เอกซเรย์ สนช.-สปช.

เอกซเรย์ สนช.-สปช.

ภายใต้โรดแมพคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตัวจักรสำคัญ คือ การทำหน้าที่ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

(สนช.) สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ควบคู่ไปกับการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล "ประยุทธ์1" โดยที่นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ย้ำว่า จะลดบทบาทของคสช. ลง หลังจากรัฐบาลแถลงนโยบายต่อสนช.

สนช. จะทำหน้าที่แทนสมาชิกรัฐสภา (สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาเดิม) มีจำนวน 200 คน (ขณะนี้เหลือ 192 คน) หน้าที่สนช. คือ ตรากฎหมาย แก้ไขเพิ่มเติม และปรับปรุงกฎหมาย แก้ไขรัฐธรรมนูญ ตราพระราชบัญญัติ พระราชกำหนด และกฎหมายอื่นๆ

สปช. มาจากการคัดสรรของคณะกรรมการสรรหาในระดับจังหวัด (จังหวัดละ 5 คน) การสรรหาจาก 11 กลุ่มปฏิรูป จะเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เข้าไปทำงานเกี่ยวกับการปฏิรูปด้านต่างๆ โดยผู้ได้รับการเสนอชื่อ ทั้งจากจังหวัดและ 11 กลุ่มปฏิรูป คสช.จะเป็นผู้คัดเลือกในขั้นตอนสุดท้ายให้เหลือ 250 คน มีหน้าที่ ตรากฎหมาย แก้ไขเพิ่มเติม และปรับปรุงกฎหมาย แก้ไขรัฐธรรมนูญ

ทั้ง สนช. และ สปช. มีสิ่งที่เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งคือ "คอนเนคชั่น" เชื่อมโยงกลุ่มที่กุมอำนาจอยู่ในปัจจุบัน

สนช. สายสัมพันธ์ 3 สาย คือ

สายพี่ใหญ่ "บูรพาพยัคฆ์" รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะประธานที่ปรึกษา คสช. ซึ่งนอกจากเพื่อนพ้องน้องพี่ในกองทัพ ทั้งที่ยังอยู่ในราชการ-และเกษียณอายุราชการไปแล้ว ยังหอบหิ้วน้องชายร่วมสายโลหิต 2 คน คือ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ และ อดีต ส.ว.สรรหา พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ เข้ามาเป็น สนช.ด้วย

สายที่ 2 คือ "อดีต ส.ว." ส่วนใหญ่จะเป็นสายส.ว.สรรหา ที่มีทั้ง รองประธาน สนช.2 คน คือ สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย และ พีระศักดิ์ พอจิต ส่วนอดีตส.ว.คนอื่นๆ ล้วนคุ้นชื่อในนามกลุ่ม 40 ส.ว. ทั้ง พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม พล.อ.ธีรเดช มีเพียร นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมชาย แสวงการ ตวง อันทะไชย มณเฑียร บุญตัน

สายที่ 3 คือ เครือข่าย "เนติบริกร" คนสนิทรองนายกรัฐมนตรี วิษณุ เครืองาม และว่าที่ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มีชัย ฤชุพันธุ์

ส่วน สปช. เมื่อ เอกซเรย์ ตัวคณะกรรมการสรรหา 11 ด้าน พบว่าคณะกรรมการทั้ง 77 ราย ล้วนมีสายสัมพันธ์กับ คสช. ตอกย้ำถึงเครือข่ายอำนาจ คสช. โดยเฉพาะที่ปรึกษา คสช.ทั้ง 10 คน เข้ามานั่งคุมการสรรหา สปช. ซ้ำยังเลือกคนสนิทเข้ามาเป็นกรรมการด้วย

เอกซเรย์ ไปที่ "ด้านการเมือง" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษา คสช.คุมผ่านเครือข่าย "ธรรมศาสตร์คอนเนกชัน" ทั้ง นรนิติ เศรษฐบุตร นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานสภานิติบัญญัติ

"ด้านบริหารราชการแผ่นดิน" วิษณุ เครืองาม คุมผ่าน อดีตเลขาธิการครม.สุรชัย ภู่ประเสริฐ อดีตเลขาธิการสำนักงานข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) สีมา สีมานันท์

"ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม" พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. คุมผ่านเครือข่ายอดีตผู้พิพากษา อดีตประธานวุฒิสภา ประสพสุข บุญเดช

"ด้านพลังงาน" ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ที่ปรึกษา คสช. คุมผ่าน อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ อดีตผู้ว่าการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย พละ สุขเวช อดีตผู้ว่าการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย วิเศษ จูภิบาล และอดีต รมว.พลังงาน สมัยรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร เล่นเอากลุ่มขับเคลื่อนปฏิรูปพลังงาน ท้อหากจะผ่าด่านการสรรหาเข้ามาเป็น สปช.

"ด้านเศรษฐกิจ" ณรงค์ชัย อัครเศรณี ที่ปรึกษา คสช.

"ด้านการปกครองส่วนท้องถิ่น" พี่รอง "บุรพาพยัคฆ์" พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา คุมผ่าน อดีตหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย จาดุร อภิชาตบุตร อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย สมพร ใช้บางยาง

"ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม" พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ที่ปรึกษา คสช.

"ด้านสื่อสารมวลชน" พล.อ.นภดล อินทปัญญา ที่ปรึกษา คสช. อดีตเลขานุการ พล.อ.ประวิตร คุมการสรรหา

"ด้านสังคม" สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา คสช.เป็นผู้ดูแล

"ด้านการศึกษา" ยงยุทธ ยุทธวงศ์ ที่ปรึกษา คสช.ดูแลการสรรหา กลุ่มนี้มีผู้เสนอตัวเข้ามาเป็นสปช.มากที่สุด

"ด้านอื่นๆ" พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ที่ปรึกษา คสช. คุมการสรรหา กลุ่มนี้มีผู้เสนอตัวเข้ามาเป็นสปช.มากเป็นอันดับ 2

หัวหน้าคสช. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้คำมั่นว่า การเลือกคนก็เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าไปสู่การปฏิรูปได้ จากนี้ไปขึ้นอยู่ที่ผู้ได้รับเลือกจะพิสูจน์ว่าจะนำพาประเทศหลุดพ้นจากวังวนเดิมได้หรือไม่