ท่านเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทยคนใหม่ Kirill Barsky แวะมาทักทายเพื่อแนะนำตัววันก่อน
ยืนยันกับผมว่า ต่อไปนี้รัสเซียจะดำเนินการทูตแบบคึกคัก และมีสีสันมากกว่าเก่าแน่นอน
“การเมืองระหว่างประเทศวันนี้ ไม่ใช่ให้ประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นพระเอกแต่เพียงคนเดียว จะต้องเป็นการนำร่วมโดยเฉพาะในเอเชีย” ท่านทูตบาร์สกี้บอกผม
น้ำเสียงลีลาและสาระของท่านทูตรัสเซียเอาเรื่องจริง ๆ เพราะเป็นการเปิดตัวที่ทันสมัยและพร้อมจะตอบทุกคำถาม
ผมถามว่าประธานาธิบดีวลาดีเมียร์ ปูตินนี่เป็น “เผด็จการ” หรือไม่?
แกย้อนถามผมว่า “คุณว่าท่านเป็นเผด็จการหรือเปล่าล่ะ?”
ผมบอกว่าไม่อาจจะรู้ได้ เพราะไม่ใกล้ชิดท่านผู้นำรัสเซียเหมือนท่านทูตเอง
ทูตบาร์สกี้บอกว่า “ท่านปูตินมาจากการเลือกตั้ง และเป็นคนฟังเสียงประชาชน คะแนนนิยมของท่านในหมู่ประชาชนสูงลิ่ว”
ที่ชัดเจนคือรัสเซียต้องการจะเข้ามามีบทบาทในเอเชียอย่างคึกคัก ประเทศไทยก็เป็นเป้าสำคัญในอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้าการขายหรือการลงทุน เพราะรัสเซียมีน้ำมัน, พลังงาน, เทคโนโลยีหลายอย่างที่พร้อมจะนำเสนอประเทศไทย
รวมถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินรบ รถถัง ไปถึงเรือดำน้ำ
ชัดเจนว่ารัสเซียในยุคใหม่ต้องการจะถ่วงดุลอำนาจสหรัฐอย่างไม่ลังเล ขณะเดียวกันก็จับมือกับจีนอย่างใกล้ชิด หวังจะผนึกกำลังกับพันธมิตรในเอเชีย เพื่อไม่ให้สหรัฐบดบังรัศมีของหมีขาวเจ้าเก่า
ผมถามท่านทูตรัสเซียว่าหลายประเทศต่อต้านมอสโกเพราะรัสเซียส่งทหารเข้าไปยูเครน
แกตอบฉับพลันว่า “ไม่มีทหารรัสเซียในยูเครนครับ มีไม่ได้ เพราะเราเคารพในกติกาสากล ผมหวังว่าคนที่มีใจกว้างรวมถึงสื่อในประเทศไทยจะเข้าใจประเด็นนี้ และเลิกเชื่อข้อกล่าวหาจากตะวันตกเช่นนั้น รัสเซียเคารพในหลักการไม่แทรกแซงเรื่องภายในของประเทศอื่น แต่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำที่ต่อต้านการปฏิวัติ และนั่นคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในยูเครน สหรัฐกับสหภาพยุโรปสนับสนุนการก่อรัฐประหารในยูเครน และชาวยูเครนไม่น้อยก็ต่อต้านเรื่องนี้ คนยูเครนทางตะวันออกและภาคใต้ส่วนใหญ่พูดภาษารัสเซีย และมีจำนวนมากที่มีความผูกพันกับคนในรัสเซีย และต่างก็มีญาติพี่น้องในรัสเซีย... เราเห็นว่าปัญหาความขัดแย้งในยูเครนควรจะต้องแก้ไขอย่างสันติ โดยให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม โดยเฉพาะระหว่างอำนาจรัฐที่เมืองหลวงเคียฟ และกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าสาธารณรัฐประชาชน Donetsk รัสเซียช่วยได้ก็คือการอำนวยความสะดวกให้บรรลุข้อตกลงกันเท่านั้น...”
ท่านทูตบอกว่าคนรัสเซียมีความชื่นชอบประเทศไทยมาก นักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นจำนวนมากขึ้นทุกที “เหมือนกับว่าคนรัสเซียมี love affair กับประเทศไทยทีเดียวแหละ”
ที่น่าทึ่งเป็นพิเศษเมื่อท่านทูตเล่าให้ผมฟังว่า เคยอยู่เมืองจีนกว่า 10 ปีทั้งในฐานะนักเรียนและเป็นนักการทูตประจำปักกิ่ง
จึงพูดภาษาจีนได้คล่องแคล่ว พร้อมกระซิบว่า “ผมกำลังเริ่มเรียนภาษาไทยด้วย”
เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ช่วงการชุมนุมของนักศึกษาจีนที่จัตุรัสเทียนอันเหมินเมื่อปี ค.ศ.1989 แกเป็นนักศึกษาอยู่ปักกิ่ง
เป็นจังหวะที่ประธานาธิบดีมิคาอิล โกบาชอฟ ของสหภาพโซเวียตขณะนั้นมาเยือนจีนพอดี
“ผมเป็นนักศึกษารัสเซียเรียนภาษาจีนอยู่ที่นั่น จึงถูกเรียกตัวมาเป็นล่ามให้กับท่านโกบาชอฟ ผมจึงกลายเป็นพยานเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ฉากนั้นด้วย”
อยากฟังทูตรัสเซียพูดภาษาจีนและพร้อมจะลุยทางการทูตในประเทศไทยอย่างไร ติดตามได้ใน “ไทม์ไลน์สุทธิชัย หยุ่น” 1 ทุ่มวันพรุ่งนี้ (วันอาทิตย์) ทาง Nation TV ได้เลยครับ









