วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

2558 ปีแห่งความท้าทาย ของ 'ผู้ประกอบการ-ผู้บริโภค'

คาดการณ์กันว่าภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อในปี 2558 นี้ จะปรับตัวดีขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

ฝ่ายเศรษฐกิจ และบรรดานักเศรษฐศาสตร์ ประเมินอัตราการเติบโตของจีดีพีปีแพะไว้ถึง 3-4.5% ทีเดียว แต่หากย้อนกลับไปพิจารณาเศรษฐกิจไทย ปี 2557 ที่อยู่ในอาการซึมลึก สะท้อนได้ชัดเจนในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ไม่กี่วันที่ผ่านมา บรรยากาศยังไม่คึกคักเท่าที่ควร

เศรษฐกิจไทยยังคงมีความเปราะบาง ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงรอบด้านทั้งภายในและภายนอกประเทศทั้งนี้ปัจจัยภายในประเทศที่มองเป็น "ปัจจัยบวก" คือ การลงทุนภาครัฐที่มีปัญหาการเบิกจ่ายและดำเนินโครงการค่อนข้างล่าช้ากว่าเป้าหมายในขณะนี้ ส่งผล "ลบ" ต่อภาพรวมตลาด เพราะทำให้เอกชนทั้งไทยและต่างชาติยังรีๆ รอๆ ที่จะเดินหน้าลงทุน เมื่อทั้งโครงการรัฐและเอกชนยังไม่สามารถเดินหน้าลงทุนได้ ย่อมไม่เกิดเม็ดเงินสะพัดหมุนเวียนในระบบ ไม่เกิดการจ้างงาน ไม่ก่อเกิดรายได้ ทำให้เศรษฐกิจไทยอาจเติบโตช้า

ท่ามกลาง "ภาระหนี้ครัวเรือน" ที่ยังอยู่ในระดับสูงจากการเร่งก่อหนี้ก่อนหน้านี้ ส่งผลต่อเสถียรภาพภาคครัวเรือน เมื่อภาระการชำระหนี้ของครัวเรือนอยู่ในระดับสูง เป็นข้อจำกัดในการใช้จ่ายที่จะขยายตัวต่ำกว่าปกติไปอีกระยะหนึ่ง ขณะที่รายได้ภาคครัวเรือนไม่เพิ่มขึ้นมากนัก ทำให้การใช้จ่ายต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะการซื้อสินค้าชิ้นใหญ่กลุ่มคงทนและกึ่งคงทน ประเภท ที่อยู่อาศัย รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้าแฟชั่น หรือสินค้าไม่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ของกลุ่มผู้มีรายได้ต่ำอาจไม่เกิดขึ้น การซื้อ-ขายชะลอตัวย่อมกระทบผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ภาคการส่งออก แม้ประเมินการขยายตัวในระดับ 3-5% แต่ยังต้องลุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งขณะนี้มีหลายปัจจัยที่ฉุดรั้งการเติบโตในหลายๆ ประเทศ ทั้งสงครามค่าเงิน ปัญหาการเมืองและความขัดแย้งในประเทศต่างๆ ภาวะถดถอยของเศรษฐกิจรัสเซีย ราคาน้ำมันโลกลดลงอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อต่ำทั่วโลก แม้ว่าจะเป็น "ผลบวก" ต่อประเทศไทยในฐานะประเทศผู้นำเข้าน้ำมัน รวมถึงเงินในกระเป๋าผู้บริโภคที่มองว่าจะมากขึ้น แต่อีกด้านก็มี "ผลลบ" ต่อสินค้าเกษตรส่งออก โดยเฉพาะสินค้าหลักยางพาราที่มีราคาลดลงตามราคาพลังงาน ขณะที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม กลุ่มธุรกิจที่มีโอกาสการเติบโตสูงในปี 2558 นี้ มีทั้งธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จาก "นโยบายลงทุนของภาครัฐ" อาทิ อสังหาริมทรัพย์ วัสดุก่อสร้าง ผู้รับเหมา พลังงานทดแทน ไอทีและสื่อสารเทคโนโลยี ธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ไม่ว่าจะเป็นสินค้าและบริการ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มีธุรกิจเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงจำนวนมาก ตั้งแต่โรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร ภัตตาคาร ร้านค้าปลีก แปรรูปอาหาร สินค้าที่ระลึก บริการทางการแพทย์

ธุรกิจใน "กลุ่มเสี่ยง" หรือกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวัง หนีไม่พ้นผู้ผลิตและค้าน้ำมัน จะรับมือความผันผวนขึ้นเร็วลงเร็วของราคา บริหารจัดการสต็อกได้อย่างไร กลุ่มสินค้าคงทน อาทิ ยานยนต์ เฟอร์นิเจอร์ อสังหาริมทรัพย์ มีความกดดันสูงจากปัญหาหนี้ครัวเรือน กลุ่มสินค้าเกษตรและสินค้าแปรรูปที่ได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ กลุ่มธุรกิจที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมากอาจต้องประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน เช่น รับเหมาก่อสร้าง หากมีการขับเคลื่อนเมกะโปรเจ็คของภาครัฐทั่วประเทศ

ในเชิงผู้ประกอบการต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค เอ็นไวโรเซล (ประเทศไทย) ผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตวิทยาและพฤติกรรมผู้บริโภค นำเสนอผลวิจัย "ค่านิยมของคนไทย" ในปี 2558 เป็นโจทย์สำหรับนักการตลาด ภาคธุรกิจ สินค้าและบริการ ต้องตีโจทย์ เพื่อตอบโจทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย 1. อยากรวยลัด 2. งามภายนอก 3. ช่วยเหลือตัวเอง (ไม่พึ่งพา) 4.ไม่ผูกมัด 5. เปิดเผย ชัดเจน อย่าปิดบัง 6. วัฒนธรรมเดียวกัน 7. มาตรฐานสูง และ 8. ซื้อน้อยแต่ได้เยอะ

ทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคเตรียมตัวเผชิญความท้าทายของโลกในปีแพะกันอย่างไร