กติกาของคนในชาติ กำลังร่างขึ้นโดยกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเริ่มลงรายละเอียดตามมาตรากันแล้ว
ในบางหมวดยกรัฐธรรมนูญเก่าปี 2550 มา บางมาตราตัดของเดิมเพิ่มของใหม่ เรียกว่า "รัฐธรรมนูญตัดแปะ"
นักร่างรัฐธรรมนูญ บ้านเรากาหัวได้เลยว่า พอได้มาเขียนกฎหมายสูงสุดประเทศ พวกเขาคิดอย่างไร คนจบเยอรมันก็เยินยอระบบเยอรมัน พวกจบอเมริกา ก็ว่าต้องเอาแบบอเมริกาซิ นอกจากนี้ยังมีพวกที่จบจากฝรั่งเศสบ้าง อังกฤษบ้าง ล้วนคิดแบบเดียวกันว่าของระบบนี้ดี ระบบนั้นดี
ตอนเขียนรัฐธรรมนูญอยู่นี้ ก็เป็นเช่นที่ว่ามา ต่างมองปัญหาเฉพาะปลายจมูกตัวเอง จากนั้นก็เริ่ม "มโน" ว่าต้องเป็นเช่นนั้นต้องเอาอย่างนี้จึงจะแก้ปัญหาประเทศไทยได้ แล้วที่ผ่านรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับหลังสุด ไม่ได้คิดอย่างนี้หรือชาติไทยจึงต้องมาเป็นแบบนี้
"ยกตัวอย่างเช่น บทบัญญัติ (1/2/2) 3 ตรงกับมาตรา 68 รัฐธรรมนูญ 2550 เขียนว่า "บุคคลจะใช้สิทธิ์หรือเสรีภาพในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ หรือให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ มิได้
ในกรณีที่บุคคลใดหรือกลุ่มบุคคลใดกระทำการตามวรรคหนึ่ง ผู้พบเห็นการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดได้ ในการนี้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจสั่งให้เลิกการกระทำดังกล่าว และสั่งการอื่นได้ ทั้งนี้ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยศาลรัฐธรรมนูญและวิธีการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ แต่การใช้สิทธิเช่นว่านี้ไม่กระทบกระเทือนการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำดังกล่าว"
กรรมาธิการฯ ได้ตัดอำนาจประชาชนในการร้องศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งให้ยุบพรรค และตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค 5 ปี ออกไป
เหตุผล คือ "เพื่อให้เกิดการสมดุลตามหลักการพื้นฐานในโลกที่คุ้มครองระบอบประชาธิปไตย เนื่องจากการยุบพรรค เป็นหลักการที่ไม่ถูกต้อง ไม่ก่อให้เกิดการพัฒนา อีกทั้งยังทำให้เกิดความขัดแย้งของฝ่ายต่างๆ ที่รุนแรง"'
อะไรคือความสมดุล?
นักร่างรัฐธรรมนูญ กำลังใช้อะไรชี้วัดว่า การไม่ยุบพรรค และตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค จะคุ้มครองระบอบประชาธิปไตย
เท่าที่ได้คำอธิบาย จากกรรมาธิการฯ ได้ยกตัวอย่างเหตุการณ์การเมืองเยอรมัน ช่วง ค.ศ.1919 ที่มีการลงมติเปลี่ยนแปลงระบบปกครองไปเป็นระบอบเผด็จการโดยรัฐสภา ทำให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 สาเหตุเพราะเยอรมัน ไม่มีกลไกปกป้องรัฐธรรมนูญ
ถ้าย้อนไปในปี ค.ศ.1919 "ฮิตเลอร์" ที่มีอำนาจล้นมือ จะฟังเสียงคนเยอรมันไหม แล้วในเมืองไทย ช่วงพรรคไทยรักไทย ยึดเสียงข้างมากในสภา นายกฯตอนนั้น เขาฟังเสียงสภา หรือฟังเสียงประชาชนหรือไม่ เช่นเดียวกัน เสียงข้างมากในสภาฯ ฟังเสียงประชาชน ที่ไม่เห็นด้วยกับพ.ร.บ.นิรโทษกรรม แบบสุดซอยหรือไม่
นี่ต่างหากที่สร้างปัญหาให้การเมืองไทย คือ ใช้อำนาจสนองผลประโยชน์ตนเองและพวกพ้อง อย่างนี้ต้องรักษาพรรคการเมืองนั้นไว้เพื่อให้เกิด "ความสมดุลตามหลักการพื้นฐานในโลกที่คุ้มครองระบอบประชาธิปไตย" หรือไม่
สิ่งที่กรรมาธิการ อ้างว่า ที่เขียนอย่างนั้นเพื่อเชื่อมโยงไปยังประชาชน ต่อการทำหน้าที่ปกป้องกฎหมายสูงสุดของประเทศ ไม่จำกัดอยู่เฉพาะการกระทำของพรรคการเมือง แต่ยังขยายผลไปยังปัจเจกบุคคล ที่ได้กระทำการอันเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยด้วย
ที่ผ่านมาปัจเจกบุคคล หากไม่มีอำนาจในมือฉีกรัฐธรรมนูญไม่ได้อยู่แล้ว การเขียนรัฐธรรมนูญไว้อย่างนี้ แปรเจตนาเป็นอื่นไม่ได้ นอกจากหวังปกป้องนักการเมือง พรรคการเมือง






