ผ่านมากว่า 4 เดือน ที่ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ภายใต้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ
หรือคสช. และอีกกว่า 1 เดือนที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เข้ามาบริหารประเทศอย่างเป็นทางการ ซึ่งต้องแบกภาระทั้งการกระตุ้นและปฏิรูปเศรษฐกิจประเทศ นั่นหมายความภารกิจของรัฐบาลมีทั้งระยะสั้นและระยะยาว ทำให้ส่วนราชการต่างๆ พากันนำเสนอมาตรการ ให้พล.อ.ประยุทธ์พิจารณาและกลั่นกรองออกมาเป็นมาตรการ 8 ด้าน
ประกอบด้วย (1) การกระตุ้นเศรษฐกิจ - สร้างงาน 3.24 แสนล้านบาท เพิ่มรายได้ให้ผู้มีรายได้น้อย 4 หมื่นล้านบาท (2) เตรียมการเศรษฐกิจดิจิทัล - ยกร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 13 ฉบับ (3) ปรับปรุงโครงสร้างภาษี - จัดทำรายละเอียดภาษีมรดก (4) ปรับโครงสร้างราคาพลังงาน - ปรับขึ้นราคาพลังงานบางประเภท (5) ออกใบอนุญาตประทานบัตรและอาชญาบัตร 101 แปลง (6) ตรึงค่าโดยสารรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินออกไปถึง ธ.ค. 2557 (7) กระทรวงพาณิชย์ขายข้าว 8.79 ล้านตัน และ (8) แก้ปัญหาราคายาง - ให้สินเชื่อเกษตรกรแปรรูปยาง 5 พันล้านบาท และสินเชื่อแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางอีก 1.5 หมื่นล้านบาท
ที่จริงแล้ว มาตรการดังกล่าว อาจแบ่งเป็นมาตรการเพื่อประโยชน์ระยะสั้น กับมาตรการเพื่อประโยชน์ระยะยาว แต่ต้องยอมรับว่า "ไม่มีของฟรีในโลก" ถ้าจะซื้อวันนี้ก็ต้องแลกกับการไม่ซื้อในวันหน้า เช่นกัน ถ้าจะกระตุ้นเศรษฐกิจวันนี้ ก็ต้องแลกกับสัดส่วนหนี้สาธารณะ ที่ต้องชดใช้ในวันหน้า และถ้าไม่ก่อหนี้ โดยย้ายหมวดรายจ่าย ก็ต้องแลกกับการยกเลิกรายการเดิม หรือถ้าไม่ทั้งก่อหนี้ใหม่ และไม่ย้ายหมวดรายจ่าย แต่จะมีภาษีใหม่ๆออกมา ก็ต้องแลกกับรายได้ภาษีนั้นจะลดลง ซึ่งจะวกกลับมาเป็นตัวฉุดเศรษฐกิจ ภายใต้ปรัชญาทางเศรษฐศาสตร์ที่ว่า ทรัพยากรมีอยู่อย่างจำกัด จึงต้องระวังถึง Trade-off (การแลกมา) เป็นสำคัญ ว่า ข้อดีดังกล่าวต้องแลกกับอะไรบ้าง ลองใช้หลักการ Trade-off นี้ วิเคราะห์บางนโยบายกันดู
ตัวอย่างเช่น ถ้าจะปรับขึ้นราคาพลังงาน ก็ต้องดูว่า อุตสาหกรรมใดได้รับการกระทบแล้วเรายอมรับได้มากน้อยเพียงใด สามารถแลกระหว่างการหดตัวทางเศรษฐกิจจากภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับการกระทบ กับโครงสร้างราคาพลังงานระยะยาวไม่ถูกบิดเบือนหรือไม่ คงต้องดูห้วงเวลาที่จะดำเนินนโยบายว่า ถ้าลดการบิดเบือนในภาวะเศรษฐกิจแผ่วคงไม่ดี ตรงข้ามหากลดการบิดเบือนในภาวะเศรษฐกิจร้อนแรงเกินไปก็อาจเป็นจังหวะที่ดี คำถามมาอยู่ที่ว่า ตอนนี้เศรษฐกิจแผ่วหรือร้อนแรง?
หรือ ถ้าจะให้เงินชาวนาเพื่อชะลอระบายข้าวใหม่ที่จะออกมา ก็อาจดี เพราะราคาข้าวจะไม่ตก ผลประโยชน์ที่ได้วันนี้ อาจคุ้มค่าหนี้สาธารณะที่จะชดใช้ในวันหน้า .หรือถ้าระบายข้าวเก่าที่รับจำนำไว้ ก็อาจดี เพราะจะได้นำเงินไปลดหนี้สาธารณะ แต่ข้าวใหม่ที่จะออกมาอีก 10 -11 ล้านตันถูกชะลอไม่ให้ระบายเพื่อป้องกันราคาตก ขณะที่จะระบายข้าวเก่า 8.79 ล้านตันออกมาแทน ในที่สุดข้าววันนี้ราคาจะตก ขณะที่ข้าวใหม่ในวันนี้จะเป็นข้าวเก่า และราคาก็จะตกอีก ข้าวที่ขายก็จะเป็นข้าวเก่าทั้งวันนี้และข้าวเก่าวันข้างหน้า
เปรียบเทียบนโยบายกับเหรียญสกุลเงิน บางนโยบายอาจสวยเหมือนเหรียญด้านหัว แต่ไม่สวยสำหรับเหรียญด้านก้อย หรือบางนโยบาย อาจสวยเมื่อมองเหรียญด้านหัวและสวยเมื่อมองเหรียญด้านก้อย แต่เมื่อมองทั้งเหรียญทั้งหัวและก้อยพร้อมๆ กัน อาจจะไม่สวย หรือมองไม่ออกว่าเป็นเหรียญประเทศใดก็เป็นได้









