ถ้าอยากจะก้าวไกลไปข้างหน้าต้องเริ่มจากคิดให้ไกล คิดให้ได้ก่อนว่าที่ก้าวไกลนั้นเป็นอย่างไร
คิดให้รู้ความแตกต่างจากที่เป็นอยู่ในวันนี้ให้ได้เสียก่อน เราคิดไปข้างหน้าได้ไกลแค่ไหน โอกาสก้าวไกลที่สุดก็เท่ากับที่คิดได้เท่านั้น บ้านเมืองที่เมื่อสามสิบกว่าปีก่อนยังล้าหลังยากจน แต่วันวานพวกเขากล้าคิดไปไกลจนเหมือนเป็นวิมานในอากาศ วันที่เขาเริ่มคิด ใครๆ ก็ไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ แต่วันนี้บ้านเมืองที่ล้าหลังยากจนนั้นได้กลายเป็นยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจของโลก ถ้าวันนั้นไม่กล้าคิด วันนี้คงไม่มีสมาร์ตโฟน จากบ้านเมืองนั้นมาขายให้เราได้ใช้กันอย่างแพร่หลาย
ทำไมบางคนคิดวนไปวนมาสุดท้ายกลับมาที่เดิมทุกครั้ง คิดไปข้างหน้าไม่ได้ สาเหตุใหญ่อย่างหนึ่งมาจากการดูถูกความสามารถของตัวเราเองมากเกินไป เราคิดไปเองว่าเรามีความสามารถไม่พอที่จะทำอะไรที่แตกต่างไปจากที่เรากำลังทำอยู่ วันนี้จึงเป็นวันที่ดีที่สุดสำหรับฝีมือที่เราเชื่อว่าเรามี เรากดดันให้ตัวเราเองพึงพอใจกับวันพรุ่งนี้ที่เหมือนกับวันนี้ เราหยุดโลกไว้กับที่เพราะเราดูแคลนฝีมือของเราเอง หัวหน้าเกรดเออยากเห็นพรุ่งนี้ที่ดูดีกว่าวันนี้มากๆ หัวหน้าเกรดบีมองพรุ่งนี้เหมือนเมื่อวานนี้ ถ้าในส่วนลึกแล้วยังไม่เชื่อฝีมือตัวเอง ก็อย่าพึงคิดจะก้าวไกลไปไหน ค่อยๆ ปรับปรุงพรุ่งนี้ให้ดีขึ้นวันละเล็ก วันละน้อย ก้าวไปข้างหน้าแบบไม่กระโดดจะดีกว่า ถ้าเห็นใครที่เขาก้าวไกลอย่างก้าวกระโดด ก็อย่าอิจฉา เพราะจะทุกข์ใจซ้ำเติมว่าตัวเราด้อยฝีมือ คนอื่นจึงก้าวแซงไปได้ ลองเสาะหาเครื่องมือที่ใช้ปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่องมาประยุกต์ใช้ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนกระทั่งวันหนึ่งความเชื่อมั่นในฝีมือบังเกิดขึ้น วันนั้นจะก้าวกระโดดไปทางไหนก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกแล้ว
ในทางตรงข้าม เราคิดวนไปวนมาจนกลับมาที่เดิมเพราะเราเชื่อว่าไม่มีอะไรจะพิสูจน์ความเก่งของเราให้เป็นที่ประจักษ์ได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ในวันนี้ เราคิดว่าอนาคตไม่ใช่เรื่องท้าทายเท่าวันนี้ และความภูมิใจกับความโดดเด่นของเราในวันนี้นี่แหละที่กีดกันไม่ให้เรามองเห็นอนาคตที่แตกต่างไปจากที่เราเป็นอยู่ในทุกวันนี้ ซึ่งมักเป็นผลมาจากการหลงคิดตามกลุ่ม ต่างคนแต่ไม่ต่างความคิดเราจึงนึกไม่ออกว่าวันพรุ่งนี้ที่ว่าดีกว่าวันนี้นั้นจะเป็นอย่างไร หรือแม้ว่าเราจะนึกภาพอนาคตที่ก้าวไกลไปมากๆ ได้ก็จริง แต่ภาพอนาคตที่โดดเด่นนี้ก็ฝ่าด่านความเชื่อของกลุ่มไปไม่ได้อยู่ดี จึงเป็นการย่ำอยู่กับที่ด้วยความเต็มใจ และความพอใจเป็นอย่างยิ่ง