วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

"หุ้น 10 เด้ง" ของ...ปีเตอร์ ลินช์

ในหนังสือ “30 วัน รวยด้วยรายได้ที่ไม่ต้องทำงาน” มีบทความหนึ่งที่ผมชอบมากก็คือ “หุ้น 10 เด้ง ของ ปีเตอร์ ลินช"

โดยลินช์เป็นผู้ที่บริหารกองทุนรวมที่ใหญ่ที่สุดกองหนึ่งของสหรัฐอเมริกาที่มีชื่อว่า ไฟเดลลิตี้ แมกเจลลัน (Fidelity Magellan) ตั้งแต่ปี 2520 จากนั้นลินช์ก็ได้สร้างความฮือฮาให้เกิดขึ้นในวงการตลาดหุ้นของสหรัฐอเมริกา ด้วยการทำให้ผลตอบแทนของกองทุนของเขาออกมาสูงถึง 28 เท่า ภายในระยะเวลา 13 ปี พูดง่ายๆ ก็คือ หากคุณผู้อ่านลงทุนกับนายลินช์ในปี 2520 เป็นเงิน 1 ล้านบาท พอถึงปี 2533 คุณผู้อ่านก็จะได้เงินสูงถึง 28 ล้านบาทโดยลินช์มีเทคนิคในการมองหา “หุ้นสิบเด้ง” ดังนี้ครับ

1.ชื่อบริษัทฟังแล้ว...น่าเบื่อหน่าย

บริษัทที่มีชื่อว่า Crown, Cork and Seal ซึ่งมีความหมายถึง จุกขวด หรือการผนึกฝาต่างๆ เป็นชื่อที่ธรรมดาๆ และน่าเบื่อหน่าย แต่ลินช์จะมองว่า...เป็นข้อดี เพราะผู้คนมักจะไม่สนใจในสิ่งที่...น่าเบื่อหน่าย

2.ผลิตสินค้าที่...น่าเบื่อหน่าย

บริษัทที่ผลิตสินค้า...ที่น่าเบื่อหน่าย ก็จะสามารถกันคนที่ไม่เฉลียวฉลาดออกไปได้ แต่ลินช์จะชอบมากที่สุดถ้าค้นพบ...บริษัทที่มีชื่อน่าเบื่อหน่าย และยังจะผลิตสินค้าที่น่าเบื่อหน่ายออกมาอีกด้วย

3.เป็นหุ้นของบริษัทที่ทำอะไรให้คนไม่ชอบ

บริษัทที่คนมักจะไม่ชอบได้แก่ บริษัทที่ทำอะไรเกี่ยวกับความสกปรกหรือขยะ เป็นต้น แค่เริ่มต้นทำในสิ่งที่คนไม่ชอบ...คนที่จะสนใจก็น้อยลงไปแล้ว

4.เป็นหุ้นของบริษัทที่แตกตัวออกมา

การแตกบริษัทย่อยออกมาจากบริษัทใหญ่ที่มีชื่อเสียงแสดงว่า ผู้บริหารของบริษัทนั้นๆ จะต้องเห็นความสามารถและมีความมั่นใจในบริษัทลูก นอกจากนั้นชื่อเสียงของบริษัทแม่ยังช่วยให้บริษัทลูกมีโอกาสประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้นอีกด้วย

5.เป็นหุ้นที่สถาบันลงทุนไม่ชอบที่จะลงทุนด้วย

หากคุณผู้อ่านค้นพบหุ้นที่ดีตัวใดก็ตามที่สถาบันลงทุนถือไว้น้อยหรือไม่ได้ถือไว้เลย นั่นอาจแสดงว่า...โอกาสกำลังมาแล้ว เพราะคุณสามารถจะซื้อเก็บสะสมมันไว้ได้ก่อนที่...ยักษ์ใหญ่จะลงมาเล่น

6.เป็นหุ้นที่รู้สึกว่ามีปัญหาบางอย่าง...กำลังคุกคามอยู่

ปัญหาทางสังคมหลายๆ อย่างก็เคยกระหน่ำไปยังบริษัทดีๆ หลายต่อหลายบริษัท หากปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาชุมชนประท้วง ปัญหามวลชนอื่นๆ สิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ “หุ้นดี...ราคาต่ำ”

