สองเดือนแรกของ คสช. กับการปฏิบัติงานเฟสแรกตามโรดแมพ "คืนความสุขให้คนในชาติ"
แม้จะมีเรื่องที่ประสบความสำเร็จมากมาย จนหนังสือพิมพ์ลงผลงานได้ไม่หมด และยังได้รับการขานรับจากประชาชนอย่างกว้างขวาง ตามการสำรวจของโพลล์สำนักต่างๆ ก็ตาม
ทว่าในเนื้องานบางเรื่องก็มีประเด็นที่ถูกตั้งคำถามเช่นกัน โดยเฉพาะการออกประกาศ-คำสั่งต่างๆ ที่เผยแพร่ไปแล้วถึงกว่า 200 ฉบับ
ประเด็นที่กลายเป็นคำถามและอาจบานปลาย เป็นการเพิ่มแรงกดดันให้กับ คสช.ในเฟส 2 ซึ่งงานจะยากขึ้นเป็นลำดับ ได้แก่
1.ประกาศ คสช.ฉบับที่ 115/2557 แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิอาญา) เนื้อหาเป็นการตัดอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดในการถ่วงดุลการฟ้องคดีอาญาที่พนักงานสอบสวน (ตำรวจ) กับพนักงานอัยการ มีความเห็นไม่ตรงกัน
ประเด็นนี้ถูกตั้งคำถามอย่างมากว่า คสช.ออกประกาศมาทำไม เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และกลไกแบบเก่าก็ใช้มานาน ทั้งยังไม่ได้ก่อปัญหารุนแรงจนต้องใช้อำนาจพิเศษแก้ไขในช่วงนี้ หรือหากจะแก้ไขก็ควรรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้านก่อน หนำซ้ำยังมีข่าวว่าเป็นการออกประกาศแบบ "ลักไก่" โดยที่ทีมกฎหมายซึ่งนำโดย นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษา คสช. ไม่ทราบล่วงหน้าอีกต่างหาก
2.ประกาศ คสช.ฉบับที่ 97 และ 103/2557 (ฉบับหลังออกมาแก้ไขข้อความในฉบับที่ 97) มีเนื้อหาหลักเพื่อคุมเข้มการปฏิบัติหน้าที่รายงานข่าวสารและข้อมูลของสื่อมวลชนทุกประเภท โดยประกาศ คสช.ฉบับที่ 97 ให้อำนาจ คสช.สามารถสั่งปิดสื่อสิ่งพิมพ์ หรืองดรายการโทรทัศน์และวิทยุได้หากกระทำผิดเงื่อนไข แม้แต่แค่วิจารณ์ คสช.
อย่างไรก็ดี ภายหลังได้มีการแก้ไขประกาศให้ลดความเข้มงวดลง เนื้อหาตามประกาศฉบับที่ 103 คือ ตัดอำนาจ คสช.ในการลงโทษสื่อที่กระทำผิดเงื่อนไขออกไป ทว่าล่าสุดเมื่อเกิดปัญหาขึ้นจริงกรณี "ผู้จัดการสุดสัปดาห์" ซึ่ง คสช.อ้างว่านำเสนอข้อมูลอันเป็นเท็จหลายเรื่อง คสช.กลับออกคำสั่งที่มีเนื้อหาในลักษณะขู่ว่าจะใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกจัดการ หากสื่อสิ่งพิมพ์รายนี้ยังฝ่าฝืนเงื่อนไขต่อไป แสดงว่าการแก้ไขประกาศ ไม่ได้มีผลลดอำนาจ คสช.
ประเด็นเสรีภาพสื่อจึงถูกตั้งคำถามมากขึ้นจากสังคมไทยและสังคมโลก
3.ประกาศ คสช.ฉบับที่ 85-86/2557 ว่าด้วยการงดจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น รวมถึงสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สภา กทม.) กรณีหมดวาระ แล้วให้ใช้วิธีการสรรหาเพื่อแต่งตั้งแทน โดยหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหามุ่งไปที่การเปิดทางให้ข้าราชการประจำเข้าไปบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแทนในช่วงที่มีประกาศงดจัดเลือกตั้ง
ประเด็นนี้ทำให้ คสช.ถูกตั้งคำถามมากเหมือนกันว่าเหตุใดจึงไม่สนับสนุนการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง ทั้งๆ ที่เป็นประเด็นสำคัญในการ "ปฏิรูปประเทศ" และการกระจายอำนาจจะแก้ไขปัญหาหลายๆ อย่างให้กับประชาชนได้ โดยเฉพาะการลดความสำคัญของนโยบาย "ประชานิยม" โดยรัฐบาลกลาง
นอกจากนั้นยังมีประกาศ คสช.ฉบับที่ 89/2557 วางหลักเกณฑ์การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจใหม่ ซึ่งส่งผลสะเทือนต่อองค์กรตำรวจไม่น้อย ถึงขนาด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ต้องออกมากล่าวชี้แจงในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ
ขณะเดียวกัน การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ยังเป็นประเด็นที่ทุกฝ่ายรอความหวัง เพราะสถานการณ์ไม่ดีขึ้น
อีกด้านหนึ่งที่กลายเป็นความท้าทายของ คสช.ในการปฏิบัติงานเฟส 2 เช่นกัน คือ การตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะหากมี "ทหาร" หรือ "คนจากกองทัพ" เข้าไปดำรงตำแหน่งมากเกินไป อาจทำให้ความเชื่อมั่นลดลง โดยเฉพาะในสายตาของประชาคมโลก อาจถูกตัดความช่วยเหลือด้านต่างๆ ลงอีก เพราะถือว่ายังไม่มีสัญญาณชัดเจนพอในการกลับคืนสู่วิถีประชาธิปไตย
ขณะที่การคงอำนาจ คสช.แบบเต็มสูบ ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่จะเริ่มแหลมคมมากขึ้น ถือเป็นความท้าทายอย่างสำคัญที่น่าติดตามว่า คสช.จะบริหารอำนาจไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่!









