กลางเดือนพฤศจิกายนนี้ นักการทูตจากทั่วโลกจะมีโอกาสอีกครั้ง ในการลงมติที่กรุงนิวยอร์ก
ในประเด็นที่ยังคงส่งผลกระทบต่อคนจำนวนมากในระดับโลก นั่นคือข้อตกลงเพื่อยุติการใช้ "โทษประหารชีวิตชั่วคราว" เป็นที่ยอมรับมานานว่าโทษประหารเป็นปัญหาสิทธิมนุษยชน และเป็นการลงโทษที่โหดร้ายและไร้มนุษยธรรม ถึงอย่างนั้นยังคงมีการประหารชีวิตบุคคลหลายพันคนทั่วโลกในทุกๆ ปี ซึ่งมักเป็นผลมาจากการไต่สวนคดีที่ไม่เป็นธรรม หรือมีการละเมิดหลักเกณฑ์คุ้มครองสิทธิในเบื้องต้น ทั้งๆ ที่รัฐให้ความเห็นชอบหลักเกณฑ์ที่จะคุ้มครองสิทธิเหล่านี้
>>> คณะกรรมการที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (UNGA) ซึ่งเป็นโครงสร้างการตัดสินใจหลักขององค์การสหประชาชาติ และมักเรียกว่าเป็น “รัฐสภาโลก” จะลงคะแนนเสียงในเบื้องต้นต่อร่างมติให้มีข้อตกลงเพื่อยุติการใช้โทษประหารชีวิตชั่วคราว โดยถือว่าเป็นขั้นตอนแรกของเส้นทางในระดับโลกที่นำไปสู่การยกเลิกโทษประหารชีวิต ถ้าที่ประชุมมีลงคะแนนเสียงรับรองร่างมติดังกล่าว ก็จะมีการไปเสนอต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติในวาระรวมในช่วงเดือนธันวาคมเพื่อลงคะแนนเสียงเป็นขั้นสุดท้าย
>>> แม้ว่ามติที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติจะไม่มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย แต่มีความสำคัญ และการลงคะแนนเสียงในเดือนพฤศจิกายน ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญ สำหรับ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล และอีกหลายคนที่ร่วมกันรณรงค์เพื่อยุติโทษประหารชีวิตทั่วโลก ในทางปฏิบัติแล้ว มติที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ถือเป็นเสียงของประชาคมนานาชาติ และจะช่วยเพิ่มน้ำหนักและความชอบธรรมทางศีลธรรมอย่างมากให้กับการต่อสู้เพื่อยุติการประหารชีวิต ดังที่เราเห็นว่าในหลายประเทศได้ใช้โอกาสที่มีการลงมติเช่นนี้เพื่อเสนอกระบวนการปฏิรูปกฎหมาย และสนับสนุนให้มีการอภิปรายถกเถียงเพื่อยกเลิกโทษประหารชีวิต แม้ในบริบทที่การอภิปรายเรื่องเหล่านี้ไม่สามารถทำได้เลยใน ไม่กี่ปีก่อน
>>> มติทั้งสี่ครั้งที่ผ่านมาได้รับคะแนนเสียงค่อนข้างท่วมท้น และมีจำนวนประเทศที่ออกเสียงสนับสนุนเพิ่มขึ้นทุกครั้ง ในปี 2555 รัฐภาคีสหประชาชาติ 111 แห่งลงคะแนนเสียงให้ความเห็นชอบ คัดค้าน 41 แห่ง และงดออกเสียง 34 แห่ง
>>> ในบริบทเช่นนี้ "จุดยืน" ของประเทศไทย นับว่ามีความสับสน แม้ว่าที่ผ่านมาจะไม่มีการประหารชีวิตบุคคลตั้งแต่ปี 2552 แต่จนถึงปัจจุบัน ตัวแทนประเทศไทย ได้ออกเสียงคัดค้านมติดังกล่าว หรือไม่ก็งดออกเสียง ในขณะที่ประเทศส่วนใหญ่ ทั้งประเทศที่ยกเลิกโทษประหารในทางกฎหมายไปแล้ว และประเทศที่ยังมีกฎหมายให้ประหารชีวิตแต่ไม่เคยประหารชีวิตใคร ล้วนแต่สนับสนุนมตินี้ เหตุใดเราจึงล้าหลังกว่าประเทศอื่น? เหตุใดเราจึงไม่แสดงให้โลกเห็นว่าการปฏิบัติเกี่ยวกับโทษประหารของเราเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง และเสนอให้มีการชะลอการประหารชีวิตไปเลย
>>> ประเทศไทยอยู่ในสถานะพิเศษที่อาจมีอิทธิพลต่อคะแนนเสียงในเดือนพฤศจิกายน ในฐานะประเทศที่พิจารณาประเด็นการยกเลิกโทษประหารชีวิตอย่างจริงจังในช่วงสองปีที่ผ่านมา ถ้าเราลงคะแนนเสียงสนับสนุนข้อตกลงชั่วคราวในระดับโลก ย่อมจะมีอิทธิพลต่อประเทศอื่นอย่างแน่นอน









