"เสี่ยโจ้"ตบหน้ารัฐ ทำไม คสช.ยังเฉย

เกิดกรณี เสี่ยโจ้ มาหลายวัน แต่ดูจะยังไม่มีท่าทีใดๆ จาก คสช. รัฐบาล หรือแม้แต่ ผบ.ตร.
ในฐานะผู้รับผิดชอบโดยตรง
กรณี “เสี่ยโจ้” ก็คือเหตุการณ์เมื่อวันที่ 9 ต.ค.2557 ศาลจังหวัดปัตตานีพิพากษาจำคุก “เสี่ยโจ้” เป็นเวลา 1 ปี 9 เดือนโดยไม่รอลงอาญา ในความผิดฐานปลอมแปลงเอกสาร และครอบครองดวงตราประทับเข้าเมืองปลอม ทว่าแทนที่ตำรวจจะคุมตัว “เสี่ยโจ้” ส่งเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ กลับปล่อย “เสี่ยโจ้” ให้หลบหนีไป
ตำรวจที่กระทำการอุกอาจเช่นว่านี้ มียศ “ร้อยตำรวจตรี” เป็น รองสวป.สังกัด สภ.เมืองปัตตานี ถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 6 เดือนฐานละเมิดอำนาจศาลทันที และยังถูกดำเนินคดีอาญาฐานกระทำการใดๆ ให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยหลุดรอดจากการควบคุมตัวด้วย
“เสี่ยโจ้” คือใคร? เขาก็คือ นายสหชัย เจียรเสริมสิน เจ้าของ หจก.สหทรัพย์ทวีค้าไม้ ตั้งอยู่ที่ อ.เมืองปัตตานี ที่ถูกชุดปฏิบัติการปราบปรามภัยแทรกซ้อน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ควบคุมตัวและเข้าตรวจค้นสำนักงานเมื่อต้นเดือน มิ.ย.2557 (หลัง คสช.เข้ายึดอำนาจ) เพราะ “เสี่ยโจ้” ถูกตั้งข้อสงสัยพัวพันกับขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนรายใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะสามจังหวัดชายแดน
ระยะหลังฝ่ายความมั่นคงให้ความสำคัญกับปัญหาการค้าน้ำมันเถื่อน และธุรกิจผิดกฎหมาย ในพื้นที่ชายแดนใต้ เพราะเชื่อว่าเป็นแหล่งทุนอุดหนุนให้กับขบวนการก่อความไม่สงบ จึงเรียกปัญหานี้ว่า “ภัยแทรกซ้อน” และมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาปราบปรามโดยเฉพาะ
ว่ากันว่า คสช.และ กอ.รมน. ให้น้ำหนักปัญหาภัยแทรกซ้อนและความขัดแย้งเรื่องการเมืองท้องถิ่น ว่าเป็นต้นตอของความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มากกว่าน้ำมือของขบวนการที่อ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนเสียอีก
หนำซ้ำยังเชื่อว่าขบวนการภัยแทรกซ้อน กับขบวนการแบ่งแยกดินแดน มีบางส่วน บางระดับเชื่อมโยงหรือแตะมือกันด้วย
หลังจากถูกคุมตัวเดือน มิ.ย. ต่อมาในราวเดือน ก.ค. “เสี่ยโจ้” ก็เป็นอิสระ ซึ่งก็คล้ายๆ กับช่วงก่อน คสช.เข้ายึดอำนาจ ที่เขาก็เคยถูกค้นสำนักงาน ถูกยึดทรัพย์สินหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีใครดำเนินคดีเขาได้
จากนั้นในเดือน ส.ค.2557 ชุดปฏิบัติการภัยแทรกซ้อนฯ ก็ใช้มาตรการด้านภาษี เข้าค้นสำนักงานของ “เสี่ยโจ้” อีกรอบ เพราะเขาถูกฟ้องล้มละลายจากการลบเลี่ยงภาษีกว่า 400 ล้านบาท สามารถยึดอายัดเงินสดรวมทั้งทองคำแท่ง รวมมูลค่านับร้อยล้านบาท
แต่เขาเหมือนตายน้ำตื้น เพราะจากการเข้าตรวจค้นยังพบเอกสารราชการปลอม โดยเฉพาะดวงตราประทับเข้าเมือง จึงถูกดำเนินคดี และถูกศาลจังหวัดปัตตานีพิพากษาลงโทษจำคุก 1 ปี 9 เดือน โดยไม่รอลงอาญา แต่ก็มีตำรวจปล่อยตัวให้หลบหนีไปได้อีก
เหตุการณ์นี้จึงเป็นการตบหน้ากระบวนการยุติธรรมฉาดใหญ่!
ปี 2555 หจก.สหทรัพย์ทวีฯ เคยถูกค้น และถูกยึดรถบรรทุกดัดแปลงสำหรับขนถ่ายน้ำมันในปริมาณมากๆ รวมทั้ง “บัญชี” ที่ถูกเผาทิ้งไม่หมด มีรายชื่อบุคคล ตำแหน่ง และด่านตรวจต่างๆ ที่เครือข่ายธุรกิจผิดกฎหมายจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่ ซึ่งหลักฐานที่สมบูรณ์น่าจะอยู่ในคอมพิวเตอร์ที่ตรวจยึดเอาไว้ได้ด้วย
หลักฐานต่างๆ โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ถูกส่งให้ “ดีเอสไอ” นำไปถอดข้อมูล แต่ป่านนี้ผ่านมา 2 ปีแล้วกลับไร้ความคืบหน้า
พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร สมัยดำรงตำแหน่งเลขาฯสมช. เคยพูดทีเล่นทีจริงทำนองว่าได้รับรายงานข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการมาแล้ว ถ้าจะย้ายคนที่รับส่วย “คงต้องย้ายกันเกือบหมดทั้งภาค”
ปลายปี 56 เกิดคดีปล้นเรือขนเงินปริศนากลางทะเล เป็นเรือของบริษัทในเครือข่าย “เสี่ยโจ้” เงินในเรือมีถึงกว่า 100 ล้าน หลังจากนั้นไม่นานตำรวจจับกุมคนร้ายพร้อมยึดเงินคืนมาได้
แต่คำถามที่ไม่มีคนตอบก็คือ เงินกว่าร้อยล้านถูกขนลงเรือทำไม มีเพียงคำชี้แจงจากบริษัทเจ้าของเรือว่านำไปส่งให้ลูกค้าที่ “เกาะโลซิน” ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ ขนาดไม่กี่ตารางเมตร อยู่นอกชายฝั่ง อ.สายบุรี
นี่คือเบื้องลึกเบื้องหลังอันสลับซับซ้อนของ “เสี่ยโจ้” และปริศนาเกี่ยวกับขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนชายแดนใต้ ที่มีรายงานของฝ่ายความมั่นคง เป็นเอกสารระบุชัดว่ามีเม็ดเงินหมุนเวียนหลักหมื่นล้านต่อปี และจ่ายส่วยกันสะพัดทั้งบนบกและในน้ำ
กรณีการปล่อย “เสี่ยโจ้” ที่ศาลปัตตานี ไม่ว่าจะจงใจหรือเลินเล่อ จึงเป็นการตบหน้า คสช.ที่ประกาศจัดระเบียบสังคม ล้างอิทธิพล และรังเกียจการคอร์รัปชัน
แต่น่าแปลกที่ทำไม คสช.ยังเฉยอยู่?







