วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บท(ไม่)เรียนซ้ำซาก

ช่วงนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติในประเทศไทยตกเป็นข่าวร้ายๆ บ่อยครั้ง ก่อนหน้านี้ก็คดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยว

ชาวอังกฤษบนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ที่จนถึงขณะนี้ก็ยังมีเงื่อนปมเรื่องการละเมิด "สิทธิมนุษยชน" ให้ต้องสอบสวน ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหากันอยู่

+++ ต่อมาก็เป็นกรณี นายโยชิโนริ ชิมาโตะ อายุ 79 ปี ครูสอนภาษาชาวญี่ปุ่นที่หายตัวไปอย่างลึกลับ ผ่านมาร่วม 3 สัปดาห์แล้วก็ยังไร้วี่แวว เบาะแสสุดท้ายคือมีหญิงไทยคนสนิทรายหนึ่งพาไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล จากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นเขาอีกเลย

+++ คดีนี้ตำรวจคุมตัวหญิงไทยที่อยู่กับนายโยชิโนริกับเพื่อนชายชาวไทยอีกคน ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีไปสอบสวนโดยอาศัยอำนาจกฎอัยการศึก นำตัวไปควบคุมไว้ในค่ายทหารเป็นเวลา 7 วัน...ทั้งสองเรื่องนี้ผลจะเป็นอย่างไรต้องติดตาม

+++ ทว่าระหว่างที่ตามหาชายญี่ปุ่นอยู่ ก็มีข่าวเรือสปีดโบ๊ทที่พานักท่องเที่ยวต่างชาติหลายสิบชีวิต ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนและเกาหลี กลับจากอ่าวมาหยา เกาะพีพีเล เข้าฝั่ง จ.ภูเก็ต ชนกับเรือประมงทำให้นักท่องเที่ยวที่โดยสารมากับสปีดโบ๊ทได้รับบาดเจ็บ แต่ที่ร้ายแรงคือมีนักท่องเที่ยวเกาหลีสูญหายไป 2 คน
+++ เจ้าหน้าที่สอบสวนดำเนินคดีคนขับเรือสปีดโบ๊ทกระทำการโดยประมาท เพราะก้มลงเก็บถุงพลาสติกที่กำลังปลิวลงทะเล ส่วนนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีที่ตกน้ำไปทั้งสองคน "ไม่ได้สวมเสื้อชูชีพ"
!

+++หลังเกิดเหตุ "เจ้าท่าฯ กระบี่" นำกำลังออกตรวจเรือโดยสารนำเที่ยว หน้าเกาะพีพี ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ มีการตรวจสภาพความพร้อมของเรือ ใบอนุญาตผู้ควบคุมเรือ อุปกรณ์ชูชีพ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว

+++ ผลการตรวจสอบพบ ผู้ประกอบการฝ่าฝืน เช่น คนขับใบอนุญาตหมดอายุ และเรือไม่ได้ต่อทะเบียน จึงส่งตัวไปดำเนินคดี

+++ การออกตรวจเพื่อ "ล้อมคอก" ปัญหาดังกล่าว ไม่ใช่ไม่เคยเกิดขึ้น หากจำกันได้เมื่อปี 2556 ที่ "เกาะล้าน" จ.ชลบุรี เคยเกิดอุบัติเหตุกับ "เรือข้ามฟาก" ที่ใช้ขนส่งนักท่องเที่ยวจากฝั่งไปยังเกาะแห่งนี้จนเป็นข่าวครึกโครมไปทั่วโลก

+++ ครั้งนั้นก็พูดกันเรื่อง "มาตรฐานความปลอดภัย" ของผู้ประกอบการเรือข้ามฟาก แต่เมื่อครบรอบเหตุการณ์เมื่อราวๆ เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ไปสุ่มตรวจอีกครั้งปรากฏว่าทุกอย่างยังเหมือนเดิม คือ "ไม่มีประสิทธิภาพ" โดยเฉพาะกับอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่ดีที่สุดอย่าง "เสื้อชูชีพ"

+++ปัญหามีตั้งแต่เจ้าหน้าที่ประจำเรือไม่ยอมแจกจ่ายเสื้อชูชีพให้กับผู้โดยสาร ผู้โดยสารไม่ยอมสวมใส่เสื้อชูชีพโดยอ้างว่า ว่ายน้ำเป็น บางคนบอกว่าเสื้อชูชีพเก่า สกปรก จึงไม่กล้าใส่ นอกจากนี้ยังมีปัญหาขนาดเสื้อชูชีพไม่ได้มาตรฐาน

+++ ไม่แน่ใจว่าก่อนหน้านี้ "เจ้าท่า" ที่ดูแลเกาะล้าน หรือในพื้นที่ท่องเที่ยวทางทะเลอื่นๆ เข้มงวดกวดขันกับบรรดาเรือโดยสารท่องเที่ยวมากน้อยแค่ไหน แต่ถึงตอนนี้คง "ตื่น" ขึ้นมาแจ้งเตือน ออกประกาศห้ามโน่นห้ามนี่ พร้อมกับจัดชุดลงพื้นที่ตรวจตราพอให้เห็น "เป็นข่าว" ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับเข้าอีหรอบเดิม

+++ นี่ขนาดปัญหาใส่หรือไม่ใส่ "เสื้อชูชีพ" ยังจัดการกันไม่ได้ แล้วนับประสาอะไรกับการ "ปฏิรูปประเทศไทย" ที่กำลังขับเคลื่อนอยู่ในขณะนี้...คิดแล้วน่าท้อแท้