ดอลลาร์ผงาด Vs เยนร่วง

ดอลลาร์ผงาด Vs เยนร่วง

ในรอบสัปดาห์นี้ความผันผวนเกิดขึ้นกับตลาดค้าเงินตรา จากปัจจัยหลายด้านเรียกกันว่าเป็นทั้ง Fed Effect

และ Scotland Effect ที่ทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐผงาดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะผลกระทบที่มีต่อค่าเงินเยนที่ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วแตะระดับ 109.10 เยนต่อดอลลาร์จากวันจันทร์ยืนอยู่ที่ 107.13 หลังจากที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่อ่อนแอลง และยังมีอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นที่ติดลบครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ยังรวมถึงการดึงเงินดอลลาร์กลับเข้าสหรัฐเนื่องจากการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมามีมติยกเลิกการพิมพ์เงินQEงวดสุดท้ายจำนวน 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนตุลาคมจากที่เคยพิมพ์เงินQE เข้าสู่ตลาดเดือนละ 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ที่เริ่มมาตั้งแต่ปลายปี 2012 เท่ากับเป็นการส่งสัญญาณว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจกำลังจะยุติลง โดยจะยังคงตรึงดอกเบี้ยในระดับต่ำ 0.25% จนกว่าจะถึงกลางปีหน้าที่คาดว่าจะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีมานี้

โดยที่นายไอซูเกะ ซากากิบารา หรือฉายามิสเตอร์เยน อดีตรัฐมนตรีช่วยคลังของญี่ปุ่น แสดงความเป็นห่วงการที่เงินเยนอ่อนค่าลงจะแตะ 110 เยนในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งเป็นผลสะท้อนมาจากการผ่อนคลายนโยบายการเงินแบบสุดโต่งของธนาคารกลางญี่ปุ่นหรือบีโอเจ จากการอัดฉีดเงินผ่าน QQE วงเงิน 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อเข้าไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลและตราสารการเงินของภาคธุรกิจในช่วง 2 ปีที่จะสิ้นสุดลงในต้นปีหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายลูกศร 3 ดอกอาจจะหมดมนต์ขลังในการใช้กระตุ้นเศรษฐกิจญี่ปุ่นต่อไป เพราะเศรษฐกิจญี่ปุ่นไม่ได้ฟื้นตัวที่ 2% ต่อปี หรือมีอัตราเงินเฟ้อ 2% ตามคาด แต่กลับทำให้ตลาดกังวลว่ามาตรการของบีโอเจจะส่งผลต่อเงินเยนอ่อนค่าลงอีก จนไปแตะที่ 110-112 เยนต่อดอลลาร์ในช่วงต้นปี 2015 ก่อนที่จะขยับไปที่ 113-115 เยน และอ่อนลงไปที่ 120 เยนช่วงปลายปี

ขณะที่บทวิเคราะห์เมื่อไม่นานมานี้ของสำนักข่าว CNBC บอกว่าให้จับตาค่าเงินเยน อาจจะอ่อนลงไปอีก 1 เท่าตัวถึงระดับ 200 เยนในระยะ 3-5 ปีข้างหน้านี้ก็ได้ หลังจากที่เงินดอลลาร์เคยแข็งค่าในช่วงก่อนเกิดวิกฤติซับไพรม์และการล่มสลายของเลห์แมนบราเธอร์สในปี 2008 โดยเฟดได้ทำการประคองค่าเงินที่ถือเป็นดัชนีของเงินดอลลาร์ไม่ให้แข็งหรืออ่อนมากเกินไปที่ 79-85% ซึ่ง ณ ระดับปัจจุบันดัชนีค่าเงินดอลลาร์ชนเพดานที่วางไว้แล้วส่วนจะแข็งค่าต่อหรือไม่คงต้องมองไปที่นโยบายของเฟดจะปล่อยให้เงินดอลลาร์แข็งค่าต่อไปเรื่อยๆ หรือจะดึงให้อ่อนค่าลงเหมือนหลายๆครั้งที่ผ่านมา แต่การที่บีโอเจต้องการจะผ่อนคลายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอีกนั้น ก็ย่อมจะทำให้ทิศทางของเงินเยนอยู่ในขาลงอย่างต่อเนื่อง

สำหรับเงินเยนที่อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วและผันผวน เป็นตัวอย่างหนึ่งของผลสะท้อน จากนโยบายการเงินของ 4 ธนาคารกลางยักษ์ใหญ่ของโลก ที่มีการปล่อยเม็ดเงินมหาศาลจนท่วมสู่ระบบการเงินโลกนับเป็นเม็ดเงินรวมกันมากว่า 10 ล้านล้านดอลลาร์ โดยแยกเป็นการปล่อยผ่านเงิน QE จากเฟดในจำนวนเงิน 4.3 ล้านล้านดอลลาร์ จากธนาคารยุโรป (อีซีบี) อีกเฉียด 4 ล้านล้านดอลลาร์ ธนาคารอังกฤษ (บีโออี) มากกว่า 6 แสนล้านดอลลาร์ และบีโอเจอีก 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ จนทำให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟต้องออกมาเตือนเมื่อสองวันก่อนว่า สภาวะการเงินที่ท่วมตลาดการเงินโลกขณะนี้ กำลังจะนำไปสู่ความผันผวนของค่าเงินในประเทศต่างๆ รวมไปถึงการเคลื่อนย้ายของกระแสเงินทุนที่มุ่งหวังเก็งกำไรระยะสั้นด้วย