ในปีใหม่นี้เราจะได้เห็น ระบบปฏิบัติใหม่ล่าสุดจาก Microsoft นั้นคือWindows 10 แน่ๆ
สวัสดีปีใหม่ครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ฉบับแรกของปีใหม่ที่เรามาพบกันนั้นผมขอพาท่านผู้อ่านไปลองดูการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่สำคัญที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 นี้ และน่าจะกระทบกับชีวิตเราบ้างไม่มากก็น้อยครับ แล้วพอสิ้นปีเรามาลองดูกันนะครับว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้เกิดขึ้นจริงหรือไม่
ขอเริ่มต้นด้วยสิ่งที่แน่ๆ ก่อนที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 จากสองยักษ์ใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยีคือMicrosoftกับAppleครับ ในปีใหม่นี้เราจะได้เห็น ระบบปฏิบัติใหม่ล่าสุดจาก Microsoft นั้นคือWindows 10แน่ๆ (อย่าเพิ่งตกใจว่าท่านพลาด Windows 9 ไปนะครับ Microsoft ตั้งใจข้ามจาก 8 ไป 10 เอง) หลายๆ ท่านที่ใช้ Windows 8 อยู่แล้วรู้สึกหงุดหงิดอยู่นั้น ก็คงต้องรอ Windows 10 ที่ทาง Microsoft จะนำพา Start Menu ที่เขาตั้งใจลืมไปใน Windows 8 กลับมาอีกครั้งหนึ่ง
สำหรับAppleนั้นก็ไม่ต้องโฆษณามากครับ เชื่อว่าสาวกทุกคนก็คงเฝ้ารอApple Watchที่ทาง Apple ได้ประกาศไว้ล่วงหน้าตั้งแต่สิ้นปีที่แล้ว ความสำเร็จของ Apple Watch ถือเป็นที่น่าเฝ้ามองครับ เนื่องจากเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ Apple นำเอาความสามารถหลักที่ตัวเองเชี่ยวชาญและโดดเด่นกระโดดจากอุตสาหกรรมเดิมเข้าสู่ธุรกิจใหม่ หลังจากที่ Apple เคยประสบความสำเร็จมาแล้วกับการกระโดดจากคอมพิวเตอร์สู่โทรศัพท์เคลื่อนที่ คราวนี้ต้องดูครับว่า Apple จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับธุรกิจนาฬิกาได้หรือไม่ หรือว่าจะเป็นการสร้างอุตสาหกรรมใหม่แบบที่ Apple เคยทำกับ iPad
ทีนี้มาดูเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่น่าจะมาในปีนี้ และอาจจะส่งผลกระทบกับพวกเรากันบ้างนะครับ เริ่มจากVirtual Assistantsที่เสมือนเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของเราที่อยู่บนโลกดิจิทัล ถ้าท่านผู้อ่านนึกภาพไม่ออกก็ขอให้นึกถึง Siri ของ Apple ดูก็ได้ครับ แต่ที่น่าสนใจไปกว่านี้คือเร็วๆ นี้ จะมี Virtual Assistants ที่มีความสามารถในการคาดเดาหรือพยากรณ์ (Predictive) ไว้ด้วยครับเช่น แทนที่จะตอบคำถามเราอย่างเดียว แต่ยังสามารถบอกได้ว่าจากกำหนดการในปฏิทินของเรานั้น เราจะออกจากบ้านแล้วเจอรถติดไหม หรือ สภาพอากาศที่เราจะไปเป็นอย่างไร เป็นต้น ถ้าท่านผู้อ่านนึกภาพไม่ออกลองเข้าไปหา ก็ต้องเฝ้าดูนะครับว่าระหว่าง Apple Siri, Google Now หรือ Microsoft Cortana ใครจะประสบความสำเร็จในเรื่องของ Predictive Virtual Assistant ก่อนกัน
อีกเทคโนโลยีหนึ่งที่น่าสนใจและอาจจะยังมาไม่ถึงเมืองไทยในปีนี้คือรถยนต์ที่ผนวกเข้ากับระบบปฏิบัติการในมือถือของเรา ในอนาคตเราอาจจะต้องเลือกซื้อรถยนต์ โดยดูว่าในรถคันดังกล่าวใช้ระบบปฏิบัติการใด ระหว่าง iOS หรือ Android เนื่องจากปัจจุบันทั้ง Apple และ Google ต่างหันไปจับมือกับค่ายรถต่างๆ และทำให้เราสามารถนำมือถือของเราเชื่อมต่อกับระบบปฏิบัติการของรถยนต์อย่างไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะเป็น CarPlay ของค่าย Apple หรือ Android Auto ของค่าย Google
เรามาดูที่ค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung บ้างนะครับ โดยเฉพาะทางด้านมือถือนั้น ปีนี้ถือเป็นปีที่จะเป็นบทพิสูจน์การบริหารของผู้บริหารมือถือ Samsung เลยครับ ในตลาดบนนั้นจากการเปิดตัวของ iPhone 6, 6+ ที่มาแรง ทำให้ Samsung ต้องเหนื่อยพอสมควร ดูได้จากยอด Activation ของมือถือต่างๆ ในช่วงเดือนธันวาคมครับ ปรากฏว่าอันดับหนึ่งคือค่าย Apple ด้วยตัวเลข 51.3% ตามมาห่างๆ ด้วย Samsung ที่ 17.7% แสดงให้เห็นว่าในช่วงเทศกาลที่ผ่านมา Apple มียอดเปิดใช้เครื่องใหม่มากกว่า Samsung
สำหรับตลาดกลางและล่างนั้น Samsung ก็ต้องเจอศึกหนักจากค่ายมือถือจากประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็น Lenovo หรือ Xiaomi ที่ล่าสุดพึ่งระดมเงินได้ถึง 1.1 พันล้านดอลลาร์ และตอนนี้ Xiaomi จากประเทศจีนกลายเป็น Technology Startup ที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกไปแล้ว ซึ่งก็ต้องมาดูในตลาดเมืองไทยนะครับว่า ค่ายมือถือจากจีนอย่าง Lenovo หรือ Xiaomi จะสามารถแย่งชิงตลาดจากเจ้าตลาดเดิมอย่าง Samsung ได้หรือไม่
ยังมีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่น่าสนใจอีกหลายอย่างที่เราต้องเฝ้าติดตามกันในปี 2558 นี้นะครับ แต่ก็ยังมีเทคโนโลยีเก่าที่ยังอยู่ยั้งยืนยงมาได้ แม้ว่าจะมีความพยายามที่จะทดแทนมันไป นั้นคือ e-mail ครับ เราเคยมีการพยากรณ์ว่า e-mail จะลดบทบาทความสำคัญลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมี online communication tools อื่นๆ ที่เข้ามาแทนที่ แต่จากการสำรวจหรือแม้กระทั่งจากพฤติกรรมตนเองก็ยังพบว่า e-mail ยังเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นสำหรับการทำงานและติดต่อกับผู้อื่นอยู่ ดังนั้นเชื่อว่าในระยะนี้ e-mail จะยังไม่จากเราไปไหนครับ
เราคงต้องเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีต่างๆ นะครับ เพราะเราต้องยอมรับว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีนั้นไม่ได้ไกลเกินเอื้อมแล้ว และส่งผลต่อการดำเนินชีวิตและการทำงานของเราพอสมควรครับ








