บางมุมมอง PR ภาครัฐ ทำทันที มีผลสัมฤทธิ์

บางมุมมอง PR ภาครัฐ ทำทันที มีผลสัมฤทธิ์

ขณะนี้รัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เริ่มเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศ

พร้อมมอบนโยบายผู้บริหารระดับสูงปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติร่วมกับประชาชนอย่างเป็นผล

สิ่งที่เราต้องการ คือ ทำก่อน ทำจริง ทำทันที มีผลสัมฤทธิ์ จับต้องได้ใน 3 เดือน มีผลยั่งยืนสู่รัฐบาลใหม่เป็นคำกล่าวย้ำของนายกรัฐมนตรีที่จะใช้เป็นสูตรการทำงานจากนี้

จะเห็นได้ว่า ผู้นำรุกงาน แข่งเวลา แต่ละช่วงเวลา มีผลของงาน บางกระทรวงจี้ติด ตามผลแต่ละเดือน มีการเรียกประชุมชี้แจง ทำความเข้าใจกับข้าราชการในสังกัด เพื่อขอให้ร่วมมือ ช่วยกันเร่งรัดปฏิบัติงานตามนโยบาย และรายงานผลต่อคณะรัฐมนตรี เป็นรายไตรมาส

เมื่อผู้นำเร่ง รุก เร็วเช่นนี้ PR จะเช่นไร

เนื่องเพราะการประชาสัมพันธ์ (PR) กับการบริหาร เกาะเกี่ยวคู่ขนานไปด้วยกัน ในฐานะเป็นเครื่องมือติดต่อสื่อสาร หนุนนำนโยบายการบริหาร หนุนนำผู้นำ จะรุกข่าวสาร เร่งบอกกล่าว ให้ความรู้ สร้างความเข้าใจในงานโครงการต่างๆ ที่ขับเคลื่อนนั้นด้วยจำนวนข่าวสารเท่าใด ด้วยความเร็วอย่างไร ...อยู่ที่ศิลปะ PR

มองว่า ถ้าจะให้ดี วันนี้ PR ภาครัฐควรเหยียบคันเร่งไปเกียร์เดียวกับผู้นำ ตามให้ทัน ทำทันที ช้าไม่ได้ ไม่ใช่เพียงตามให้ทันเท่านั้น บางทีก็ต้องทำก่อน ใช้ PR นำการบริหาร แต่ละช่วงเวลา มีผลของงาน PR ออกมาให้เห็น แต่ละสัปดาห์ แต่ละเดือนแถลงข่าวอะไรบ้าง ออกข่าวกี่ข่าว ประชาสัมพันธ์กี่เรื่อง อะไรบ้าง ตั้งเป้าอย่างไร ให้ได้ตามนั้น ที่สำคัญ ผล PR เป็นอย่างไร โดนใจผู้นำแค่ไหน เข้าถึงประชาชนเพียงใด

เข้าถึงแล้ว ต้องให้เข้าใจด้วย

เข้าใจแล้ว ต้องให้ร่วมมือด้วย

ภาครัฐ รัฐบาล กระทรวง กรม จังหวัด จะประสบความสำเร็จ สัมฤทธิผลในการบริหารงานตามเป้าหมาย นอกจากอยู่ที่จำนวนผลงานที่ขับเคลื่อนแล้ว ยังอยู่ที่จำนวนข่าวสารที่ PR

จะดีหรือไม่ หาก PR ข่าวสารให้มาก ใช้สื่อให้มาก ทำให้เร็ว ต่อเนื่อง บ่อยครั้ง และครอบคลุม รับลูก ส่งลูกกับผู้นำ ทำงานเข้าขา มองตารู้ใจ เช่น มีผลงานปุ๊บ PR ปั๊บ โครงการใดแล้วเสร็จปุ๊บ ออกข่าวปั๊บ หรือชงเรื่องเสนอแนะผู้นำเดินทางไปตรวจเยี่ยม ผลสำเร็จของโครงการเชิญสื่อ และจัดให้สัมภาษณ์ ณ ที่ตั้งโครงการนั้นๆ หรือด้วยวิธีการอื่นๆ ที่เห็นว่าเหมาะสม

PR ต้องเป็น มือชงรายงานผลการปฏิบัติงานที่แล้วเสร็จให้ประชาชน สังคมทราบ เป็นความสำเร็จและภาคภูมิใจร่วมกัน โครงการเป็นประโยชน์อย่างไร เชิญชวนมาใช้ประโยชน์ เพื่อคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ที่ดี

อาจรวมไปถึงการประชาสัมพันธ์ผลของงบ ใช้งบเท่าใด จะเป็นแต่ละโครงการ หรือแต่ละช่วงเวลา เป็นรายเดือน รายไตรมาส ให้สังคมมีส่วนร่วมรับรู้เม็ดเงินที่ใช้จ่ายไป สร้างความโปร่งใสให้ประชาชน

การรายงานผล เป็นวิธีการประชาสัมพันธ์ข่าวสาร แจ้งให้ทราบอย่างหนึ่ง ควรรายงานเมื่อผลของงานแล้วเสร็จใหม่ๆ ผลของงานยังอุ่นๆ อยู่ ประชาชนสนใจ ดั่งปรุงอาหารสุกใหม่ๆ รีบยกไปเสิร์ฟ ฉันใดก็ฉันนั้น ...ทั้งชง ทั้งเสิร์ฟ