เก่งจนกลัวว่าการเปลี่ยนแปลงจะทำให้ความเก่งไม่เต็มที่เหมือนกับที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ในกรณีนี้ต้องย้อนกลับมาถามตัวเองอีกด้านหนึ่งว่าเราจะใช้ความเก่งของเราสร้างความได้เปรียบเพิ่มขึ้นมาได้ในบริบทอะไรบ้างที่แตกต่างไปจากที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ถ้าบริบทนั้นเรายังได้เปรียบไม่ต่างไปจากที่เป็นอยู่ในวันนี้ คนในกลุ่มอาจคล้อยตามทิศทางการพัฒนาที่เราบอกก็ได้ พยายามชี้โอกาสที่เกิดจากความเก่งของเราให้เห็นชัดๆ ให้ได้เสียก่อน
เราจะมองอนาคตที่ดีกว่าไม่เห็นหากวันนี้เราได้ประโยชน์เต็มที่กับสภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน จะเก่งหรือไม่เก่งไม่ใช่เรื่องสำคัญ ประโยชน์เฉพาะตัวที่เกิดขึ้นทำให้เราละเลยภาพใหญ่ ซึ่งจริงๆ แล้วอาจจะกำลังย่ำแย่ แต่ท่ามกลางความย่ำแย่นั้น เรากำลังได้ประโยชน์เต็มๆ อย่างใดอย่างหนึ่ง วันนี้อาจจะไม่ดีสำหรับคนอื่น แต่ดียิ่งสำหรับตัวเรา ดังนั้น จะวนคิดสักกี่รอบก็ตาม สุดท้ายก็ลงเอยเหมือนเดิมคือกลับมาอยู่ที่เดิม วนมารอบใหม่อาจมีศัพท์แสงที่ดูเร้าใจมากขึ้น แต่เหล่านั้นเป็นแค่เปลือกภายนอก แก่นกลางยังเหมือนเดิมคือมีบางกลุ่มที่ได้ประโยชน์ ท่ามกลางความย่ำแย่ของคนส่วนใหญ่ ความโลภของผู้ได้เปรียบที่ตักตวงประโยชน์ได้ดีในบริบทปัจจุบัน จะทำให้ผู้คนเหล่านั้นมองคนอื่นว่าด้อยกว่า และไม่ยอมให้มีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น เราหยุดโลกไว้ในตำแหน่งที่เราเท่านั้นที่ได้ประโยชน์ แต่คนอื่นเสียประโยชน์คล้ายๆ กับกาฝากที่เขียวชอุ่มอยู่ได้อีกสักระยะหนึ่ง แม้ต้นไม้ที่เกาะเกี่ยวอยู่นั้นกำลังร่วงโรยอยู่ก็ตาม ซึ่งหนทางที่จะสู่วันพรุ่งนี้ที่ดีกว่าวันนี้ดูเหมือนจะเป็นไปได้ยากกว่ากรณีของการไม่เชื่อฝีมือตนเอง และการหลงความเก่งของกลุ่ม อาจต้องใช้แยกส่วนเสาะหาอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับผู้คนแต่ละส่วน แทนที่จะมุ่งเน้นทุกส่วนให้ก้าวหน้าไปในคราวเดียวกัน พยายามให้ผู้ได้ประโยชน์ในแต่ละส่วนเป็นผู้ออกหน้าขับเคลื่อนพาส่วนนั้นไปสู่การเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนใจผู้ได้ประโยชน์ในภาพรวมไม่ได้ ก็ต้องกระจายเป็นส่วนเล็กส่วนน้อยที่ผลประโยชน์ที่ได้มายังแตกต่างไม่มากนัก
ไม่ว่าการคิดวนไปมาแต่กลับไปที่เก่านั้นจะมาจากสาเหตุใดก็ตาม เมื่อมีปัจจัยอะไรสักอย่างที่กระทบต่อความอยู่รอดของเราอย่างรุนแรงเกิดขึ้น จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตามมาเสมอ แต่น่าแปลกที่ไม่มีใครบอกได้ว่าจะเปลี่ยนไปในทางที่ก้าวหน้าไปไกลขึ้น หรือจมลึกลงสู่วังวนจนสุดทางแก้ไขดูคล้ายกับว่าจะก้าวไกลหรือบรรลัยนั้นเป็นเรื่องของโชคชะตาไปเสียแล้ว








