล้นชาติได้ง่าย หรือทำโทษได้อย่างสาหัสกับโจรเหล่านี้ เช่น ยึดทรัพย์ทั้งหมดของเขาและของครอบครัว ประณามให้เสียชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล เป็นต้น

ระเบียบพัสดุสำนักนายก 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เป็นระเบียบที่ใช้ในการควบคุม การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ แต่จากการศึกษาของคณะอาจารย์นิติศาสตร์จุฬาฯ ภายใต้การสนับสนุนทางการเงินโดย ป.ป.ช. พบว่า ระเบียบนี้มีช่องทางที่นักการเมืองใช้ในการทุจริตได้แบบไม่ผิดระเบียบ และเมื่อไม่ผิดระเบียบจะไม่มีการตรวจสอบแต่อย่างใด การทุจริตจึงทำได้โดยไม่ผิดกฎหมาย และสามารถโกงกินเท่าไหร่ก็ได้สุดแต่ใจจะไขว่คว้า ทั้งนี้ เพราะว่าระเบียบนี้

1. กำหนดให้อำนาจรวมศูนย์อยู่ที่คนคนเดียว อันอาจเป็นรัฐมนตรี หรือคนกลุ่มเดียว ในการตัดสินใจทุกๆ เรื่อง ตั้งแต่การกำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิร่วมประมูล อาจกำหนดให้เฉพาะพวกตัวเองมีสิทธิ กฎเกณฑ์พิจารณาการเลือกผู้ชนะอาจกำหนด อย่างไม่ยุติธรรม หลักเกณฑ์การส่งมอบงานอาจกำหนดให้สร้างปัญหา ฯลฯ โดยทั้งหมดนี้โต้แย้งไม่ได้ และไม่ต้องให้เหตุผลใดๆ เลย เพราะทำได้เป็นความลับด้วยซ้ำ ทำให้การตรวจสอบทำได้ยาก หรือทำไม่ได้เลย ยิ่งหากเป็นคำสั่งจากรัฐมนตรี ย่อมไม่มีใครกล้ามีความเห็นโต้แย้ง เอกชนที่ไม่ได้รับความ เป็นธรรมก็ไม่อาจ โต้แย้งได้ เพราะไม่มีกลไกสร้างความยุติธรรมใด ๆ เลย

2. คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ แม้มีอำนาจรับเรื่องราวร้องเรียนและไกล่เกลี่ย ก็ไม่ กล้าทำหน้าที่นี้ โดยเฉพาะหากรัฐมนตรีเป็นเจ้าของโครงการ เอกชนร้องเรียนถึงความไม่เป็นธรรมใดๆ มักเลือกที่จะเพิกเฉย เพราะอำนาจรัฐมนตรีใหญ่ค้ำฟ้า

3. เปิดโอกาสให้มีการใช้สายสัมพันธ์ส่วนบุคคล เล่นพรรคเล่นพวก เพื่อร่วมกันทุจริต ปล้นเงินของคนไทยโดยไม่ผิดระเบียบพัสดุฯ

4. สามารถใช้วิธีพิเศษได้ง่าย ซึ่งวิธีนี้จะไม่มีการประมูลแข่งขัน สามารถซื้อหรือจ้างเอกชนรายใดก็ได้ ราคาเท่าใดก็ได้ จะแพงอย่างไรก็ได้หมด เป็นอันถูกต้องตามระเบียบทั้งสิ้น วงเงินก็ไม่จำกัด จะเป็นหลายหมื่นล้านอย่างในโครงการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิก็ย่อมทำได้อย่างถูกระเบียบ โดยในระเบียบพัสดุกำหนด เงื่อนไขข้อ 23 วิธีการข้อ 57 ให้เจ้าหน้าที่พัสดุรายงานรัฐมนตรีหรือหัวหน้าส่วนราชการมาว่า “ดำเนินการโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลดี” หรือ “เร่งด่วนช้าเสียหาย” หรือ “ซื้อเพิ่ม”

5. ระยะเวลาระหว่างวันประกาศกับวันประมูลมักกำหนดไว้สั้นมาก กำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 7 วัน คนร่วมทุจริตจะล่วงรู้ก่อน ทำให้เตรียมตัวก่อนได้นานกว่าคนอื่น อย่างนี้ย่อมไม่ยุติธรรมกับเอกชนที่รู้ช้า ไม่มีเวลาเตรียมการพอที่จะเข้าร่วมแข่งขัน