นั่นเป็นเหตุผล PR ถึงต้องไปเกียร์เดียวกับผู้นำ นอกจากผลของงานที่เป็น ผลสำเร็จของโครงการแล้ว ยังมีผลของงานที่เป็น ความก้าวหน้าของโครงการและผลของงานที่เป็น จุดเริ่มต้นของโครงการนำมาบอก ออกข่าวได้

ผลสำเร็จของโครงการเปรียบดั่งปลายทาง

ความก้าวหน้าของโครงการเปรียบดั่งระหว่างทาง โดย PR ต้องเฝ้าติดตามความก้าวหน้าของโครงการต่างๆ

จุดเริ่มต้นของโครงการหรือ นโยบายเปรียบดั่งต้นทาง ซึ่งมองว่า วิสัยทัศน์นโยบายที่ดี ถือเป็นผลของงานตั้งแต่ยังไม่ได้ลงมือทำ โดย PR ต้องเกาะติดผู้นำทุกก้าวความเคลื่อนไหวใดๆ

ทุกๆ นโยบาย ทุกๆ สายทางการขับเคลื่อนงานโครงการใดๆ ตั้งแต่ต้นทาง ระหว่างทาง ปลายทาง เป็น PR ได้ถ้ารู้ใช้ผลของงาน อยู่ที่เหลี่ยมมุม PR อย่างไร โดยเฉพาะ PR แล้วต้องส่งผลดีเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลและประชาชน บางเรื่อง บางประเด็นของงานหรือการสื่อสารนโยบาย ก็ต้องช่วงชิงจังหวะโอกาสในการให้ข่าวสาร เพื่อผลทางการบริหารอีกด้วย จะมีกลยุทธ์การสื่อสารอย่างไร

ถ้าทำได้ เชื่อว่า ไม่มีหลุด ตกหล่น เล็ดลอด PR ไม่มีพลาด ให้เสียโอกาสผู้นำและประชาชน นั่นคือ จำนวนข่าวสาร ผลของงาน PR

คิดเล่นๆ ถ้าผู้นำ หรือผู้บริหารอุตส่าห์ขับเคลื่อนงานกระทั่งสัมฤทธิผล แต่ PR กลับออกข่าวน้อยไป ล่าช้า ก็น่าเสียดาย ไปคนละเกียร์ ผลของงานอยู่ในองค์กรหน่วยงาน ไม่ถูกนำไปสู่การรับรู้ของประชาชนเท่าที่ควร ข่าวเก่า สื่อก็ไม่เอาแล้ว เผลอๆ กลายเป็นอ่อน PR ไป ก็อาจเป็นไปได้

สร้างการรับรู้เท่าใด ผลงานจับต้องได้เท่านั้น

รับรู้จับต้องได้เท่าใด เป็นศรัทธาชื่นชมเท่านั้น

วันนี้กลไก PR ของรัฐอาจต้องจัดทีม จัดทัพ ปรับกลยุทธ์ PR ใหม่ให้สอดคล้อง สอดรับกับจังหวะก้าวใหม่ในการทำงานของรัฐบาล โฆษกรัฐบาล โฆษกกระทรวง โฆษกกรม ประชาสัมพันธ์กระทรวง ประชาสัมพันธ์กรม ประชาสัมพันธ์จังหวัด จากนี้ควรต้อง PR ให้มาก ให้เร็ว

จะเร็วแค่ไหน มากเท่าใด ขึ้นกับกลไก PR ของรัฐเห็นว่าเหมาะสม เพียงพอทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพที่จะทำให้ประชาชนเข้าถึง เข้าใจ รับรู้ จดจำได้ นำไปปฏิบัติถูกต้อง สามารถหนุนนำ หนุนส่งให้การขับเคลื่อนงานนโยบายนั้นๆ บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายของรัฐบาลได้

เป็นโอกาสและความท้าทาย PR ไม่น้อย

ขณะที่บทบาท PR คงไม่ใช่เพียง บอกกล่าวออกไปเท่านั้น ยังต้อง รับฟังเข้ามาอีกด้วย ถึงจะครบวงจร สื่อสารสองทางเป็นการรับฟังซึ่งปัญหาความต้องการ ความเป็นอยู่ ความเดือดร้อน สารทุกข์สุกดิบ ผลกระทบจากนโยบาย ภัยธรรมชาติ น้ำท่วม ภัยแล้ง ฯลฯ PR เอาใจใส่ ใส่ใจในความรู้สึก เสียงสะท้อนของประชาชน เอาใจเขามาใส่ใจเรา

ยิ่งฟัง ยิ่งรู้

ยิ่งรู้ ยิ่งเข้าถึงปัญหา

ทุกเสียงสะท้อน ทุกปัญหา มีคุณค่าและความหมาย รู้ก่อน แก้ก่อน เช่น แผ่นดินไหวที่ จ.เชียงราย หรือน้ำท่วมหนักที่ จ.สุโขทัยเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งเมื่อนายกรัฐมนตรีรู้ จึงเดินทางไปเยี่ยม และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันที

อาจรู้ได้หลายทาง หนึ่งในนั้น หากรู้จากกลไก PR ของรัฐ ประชาสัมพันธ์จังหวัดในพื้นที่ ยกหูโทร.ถึงโฆษกรัฐบาล จะดีหรือไม่ เพื่อชงเรื่องเสนอขึ้นไปยังนายกรัฐมนตรี หรือยกหูโทร.ถึงโฆษกกระทรวง จะดีหรือไม่ เพื่อชงเรื่องเสนอขึ้นไปยังรัฐมนตรี ถ้าทำได้ (อาจทำอยู่แล้ว) รู้เร็ว แก้เร็ว

PR กับการบริหารคู่ขนานไปด้วยกัน