ผ่านครึ่งเดือนของเดือนสุดท้ายปี 2557 ไปเรียบร้อยแล้ว สายลมเย็นเตือนว่าใกล้ถึงเทศกาลท่องเที่ยว
ครั้งใหญ่ของคนไทย คือ เทศกาลปีใหม่ ซึ่งปีนี้รัฐบาลประกาศให้วันที่ 2 ม.ค.เป็นวันหยุดราชการอีก 1 วัน เพื่อทำให้วันหยุดสะดุดขาดช่วง ฟันหลอ คนไทยจะได้เดินทางท่องเที่ยว หรือ กลับไปเยี่ยมภูมิลำเนาอย่างสบายใจ
นอกจากชีวิตลูกจ้างแล้ว คนอีกกลุ่มหนึ่งที่ยินดีกับวันหยุดลากยาว ก็คงหนีไม่พ้นผู้ประกอบการธุรกิจบริการท่องเที่ยว ที่จะมีโอกาสเพิ่มยอดรายได้ในช่วงเวลานี้ หลังจากที่ผ่านมายอดหดหายไปควร เนื่องจากท่องเที่ยวหดตัวลง ทั้งคนไทยเที่ยวไทย หรือ คนนอกเที่ยวไทยก็ตาม เนื่องจากปัญหาหลายๆ อย่าง ทั้งการเมืองในประเทศ เศรษฐกิจชะลอตัว คำเตือนเดินทางมาไทยของบางประเทศ หรือแม้ตลาดใหญ่ที่ขยายตัวรวดเร็วอย่าง จีน รัฐบาลก็ดันประกาศกฎหมายท่องเที่ยวฉบับใหม่ ส่งผลให้ยอดหายไปพอสมควร
วสุเชษฐ์ โสภณเสถียร นายกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย กล่าวในงานสัมมนาหัวข้อ "กระตุกยอดตก รถเพื่อการพาณิชย์" จัดโดยบัสแอนด์ทรัคว่าช่วงที่จีนออกกฎหมายใหม่ คนจีนหายไปทันที 70% และเมื่อรวมกับตลาดอื่นๆ เช่น รัสเซีย ที่ไม่มีกะจิตกะใจเที่ยวเมื่อประเทศมีปัญหาการเมือง-สงคราม กับเพื่อนบ้าน
หายไปมากแค่ไหน ก็ต้องวัดกันแบบที่สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทยควรจะวัด ซึ่งเห็นภาพชัดเจนก็คือ ปริมาณรถขนส่งนักท่องเที่ยวลดลงเหลือ 100-200 คัน/วัน เท่านั้น จากปกติจะมีความต้องการประมาณ 600 คัน/วัน ในช่วงปกติ และเพิ่มเป็น 1,500 คัน/วัน ช่วงไฮ ซีซัน
ใกล้ถึงเทศกาลปีใหม่ หรือ จะพูดให้ถูกคือ ใกล้เทศกาลหยุดยาว จะเริ่มได้ยินคำพูดเดิมๆ ที่ลอยมาเข้าหูซ้ายช่วงนี้ และจะออกจากหูขวา หลังผ่านเทศกาลไปแล้ว คือ การรณรงค์เรื่องความปลอดภัย ที่จะมาในรูปแบบเดิมๆ เริ่มจากการตั้งเป้ามีผู้เสียชีวิตไม่เกินเท่านั้นเท่านี้คน (ชวนให้นึกถึงการตั้งเป้ายอดขาย) รณรงค์ไม่ขับ ง่วงจอดพัก ไม่ใช้ความเร็วเกินกำหนด ฯลฯ
ในทางปฏบัติ ก็จะเห็นหน่วยงานรัฐ เอกชน ตั้งเต็นท์บริการริมทาง ซึ่งน่าจะมีการไปสำรวจดูว่าแต่ละปีมีกี่คนที่แวะใช้บริการ นอนพัก ดื่มกาแฟ ล้างหน้า ล้างตา เพราะผ่านทีไร ส่วนใหญ่ก็จะเห็นเจ้าหน้าที่นั่งจับกลุ่มคุยกันเงียบๆ
อีกมุมหนึ่ง ก็จะมีหน่วยงาน แจกของกินของใช้ ไล่ตั้งแต่เครื่องดื่มไปจนถึงมะขาม หวังให้แก้ง่วง
และเมื่อผ่านพ้นเทศกาล เราก็จะได้ยินการออกมาสรุปยอดอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต และสาเหตุ เกิดจากขับรถเร็ว ตัดหน้า เมา ฯลฯ รถที่เกิดเหตุมากที่สุดคือ จักรยานยนต์
ทำไมสิ่งวนเวียนซ้ำแล้วซ้ำอีก และทำไมไม่มีการติดตามแก้ไขแบบยั่งยืน ด้วยการสร้างจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนนที่ถูกต้อง ไม่ขับเร็ว ไม่ลงไหล่ทาง ขับช้ากว่าต้องหลบให้คนที่ขับเร็วกว่า ที่ต้องทำต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ช่วงปีใหม่ สงกรานต์
พูดแล้วก็ชวนให้นึกถึงหลายๆ โครงการที่ผมเคยยกมือสนับสนุนเต็มที่ เช่น เอาผิดกับรถที่ไม่หยุดให้คนข้ามทางม้าลาย และคนไม่ข้ามตรงทางม้าลายก็มีความผิด มาตรการ 5 จอม จับจริง ยกจริง ซึ่งก็ล้วนแต่มีประโยชน์ เพียงแต่ว่ามันมีประโยชน์แค่ แวบเดียว ก็ละ ลืม กันไป
อ้อ อีกอย่าง ช่วงเทศกาล จะเห็นหลายเส้นทางมีป้ายขึ้นมาติดเพื่อบอกคนขับว่า โค้งหน้า อันตราย อย่างนั้นอย่างนี้... พอหมดปีก็เลิกกันไป ปีหน้าว่ากันใหม่ ถ้าป้ายพังผุขาดก็เปลี่ยนใหม่
ก็รู้ทั้งรู้ รู้ทุกปี ว่าตรงนั้นตรงนี้อันตราย ทำไมไม่ไปแก้ไขตรงนั้น ดีกว่ามาทำป้ายใหม่ทุกปี... เสียดายงบครับ









