ผู้คนจำนวนไม่น้อยคงจะเกิดอาการสงสัย ทำไม? วันนี้การบินไทยถึงต้องเข้าสู่ยุคต้อง "ฟื้นฟูกิจการ" เสียแล้ว
ทั้งๆ ที่เป็นสายการบินแห่งชาติมาอย่างยาวนาน เดิมใช้ชื่อบริษัท เดินอากาศไทย จำกัด จากนั้นเมื่อ 29 มีนาคม 2503 จดทะเบียนเป็นบริษัทการบินไทยขึ้น ด้วยทุนประเดิม 2 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจสายการบินระหว่างประเทศ โดยมีเที่ยวบินปฐมฤกษ์ไปยังฮ่องกง เมื่อ 1 พฤษภาคม 2503 ด้วยเครื่องบินใบพัด ดักลาส ดีซี 6 บี ขนาด 60 ที่นั่ง ก่อนจะนำเข้าตลาดหลักทรัพย์เมื่อ 19 กรกฎาคม 2534 จากวันนั้นถึงวันนี้การบินไทยน่าจะมีอายุราวๆ 54 ปี
หากจะพูดถึงฝูงบินที่อยู่ในการครอบครองของการบินไทย เรียกว่าไม่แพ้ชาติใดๆ ในโลก ความยิ่งใหญ่ของการบินไทยในอดีตเรียกว่าเป็นองค์กรที่ "อู้ฟู่" มาก สมัยก่อนใครที่ได้เข้าทำงานการบินไทย ต้องเรียกว่า "ขาใหญ่" เท่านั้น หากไม่ใช่ลูกท่านหลานเธออย่าได้แอ้ม จนกลายเป็นที่เลื่องลือว่าการบินไทยมีแต่นามสกุลดังๆ ทั้งนั้น
มาวันนี้เกิดอะไรขึ้นกับการบินไทย ทำไม?ถึงขั้นต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูเสียแล้ว แถมติด 1 ใน 6 ของรัฐวิสาหกิจที่อยู่ใน ระดับวิกฤติ จากรายงานผลการประเมินรัฐวิสาหกิจ ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.)
จริงๆ แล้วถ้าไม่เห็นไส้ในแผนการแก้ปัญหาของการบินไทย คงยังไม่เชื่อว่าวันนี้การบินไทยฐานะการเงินแย่จริง
ยิ่งเห็นการวิเคราะห์ จุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส และภัยคุกคามแล้ว น่ากลัวยิ่งนัก เท่านั้นยังไม่พอเมื่อพลิกไปดูยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาการบินไทยปี 2557-2559 ที่สายกลยุทธ์องค์กรและพัฒนาอย่างยั่งยืนแล้ว ต้องเรียกว่า "น่าใจหาย" กับองค์กรใหญ่อย่างการบินไทย
หนักไปกว่านี้แผนปรับลดค่าใช้จ่ายภายในเดือนธันวาคมนี้ จะต้องทำให้ได้ 4,000 ล้านบาท มีอยู่ 6 หมวดหลักๆ น้ำหนักส่วนใหญ่หนักไปที่ ลดค่าล่วงเวลา 10% ลดค่าใช้จ่ายนักบินและลูกเรือ ลดค่าใช้จ่ายหน่วยธุรกิจละ 3% ลดต้นทุนบริการ ปรับลดเที่ยวบินให้เหมาะสม ลดการใช้น้ำมัน ลดการบริการบนเครื่อง การลดอย่างนี้ไม่แน่ใจจะได้ผลมากน้อยแค่ไหน
การบินไทยถ้าวิเคราะห์ให้ลึกซึ้ง และจะได้เงินเป็นกอบเป็นกำ หากไปลดเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ที่ใครๆ ก็รู้ว่าการจัดซื้อจัดจ้างในการบินไทยมันมีอะไรซ่อนเร้นอยู่ไม่น้อย ยิ่งวงเงินซื้อที่แพงๆ ยิ่งทำให้รั่วไหลเท่านั้น การมานั่งปรับลดค่าใช้จ่ายแบบนี้มันจะได้ผลจริงหรือไม่
ใครจะคิดว่าวันนี้ฐานะทางการเงินของการบินไทยกำลังอยู่ในจุดอันตรายยิ่ง ทั้งๆ ที่เป็นการสายบินแห่งชาติมายาวนาน เกิดอะไรขึ้น ทำไม? ถึงขาดทุนบักโกรกอย่างนี้ ยิ่งเข้าไปดูในแผนฟื้นฟูยิ่งเห็นชัดว่าการบินไทยอยู่ในสถานะที่มี "ความเสี่ยงขั้นสูง" เมื่อเจาะลึกลงไปในอัตราส่วนทางการเงิน จะเห็นว่าอัตราหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ระดับ 4.4 เท่า หนักไปกว่านี้ไตรมาส 3 และ 4 การบินไทยจะมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ยจ่ายภาษี และค่าเสื่อมราคาเพียง 4,000 กว่าล้านบาท แม้การบินไทยจะเร่งสร้างรายได้อีก 3,000 ล้านบาท และลดค่าใช้จ่ายลงให้ได้ 4,000 ล้านบาท ก็ไม่สามารถที่จะมีสภาพคล่องที่เพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจได้
หนักไปกว่านี้หากการบินไทยไม่สามารถจัดหาเงินทุนเพิ่มเติมได้ในอีก 5 เดือนหลังจากนี้ (ส.ค.-ธ.ค.) การบินไทยอาจจะถึงขั้นต้องเบิกใช้วงเงิน Credit Line เกือบ 15,000 ล้านบาท เรียกว่าเกือบจะเต็มวงเงินที่มีอยู่ในปัจจุบันนั่นคือราวๆ 17,600 ล้านบาท
สิ่งที่เกิดขึ้นกับการบินไทยวันนี้ คงไม่สามารถไปถือโทษโกรธใครได้ ปัญหาการเมืองทำให้ปริมาณผู้โดยสารลดลงก็ส่วนหนึ่ง แต่ทำไม สายการบินอื่นเขาอยู่ได้
คงมาจากผลกรรมที่สะสมกันมาก่อนหน้านี้ มีการปล่อยให้ "เหลือบ" เข้าไปรุมแทะกันมาอย่างยาวนาน ส่วนใครชักชวนใคร หรือใครเป็นใครเชื่อว่าคนในการบินไทยรู้ดี...








