นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา เยือนมาเลเซียวันนี้ ประเด็นร้อนน่าจะเป็นเรื่องความร่วมมือกับเพื่อนบ้านทางใต้
เพื่อช่วย “ดับไฟใต้” แต่นายกฯนาจิบ ราซัค อาจชวนคุยเรื่อง “สมุดปกขาวว่าด้วยการก่อการร้าย” ที่รัฐบาลมาเลเซียเพิ่งเปิดเผย
เพราะข่าวกรองที่นั่นพบว่า นักรบหัวรุนแรงที่กลับจากการต่อสู้ให้กับกลุ่ม Islamic State หรือ IS ที่ซีเรียและอิรัก กำลังเป็นเรื่องคุกคามความมั่นคงของมาเลเซีย
ตรงกับคำเตือนของนายกฯสิงคโปร์ หลี่เสียนหลง ว่าความขัดแย้งรุนแรงที่สองประเทศตะวันออกกลางนี้ มีผลส่งให้กลุ่มก่อการร้ายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมตัวอีกอีกครั้งเพื่อปฏิบัติการที่คึกคักขึ้นกว่าเดิมอีก
แปลว่าทั้งมาเลเซียและสิงคโปร์กับอินโดนีเซีย ได้แสดงความกังวลเรื่องเดียวกันนี้อย่างเปิดเผยแล้วและกำลังชักชวนให้สมาชิกอาเซียนผนึกกำลังเพื่อป้องกันไม่ให้อิทธิพลของ IS ขยายตัวมาในอาณาบริเวณนี้
เพราะหากเกิดเช่นนั้นจะเกิดความปั่นป่วนทางด้านความมั่นคง การเมือง และเศรษฐกิจขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ
นายกฯสิงคโปร์เตือนคนของเขาในงาน “เสวนาผู้นำศาสนา” เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า อย่าคิดว่าคนสิงคโปร์จะก้มหัว ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วปัญหาก็จะผ่านไปเอง
เพราะเป้าหมายของกลุ่ม IS คือ การสร้างรัฐอิสลามโลกที่ไม่ยอมรับความเชื่อของศาสนาอื่น และมุ่งใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือในการบรรลุเป้าหมายนั้น
“สมุดปกขาว” ของรัฐบาลที่นายกฯมาเลเซีย นำเสนอรัฐสภาเมื่อสัปดาห์ก่อนเตือนด้วยว่า มีความเสี่ยงที่มาเลเซียอาจถูกใช้เป็น “ศูนย์กลางเงิน” เพื่อสนับสนุนกิจกรรมก่อการร้ายหากไม่มีกฎหมายป้องกันหรือจัดการเรื่องทำนองนี้
เอกสารทางการชุดนี้บอกว่า กลุ่มหัวรุนแรงที่กลับจากการต่อสู้ข้างเดียวกับ IS มีศักยภาพที่จะดำเนินกิจกรรมก่อเหตุร้ายต่อด้วยการก่อตั้ง “เซลล์” ต่าง ๆ เพื่อสร้างขุมข่ายโดยใช้ social media และอาจนำไปสู่การโจมตีเป้าหมายที่พวกเขาต้องการในประเทศมาเลเซียเองก็ได้
เป้าของการเชิญชวนสมาชิกใหม่คือ คนหนุ่มสาวซึ่งถูกโน้มน้าวได้ง่าย
สมุดปกขาวเตือนด้วยว่า การที่อินโดนีเซียเตรียมจะปล่อยตัวอดีตสมาชิกของกลุ่มก่อการร้าย Jemaah Islamiyah (JI) ประมาณ 250-300 คนคนในปีหน้าอาจมีผลต่อความมั่นคงของมาเลเซียได้
มาเลเซียมีความกังวลว่าฝั่งตะวันออกของเกาะซาบาห์ อาจเป็นอีกจุดหนึ่งที่มีความอ่อนไหวในเรื่องนี้ เพราะกลุ่มหัวรุนแรงได้ขู่ว่าจะก่อเหตุ ณ บริเวณนั้น อีกทั้งยังได้ประกาศว่ามีความภักดีต่อ IS ด้วย ซึ่งอาจทำให้กิจกรรมผิดกฎหมายเช่นนี้ขยายตัวไปซาราวัคที่ตั้งอยู่ใกล้เคียง
เอกสารทางการของมาเลเซียแสดงความกังวลว่า สมาชิกของ JI ในอินโดฯ อาจพัวพันกับ JI ในมาเลเซียเพื่อตั้งเป็น “เครือข่าย IS” เพราะมีข่าวกรองว่ากลุ่มหัวรุนแรงมาเลเซียและอินโดฯ ในซีเรีย ได้มีการตั้งกลุ่มร่วมกันเรียกชื่อว่า Katibah Nusantara Lid-Daulah Islamiah ซึ่งมีเป้าหมายสอดคล้องกันในการตั้งรัฐอิสลามสากลอย่างที่ข่าวจากตะวันออกกลางมาเป็นระยะ ๆ
แน่นอนว่าฝ่ายข่าวกรองของไทยที่ติดตามคณะนายกฯประยุทธ์ ไปมาเลเซียวันนี้ ก็จะต้องศึกษาวิเคราะห์สมุดปกขาวของรัฐบาลมาเลเซียและแลกเปลี่ยนข่าวกันอย่างละเอียดรอบด้าน
อย่าได้แปลกใจหากนายกฯนาจิบ คงจะถ่ายทอดความห่วงใยนี้กับนายกฯประยุทธ์ โดยเฉพาะความเป็นไปได้ที่กลุ่ม IS จะข้ามมาเกี่ยวโยงกับผู้ก่อเหตุทางใต้ของไทย
แนวทาง “ดับไฟใต้” ของรัฐบาลไทย จึงต้องเพิ่มมิติใหม่ที่โยงใยกับความมั่นคงของภูมิภาคนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้






