คสช.กับ "ขบวนการคนจน"

คสช.กับ "ขบวนการคนจน"

ดั่งที่ทราบกัน นับแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าบริหารราชการแผ่นดิน ได้สร้างผลงานอย่างเป็นรูปธรรม

ในหลายด้าน โดยเฉพาะ "นโยบายปราบปรามและหยุดยั้งการทำลายทรัพยากรป่าไม้" เจ้าหน้าที่รัฐ "ป่าไม้ ฝ่ายปกครอง และทหาร" ประสานกำลังรุกจัดการ "กลุ่มนายทุน" รุกป่าและยึดครอง "ที่ดินหลวง" อย่างรวดเร็ว จึงมีเสียงสรรเสริญจากผู้คนทั้งแผ่นดิน

000 อีกด้านหนึ่งของเหรียญ ในสงคราม "ทวงคืนผืนป่า" ของเจ้าหน้าที่รัฐ ก็กระทบกับชาวบ้านผู้ยากไร้ที่กลายเป็น "ผู้บุกรุก" อย่างเช่นกรณีชาวบ้านโคกยาว ต.ทุ่งลุยลาย และชาวบ้านบ่อแก้ว ต.ทุ่งพระ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ กำลังถูกเจ้าหน้าที่รัฐกดดันให้ออกจากพื้นที่ ซึ่งพวกเขาตั้งถิ่นฐานกันมานับชั่วอายุคน

000 ด้วยเหตุนี้ ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.-พีมูฟ) จึงเรียกร้องต่อ คสช. ให้จังหวัดชัยภูมิ ยุติการดำเนินการใดๆ ในทันที และให้ คสช. ยกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ 64 และ 66 เรื่องการปราบปรามและหยุดยั้งการทำลายทรัพยากรป่าไม้ เพื่อยุติปัญหาเฉพาะหน้า

000 ขบวนการพีมูฟ อ้างในคำสั่ง คสช.ที่ 66/2557 ระบุว่า การดำเนินการใดๆ ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อ "ผู้ที่มีรายได้น้อย และผู้ไร้ที่ดินทำกิน" ซึ่งได้อาศัยอยู่ในพื้นที่เดิมนั้นๆ ก่อนคำสั่งนี้มีผลบังคับใช้ ยกเว้นผู้ที่บุกรุกใหม่

000 จริงๆ แล้ว เจ้าหน้าที่ต้องกุมนโยบายทวงคืนผืนป่าอย่างมีการจำแนก อะไรเป็นการรุกป่าของ "กลุ่มนายทุน" และอะไรเป็นปัญหาของ "ชาวบ้านที่ยากไร้" ซึ่งต่อคนสองกลุ่มนี้ ต้องมีนโยบายที่แตกต่างกัน มิใช่ใช้ "อำนาจ" เข้าจัดการแบบเสมอหน้ากัน

000 การประเมินผลงานของ คสช. ไม่ได้หมายถึงจำนวน "ตัวเลข" ว่า ทวงคืนผืนป่าได้มากน้อยเพียงใด หากแต่ต้องคำนึง "หลักมนุษยธรรม" และ "ข้อเท็จจริง" ที่ควรรับฟังทั้งจากชาวบ้านและ "คนของรัฐ" ยกตัวอย่างยุทธการ "อาชาพิทักษ์ไพร" ที่ทหารม้า ร่วมกับฝ่ายปกครอง ปฏิบัติการปราบปรามลักลอบตัดไม้และการบุกรุกพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติภูพาน จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งสามารถทวงคืนพื้นที่ได้ 19,000 ไร่ นับว่าเป็นผลงานชิ้นโบแดง

000 นโยบายรัฐบาลหลายชุดที่ผ่านมา ได้ส่งเสริมการปลูกยางพารา ชาวบ้านเลยแห่ปลูกยางพารา และปฏิเสธไม่ได้ว่า มีกลุ่มนายทุนว่าจ้างชาวบ้านเข้าไปรุกพื้นที่เขตป่าอุทยานฯ แต่ในแง่ปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าก็ต้องมี "กลยุทธ์" เหมือนเมื่อครั้งในอดีต ทหารเคยใช้ "การเมืองนำการทหาร" ทำการ "แยกปลาออกจากน้ำ" จึงทำให้บ้านเมืองสงบสุขมาจนถึงปัจจุบัน

000 ในยุทธการของฝ่ายทหาร ฝ่ายป่าไม้ และฝ่ายปกครอง พ.ศ.นี้ กลับใช้นโยบายย้อนยุค "สามเรียบ" คือตรวจเรียบ ปราบเรียบ และจับเรียบ โดยมิจำแนกว่า ชุมชนเก่าหรือชุมชนใหม่ ลูกน้องนายทุนหรือคนยากไร้

000 ในวันนี้ เจ้าหน้าที่รัฐมี "อำนาจพิเศษ" จัดการได้อย่างฉับพลันทันที ชาวบ้านเองก็มิได้ขัดขืน ยอมให้จับกุมและต่อสู้คดีในชั้นศาล แต่ลึกลงไปในจิตใจชาวบ้านเหล่านี้ ที่ปฏิเสธไม่ได้คือ พวกเขาเป็น "คนเสื้อแดง" ที่ได้รับชุด "ความคิดทางการเมือง" มาอย่างต่อเนื่อง

000 ต้องยอมรับว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรัฐประหารชุดนี้ เติบโตในหน้าที่การงานในช่วงที่ "สงครามเย็น" ยุติแล้ว นายทหารใหญ่เหล่านี้ อาจไม่ซึมซับกับคำว่า การต่อสู้เอาชนะคอมมิวนิสต์ ด้วยนโยบาย "การเมืองนำการทหาร" และการลดเงื่อนไขให้ชาวบ้านที่ยากไร้รู้สึกสิ้นหวังต่อภาครัฐ ก็เป็นส่วนหนึ่งในการเอาชนะฝ่ายรัฐบาล

000 อยากฝากไว้ในตอนท้าย "กฎอัยการศึก" มิใช่เรื่องใหญ่สำหรับ "ขบวนการคนจน" หากวันหนึ่งพวกเขาจำเป็นต้องลุกขึ้นปกป้องสิทธิชุมชน เหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อยุคสมัยของ รสช.