วันก่อน ผมเชิญตัวแทนทุกภาคส่วนตั้งวงถกแถลง หาทางออกยั่งยืนสำหรับ วิกฤติยางพารา
เพื่อออกรายการ “ห้องข่าวฉุกเฉิน” ภาคพิเศษที่จะเริ่มออกอากาศ 1 ทุ่มคืนนี้ (วันจันทร์) ทาง Nation TV ทำให้ได้ข้อสรุปน่าสนใจหลายประการ ที่เป็นประโยชน์ต่ออนาคตของวงการยาง
ผู้ร่วมวงเสวนามาจากทุกภาคส่วนของวงการยางพารา
1.รมช.เกษตรและสหกรณ์ อำนวย ปะติเส
2.อุทัย สอนหลักทรัพย์ สมาชิก สปช. และประธานสภาการยางแห่งประเทศไทย
3.เพิก เลิศวังพง อดีตประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย จำกัด และประธานชุมนุมสหกรณ์จันทบุรี จำกัด
4.ทศพล ขวัญรอด ประธานเครือข่ายภาคีชาวสวนยางและปาล์มน้ำมันภาคใต้
5.สังข์เวิน ทวดห้อย ประธานเครือข่ายสวนยางแห่งประเทศไทย
6.เชษฐา มีมั่งคั่ง ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาฯ บริษัท ไทยฮั้วยางพาราจำกัด (มหาชน)
7.ทพ.พงษ์ศักดิ์ เกิดวงศ์บัณฑิต กรรมการผู้จัดการ บริษัทวงศ์บัณฑิตจำกัด
ข้อสรุปสำคัญประการแรกคือ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล, ผู้ส่งออก, ผู้ประกอบการ, และชาวสวนยางจะต้องประสานกันให้ใกล้ชิด ถกปัญหากันอย่างเปิดอก เอาตัวเลขและข้อมูลที่แท้จริงมาวางบนโต๊ะเพื่อหาทางออกที่จะได้ประโยชน์กับทุกฝ่ายอย่างแท้จริง
แนวโน้มเช่นนี้เริ่มปรากฏให้เห็นเมื่อมานั่งโต๊ะเดียวกัน และนำเสนอแนวคิดของแต่ละฝ่ายที่เคยถูกมองว่ายืนอยู่คนละข้าง ทั้ง ๆ ที่ควรจะต้องถ้อยทีถ้อยแลกเปลี่ยนความคิดเพื่อให้ราคายางกระเตื้องขึ้น และมีความยั่งยืน ไม่ใช่ขึ้นลงหวือหวาตามข่าว จนทำให้เกิดความไร้เสถียรภาพและทก111ให้เกิดความขัดแย้งอย่างที่เคยเป็นมา
วงสนทนาเห็นพ้องกันว่า การที่ราคายางของไทยตกต่ำลงในช่วงหลังนี้ไม่เกี่ยวกับ demand-supply หรืออุปสงค์อุปทานของโลกอย่างที่เข้าใจกัน หากแต่ขึ้นอยู่กับ “นักเก็งกำไร” ที่เป็นพวกกองทุนต่างประเทศในตลาดซื้อขายโภคภัณฑ์ล่วงหน้าที่เรียกว่า Commodities Futures Market
กองทุนหรือ hedge fund เหล่านี้ซื้อขายในตลาดล่วงหน้า เป็นกระดาษและปั่นราคาขึ้นหรือลงตามข่าวที่ออกมา เพื่อทำกำไรสูงสุดให้กับตนเอง อีกทั้งยังโยกไปเล่นโภคภัณฑ์ตัวไหนก็ได้ที่มีโอกาสทำกำไร เช่นเมื่อราคาน้ำมันร่วงและขาดทุนจากการเล่นทอง ก็หันมาเล่นราคายาง หากกลุ่มใดในเมืองไทยออกข่าวทางลบ ก็จะมีผลทุบราคายางลงไปทันที กองทุนเหล่านี้ ก็จะกดราคาเพื่อหวังทำกำไรเมื่อมีข่าวดีขึ้น หรือไม่บางครั้งก็ปล่อยข่าวเองเพื่อดันราคาให้ตนทำกำไร
วงสนทนายืนยันว่าผลผลิตยางของประเทศจีนไม่ได้มีมาก จนทำให้เกินความต้องการของโลก ตรงกันข้ามปีนี้และปีหน้าความต้องการยางอาจจะมีมากกว่าที่ทั้งโลกผลิตได้ด้วยซ้ำไป
ดังนั้นการออกข่าวจากประเทศไทยจากทุกฝ่าย จึงมีความสำคัญต่อราคายางโลก หาไม่แล้วก็จะกลายเป็นเหยื่อของนักเก็งกำไร ขณะที่ผู้ผลิตและผู้บริโภคไม่มีส่วนกำหนดราคา ที่สะท้อนความเป็นจริงของอุปสงค์และอุปทานเลย
อีกด้านหนึ่งคือการต้องพึ่งพาการส่งออกให้น้อยกว่าปัจจุบัน เพราะยางไทยส่งออกเกิน 80% ขณะที่ใช้ในประเทศต่ำกว่า 20% ด้วยซ้ำ ทำให้เราอ่อนไหวต่อการขึ้นลงของราคาในต่างประเทศ
จึงเป็นหน้าที่หลักของรัฐบาลที่จะต้องตั้งงบประมาณ สร้างกลไกการวิจัย และวางนโยบายให้ใช้ยางในรูปแบบแปรรูปต่าง ๆ ให้เป็นกิจลักษณะ เพราะตลอดเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา หน่วยงานของรัฐและเอกชนไม่ได้เอาจริงเอาจังกับการแปรรูปยางธรรมชาติ ให้มีคุณค่าด้านอุตสาหกรรมเพื่อใช้ในประเทศมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเลย
พระราชบัญญัติการยางแห่งชาติ ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาก่อนออกเป็นกฎหมาย ก็เป็นอีกกลไกหนึ่งที่จะทำให้ชาวเกษตรกรสวนยางมีอำนาจต่อรองกับรัฐและผู้ส่งออกมากขึ้น หากสามารถแก้ไขเนื้อหาให้สอดคล้องกับความเป็นจริง และมุ่งที่จะแก้ปัญหาอย่างรอบด้านแทนที่เปิดทางให้นักการเมือง หรือข้าราชการเข้ามาจัดสรรอำนาจเพื่อผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มเฉพาะตน
บรรยากาศการเสวนาวันนั้นตรงไปตรงมา แลกเปลี่ยนข้อมูลและทางออกกันอย่างสร้างสรรค์ ไม่อ้อมค้อม ไม่เล่นแต่เพียงวาทกรรม
ผมมีความหวัง และเห็นทางออกจากวิกฤตยางได้...หากทุกฝ่ายจับมือกันอย่างแนบแน่น และลงมือทำให้ความคิดความอ่านที่นำเสนออย่างตรงไปตรงมา บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงที่สื่อสารกับประชาชนได้อย่างถูกต้องแม่นยำ