7.เป็นบริษัทที่ประสบกับปัญหาขั้นร้ายแรง

ตัวอย่างที่อาจทำให้คุณผู้อ่านได้เห็นภาพง่ายๆ ขึ้นมาหน่อย เช่น การแพ้คดีความครั้งใหญ่ โรงงานระเบิด กระบวนการผลิตที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต สิ่งเหล่านี้มีผลกับราคาหุ้นแทบจะทันที

8.เป็นหุ้นที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่กำลังจะแย่

อุตสาหกรรมเหล็ก เป็นอุตสาหกรรมที่หลายคนคิดว่า เป็นอุตสาหกรรมประเภทดวงอาทิตย์ตก นั่นหมายถึงอุตสาหกรรมนี้มีอนาคตที่กำลังจะแย่ลง บริษัทเหล็กของอินเดียที่ชื่อว่า มิตทาลสตีล (Mittal Steel) เป็นบริษัทที่คอยกว้านซื้อบรรดาโรงงานเหล็กทั่วโลกในราคาถูก ทำให้ผลิตสินค้าได้ในต้นทุนที่ต่ำ จึงสามารถทำกำไรได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

9.เป็นบริษัทที่มีจุดเด่น

พอจะจำกันได้ไหมครับว่า บริษัทที่ผลิตยาไวอากร้า (Viagra) ยาที่ทำให้อวัยวะสืบพันธุ์ของผู้ชายแข็งตัว และทำยอดขายถล่มทลายไปทั่วโลกจากยาตัวนี้มีชื่อว่าอะไร? ใช่แล้วครับ...บริษัทไฟเซอร์ นั่นเอง ยาไวอากร้าได้ทำให้ราคาหุ้นของบริษัทนี้พุ่งกระฉูดสูงขึ้นไปหลายเด้งทีเดียว หลังจากนั้นมา ยาไวอากร้าเพียงตัวเดียวก็ถือเป็น “รายได้ที่ไม่ต้องทำงาน” ก้อนมหึมา...ของบริษัทไฟเซอร์ไปโดยปริยาย

10. ผู้คนต้องซื้อสินค้าของบริษัทนี้เรื่อยๆ

ลินช์จะชอบลงทุนในบริษัที่ทำใบมีดโกน น้ำอัดลม หรือบุหรี่ มากกว่าบริษัทที่ทำของเล่น เพราะผู้คนต้องซื้อมันเป็นประจำ และมีโอกาสน้อยมากที่จะเปลี่ยนแปลงไปใช้สินค้าอย่างอื่นแทน

11. เป็นบริษัทที่ชอบใช้เทคโนโลยี

ลินช์จะไม่ชอบลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีที่ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในการแข่งขันทางด้านราคาที่ไม่สิ้นสุด แต่เขาจะเลือกบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีแทน เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ตใช้เครื่องคิดเงินที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เป็นต้น

12. คนในบริษัทกำลังซื้อหุ้นของบริษัทตัวเองอยู่

ไม่มีสัญญาณอะไรที่จะเด่นชัดไปกว่า คนในบริษัทพากันซื้อหุ้นของบริษัทที่ตนเองทำงานอยู่ สิ่งเหล่านี้บ่งบอกด้วยตัวมันเองอยู่แล้วว่า บริษัทของตนต้องมีผลประกอบการดีแน่ๆ

13. บริษัทกำลังซื้อหุ้นคืนอยู่

การซื้อหุ้นของบริษัทตัวเองคืน เป็นสิ่งที่บริษัทจดทะเบียนในเมืองไทยก็เริ่มทำกันเป็นจำนวนมากแล้ว การซื้อหุ้นคืนก็เหมือนกับ...การที่คนในบริษัทกำลังซื้อหุ้นของบริษัทตัวเองอยู่ ซึ่งแสดงถึง บริษัทต้องมีอนาคตที่ดีแน่ และหุ้น...ก็ต้องมีอนาคตที่ดีตามไปด้วย

ตำนานของปีเตอร์ ลินช์ ไม่ว่าจะเป็นการแสวงหา “หุ้น 10 เด้ง” หรือการทำให้กองทุนของเขาเติบโตขึ้นเป็น 28 เท่าภายในเวลาแค่ 13 ปี ยังเป็นตำนานที่คนรุ่นหลังยังประทับใจอยู่จนถึงปัจจุบัน เพียงแต่...จนถึงทุกวันนี้ ก็ยังไม่มีใครที่จะสามารถ...ลงทุนได้ยิ่งใหญ่...ในเวลาอันรวดเร็วได้เหมือนกับ..ปีเตอร์ ลินช์