กสทช.ต้องทราบ ภาระหน้าที่ของตัวเอง

กสทช.ต้องทราบ ภาระหน้าที่ของตัวเอง

จากมติคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (บอร์ด กสท.) วันที่ 2 กันยายน 2557 เห็นชอบให้

ทำหนังสือถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อหารือแนวทางการปฏิบัติการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 27 ซึ่งช่อง 3 ใช้อ้างสิทธิ เพื่อออกอากาศในทุกช่องทาง ว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่ ล่าสุด พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คสช. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ประกาศของคสช.ทุกฉบับ ตั้งแต่ฉบับแรก วันที่ 22, 23, 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา ไม่มีฉบับใดหรือข้อไหนที่บอกเรื่องการจัดการความถี่เรื่องนี้เลย เริ่มตั้งแต่คำสั่งฉบับแรกเป็นการประกาศให้สถานีโทรทัศน์หยุดทำการ ต่อมาเริ่มให้ฟรีทีวีและสถานีวิทยุออกอากาศได้ ยกเว้นวิทยุชุมชน จากนั้นได้ประกาศอนุญาตให้ทีวีระบบบอกรับสมาชิกออกอากาศได้ เพียงแต่ขอความร่วมมือในเรื่องเนื้อหาจนถึงขณะนี้ทีวีของช่องสีเสื้อต่างๆ ก็ออกอากาศได้จนครบทุกสถานี

ดังนั้นประกาศของ คสช.จึงไม่มีอะไรเกี่ยวกับการจัดระบบอนาล็อก หรือดิจิทัลของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เลย เป็นเรื่องการสร้างกระบวนการของ กสทช. เอง ซึ่ง กสทช. ต้องตัดสินใจบนพื้นฐานตรงนั้น กสทช.ต้องเข้าใจบทบาทของตัวเอง คำสั่งคสช. 3 บรรทัดแรกอ่านแล้วก็จะเข้าใจทันทีว่าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับ กสทช. เลย เขาไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่เข้าใจเจตนารมณ์เพราะหากได้อ่านรายละเอียดจนเข้าใจก็จะทราบว่า คสช. ไม่เคยก้าวล่วงการจัดระบบ เรื่องนี้ กสทช. ต้องไปคุยกับเอกชนคู่กรณีเอาเอง พร้อมข้อสรุปว่า "ผมอ่านคำสั่งคสช.ทุกฉบับ อย่างละเอียดมา 2-3 วัน ยังไม่เห็นว่าตรงไหนไปเกี่ยวข้องกับการจัดระบบของกสทช.จึงขอฝากไปบอกด้วยเลยตรงนี้ว่า ไม่ต้องมาถามผม จะต้องมาถามทำไม ไปทำหน้าที่ของตัวเอง"

กสทช. คือผู้มีอำนาจในมือ ถือดาบอาญาสิทธิ์อยู่แท้ๆ แต่ไม่เคยรับทราบว่า ขอบเขตอำนาจของตัวเองอยู่ที่ไหน ทำอะไรได้เพียงใด สิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนทั่วไป ไม่ใช่เอื้อประโยชน์แก่ประชาชนรายหนึ่งรายใด หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง พอเกิดปัญหาก็จะโยนไปให้คนอื่น หรือหน่วยงานอื่นชี้ขาด งานที่ผ่านมา เพียงคิดหาวิธีการจัดประมูลใบอนุญาตประเภทต่างๆ ให้ได้เงินเข้าหน่วยงานจำนวนสูงๆ หลักหมื่นหลักแสนล้านบาท กว่าจะนำส่งเข้าเป็นเงินแผ่นดินต้องผ่านกระบวนการมากมาย ก่อนจัดประมูลพูดอย่างดูมีหลักการอย่างดี เวลาผ่านไปกลับลังเลไม่แน่ใจในสิทธิและอำนาจที่มี แล้วประชาชนจะหวังเป็นที่พึ่งได้อย่างไร มีหน่วยงาน มีคนทำงานมากมายหลายด้าน ด้วยค่าตอบแทนที่จูงใจ แต่หากพิจารณาดีๆ แล้ว "ผลงาน" ที่สร้างคุณูปการแก่ประเทศชาติ และประชาชนอยู่ตรงไหน ยังต้องพิสูจน์ให้ประจักษ์แจ้ง

การที่สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ออกแถลงการณ์เพื่อชี้แจงเกี่ยวกับการออกอากาศช่อง 3 ในระบบอนาล็อก 8 ข้อ สรุปว่า ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2557 ประชาชนยังรับชมช่อง 3 original ผ่านเสาอากาศก้างปลา และหนวดกุ้งได้ตามปกติไปจนหมดอายุสัมปทานถึงปี 2563 โดยไม่มีปัญหา หาก กสทช. ต้องการให้ออกอากาศคู่ขนานทีวีดิจิทัลเร็วกว่าแผนงานที่วางไว้ ช่อง 3 ยินดีหารือกับ กสทช. ซึ่งจำเป็นต้องมีขั้นตอนการดำเนินการอย่างรอบคอบ เนื่องจากเป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ และต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นธรรม และต้องเคารพสิทธิของช่อง 3 ด้วย ถือเป็นเรื่องที่เอกชนสามารถทำได้ แต่กระบวนการเจรจา และทางออกจะเป็นอย่างไร กสทช. ต้องเคารพกฎหมายที่ถืออยู่ รวมถึงประกาศต่างๆ ที่ออกมา ส่งผลให้เอกชนหลายรายเข้าร่วมประมูล และสำคัญคือต้องเคารพสิทธิของประชาชนที่จะต้องได้รับชมทีวีดิจิทัลด้วย