6. ระเบียบพัสดุสำนักนายกฯ มีลำดับศักดิ์ต่ำกว่าพระราชบัญญัติ ทำให้ไม่สามารถกำหนดโทษทางแพ่งและอาญาได้ในตัวเอง ต้องอาศัยกฎหมายฉบับอื่นที่ทุกวันนี้มักถูกแทรกแซงจากนักการเมืองเพื่อให้ได้รับโทษที่เบากว่าได้ ที่ผ่านมานักการเมืองที่ถูกศาลตัดสินว่าทุจริต มักถูกปรับน้อยกว่าเงินที่โกงไป คือมีเงินเหลือ สามารถนำไปเสวยสุขในต่างประเทศ อยู่อย่างราชา ในขณะนี้ ก็มีหลายๆ ราย โทษจำคุกมีไว้หลอกประชาชน เพราะไม่เคยเอานักการเมืองเข้าคุกได้เลย ล้วนล่วงรู้ก่อนวันอ่านคำตัดสินของศาลว่าจะติดคุก ก็นำเงินที่โกงมาหนีไปต่างประเทศกันหมด เมื่อโทษเบาทุกคนก็กล้าที่จะเสี่ยงโกงกิน อีกทั้งจะประณามในที่สาธารณะก็ทำไม่ได้ เพราะมีกฎหมายหมิ่นประมาทคุ้มครองอยู่ ทำให้คนไทยส่วนใหญ่ไม่อาจรู้ได้ชัดว่า นักการเมืองที่ต้องโทษทำผิดอะไร

ด้วยเหตุนี้ ประเทศไทยควรมีกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่ป้องกันการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างที่มีในประเทศที่เจริญแล้ว พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างที่ร่างตามกฎหมายต่างประเทศนี้จะสามารถป้องกันการทุจริตได้มาก อาศัยการสร้างความโปร่งใส มุ่งเน้นให้ข้อมูลแก่สาธารณชนโดยเปิดเผย ไม่ปิดบัง ไม่ให้เอกชนรายใดที่สนใจร่วมแข่งขันรู้ในสิ่งที่รายอื่นๆ ไม่รู้ ให้ความยุติธรรมแก่เอกชนทุกรายที่สนใจร่วมประมูล กำหนดประมวลจริยธรรมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ พัสดุ และเอกชน มีบทกำหนดโทษแก่ทุกฝ่ายรวมทั้งเอกชนหากกระทำความผิด กำหนดกลไกระงับข้อพิพาทที่รวดเร็ว ยุติธรรม เป็นที่ยอมรับได้ จากทุกฝ่ายเพราะทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานเหตุผลและความถูกต้องที่เป็นกติกาสากล

หากยังใช้ระเบียบพัสดุฉบับที่ใช้อยู่ การทุจริตย่อมมีได้แม้ในรัฐบาลนี้ เพราะว่า ระเบียบนี้ป้องกันการทุจริตไม่ได้ และหากมีการทุจริตบางครั้ง ผู้นำประเทศก็ไม่อาจล่วงรู้ได้ง่าย พิสูจน์ได้ยาก เพราะทำได้โดยไม่ผิดระเบียบ ทั้งหมดนี้จะทำให้ประเทศไทยยังคงไม่มีประชาธิปไตย มีแต่โจราธิปไตย

ประเทศไทยมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจตั้งแต่ปี 2000 - 2011 เฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 1.1 ซึ่งนับว่าต่ำกว่าทุกประเทศในอาเซียน การพัฒนาทาง เศรษฐกิจต่อไปต้องคำนึงถึงเรื่องคอร์รัปชันนี้เป็นสำคัญ ดังคำกล่าวของประธานาธิบดีลี กวน ยู ที่กล่าวไว้ในปี 2005 ว่า

“เทคโนโลยีและโลกาภิวัตน์ส่งเสริมให้ทุกประเทศมีความสามารถในการแข่งขันเท่า เทียมกันเพราะสินค้าและบริการไม่ว่าจะผลิตที่ใดก็จะเหมือนกัน ตำแหน่งที่ตั้งของประเทศ สภาพภูมิอากาศ และทรัพยากรธรรมชาติของประเทศจะไม่ใช่ปัจจัยที่สร้างความได้เปรียบอีกต่อไป แต่มีปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ได้เปรียบในการแข่งขันคือ จริยธรรมของผู้นำประเทศ รัฐบาลที่มีความซื่อสัตย์ ประกอบกิจเพื่อประเทศชาติ มีความสามารถ สร้างการทำงานของรัฐที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และ สร้างระเบียบ กฎหมายที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของเหตุผล บนความถูกต้องที่ทุกฝ่ายหวังได้ คาดเดาได้ และยอมรับได้ เหล่านี้คือการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในปัจจุบัน”

นอกจากนี้ท่านยังได้กล่าวในปี 1987 เรื่องการปราบปรามคอร์รัปชันว่า

พลังสำคัญที่มีอานุภาพที่สุดที่จะต่อต้านคอร์รัปชันคือ ทัศนคติของสังคมที่จะร่วมกันประณาม และสาปแช่งบุคคลที่กระทำผิดในลักษณะที่จะสามารถทำให้คอร์รัปชันเป็นความผิดมหันต์ที่ทุกคนในประเทศ หรือคนส่วนใหญ่ยอมรับไม่ได้ และตราบาปสำหรับผู้กระทำผิด ต้องไม่สามารถล้างออกได้ด้วยเพียงคนผิดผู้นั้นรับการถูกจองจำตลอดชีวิตและถูกยึดทรัพย์ทั้งหมดเท่านั้น