วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

การปฏิรูปเศรษฐกิจคอร์รัปชันในมิติทางเศรษฐศาสตร์ (1)

ผู้ทุจริตคอร์รัปชันไม่ว่าจะมีอำนาจในระดับไหนก็ตามจะมีพฤติกรรมชั่งน้ำหนักระหว่างผลประโยชน์ที่จะได้รับ

จากการทุจริตที่ได้ทำสำเร็จกับต้นทุนของการทุจริตที่ทำไม่สำเร็จ โอกาสในการถูกจับได้และถูกลงโทษ ปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อสถานการณ์การทุจริตคอร์รัปชันในแต่ละสังคม หากผลประโยชน์สุทธิจากการทุจริตยังคงเป็นบวก การทุจริตจะขยายตัวและเติบโตขึ้นจนกระทั่งผลประโยชน์สุทธิเป็นศูนย์การทุจริตคอร์รัปชันจึงมีแนวโน้มลดลง

เมื่อ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2557 เวลา 13.30 น. ณ บางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ ผมได้เริ่มต้นการสัมมนาทางวิชาการช่วงบ่ายว่า ทางคณะกรรมการสาขาเศรษฐศาสตร์ สภาวิจัยแห่งชาติได้เข้าร่วมจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2557” ระหว่างวันที่ 7-11 สิงหาคม ณ บางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ โดยทาง วช. สาขาเศรษฐศาสตร์ ได้จัดให้มีชุดสัมมนาทางวิชาการเพื่อปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน เช่น การปฏิรูประบบภาษี หนี้สาธารณะ ตลาดแรงงานและทรัพยากรมนุษย์ สิ่งแวดล้อม การปฏิรูปเศรษฐกิจคอร์รัปชัน เป็นต้น โดยทางคณะกรรมการ วช. สาขาเศรษฐศาสตร์ซึ่งมีท่าน ศ. ดร. เทียนฉาย กีระนันท์เป็นประธานจะได้รวบรวมข้อมูลวิเคราะห์ งานวิจัยและความเห็นนำเสนอต่อสาธารณชนเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความเห็นเพิ่มเติมและนำเสนอผู้มีอำนาจรัฐเพื่อให้ดำเนินการให้เกิดผลในทางปฏิบัติต่อไป

การทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทยเป็นปัญหารุนแรงและยังไม่มีแนวโน้มดีขึ้นในเร็วๆ นี้ ความโปร่งใสและการจัดการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันจะดีขึ้นหากเรามีประชาธิปไตยอย่างแท้จริง มีเสรีภาพของสื่อมวลชน วิชาการและการแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์ รวมทั้งการมีส่วนร่วมของประชาชน

ผลการจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชันประจำปี พ.ศ. 2556 ของ Transparency International พบว่า ประเทศไทยได้ 35 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน อยู่อันดับที่ 102 จากการจัดอันดับทั้งหมด 177 ประเทศทั่วโลก เท่ากับประเทศเอกวาดอร์และปานามา และอยู่อันดับที่ 16 จาก 28 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยประเทศเดนมาร์ก และนิวซีแลนด์สามารถครองแชมป์อันดับหนึ่ง (91 คะแนนจาก 100 คะแนน) ส่วนอันดับสุดท้ายที่ได้คะแนนต่ำที่สุด ได้แก่ อัฟกานิสถาน เกาหลีเหนือ และโซมาเลีย (8 คะแนนจาก 100 คะแนน) และประเทศซีเรีย เป็นประเทศที่มีคะแนนลดลงจากปีที่แล้วอย่างมาก กลุ่มประเทศอาเซียน มีเพียง 3 ประเทศเท่านั้นที่ได้คะแนนเกินครึ่ง ได้แก่ สิงคโปร์ (86 คะแนน) บรูไน (60 คะแนน) และมาเลเซีย (50 คะแนน) ส่วนประเทศอื่นๆ รวมทั้งประเทศไทยยังคงมีคะแนนต่ำกว่าครึ่ง ไม่เคยมีประเทศใดสามารถก้าวพ้น กับดักประเทศด้อยพัฒนาหรือประเทศที่ได้มีรายได้ระดับปานกลางโดยที่มีดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชันต่ำกว่า 5 หากแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันไม่ได้ย่อมไม่สามารถก้าวข้ามพ้นกับดักประเทศที่มีรายได้ระดับปานกลางไปได้

การคอร์รัปชันในไทยนั้นมีหลายรูปแบบและมีนวัตกรรมพัฒนาขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายและการตรวจสอบ เช่น อยู่ในรูปเหมือนภาษี อาจจะเรียกได้ว่าเป็นการเรียกเก็บภาษีคอร์รัปชัน ซึ่งรวมทั้งการเรียกสินบน/ส่วย/สินน้ำใจ ฯลฯ ตอบแทนการคุ้มครองธุรกิจผิดกฎหมาย การกระทำผิดกฎหมาย ผิดระเบียบ หรือ กฎเกณฑ์ที่ทางการกำหนดไว้ การดึงเงินงบประมาณมาเป็นของตน ผ่านค่าคอมมิชชันโครงการ การรับสินบนการจัดซื้อ จัดจ้าง รวมทั้งการเสนอโครงการเพื่อให้ได้เงินคอร์รัปชัน โดยโครงการดังกล่าวอาจไม่มีประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ

การรับสินบนในขบวนการหลีกเลี่ยงภาษี การโกงภาษีการจ่ายสินบนเพื่อให้ได้มาซึ่งการผูกขาดธุรกิจ หรือการผูกขาดหรือฮั้วกันในการประมูลโครงการ การเล่นพรรคเล่นพวก การซื้อขายตำแหน่งในระบบราชการ การคอยรับใช้ส่วนตัวในแทบทุกเรื่องของผู้มีอำนาจโดยนักธุรกิจ การจัดสรรสัมปทานอย่างไม่เป็นธรรมเพื่อเอื้อให้กับกลุ่มธุรกิจที่จ่ายเงินโดยรัฐเสียผลประโยชน์เสียค่าโง่และนำไปสู่การผูกขาดในกิจการต่างๆ ผู้นำหรือรัฐบาลคอร์รัปชันมากจะส่งเสริมให้คอร์รัปชันแพร่หลายในหมู่ข้าราชการ การคอร์รัปชันทางนโยบายที่ทำให้ทิศทางและพัฒนาการทางเศรษฐกิจเบี่ยงเบนไปจากที่ควรเป็น ปิดกั้นการลงทุนด้านนวัตกรรมเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