ภาพนี้ ผู้นำสหรัฐเห็นแล้วจะต้องหนาวในระดับหนึ่ง เพราะเป็นการรวมตัวประเทศเศรษฐกิจใหญ่ของโลก
ที่มียักษ์อย่างจีน, รัสเซีย และอินเดีย, บวกบราซิลและแอฟริกาใต้ ที่เรียกว่า BRICS โดยตัดวอชิงตันออกจากวงจรโดยสิ้นเชิง
อีกทั้งการพบปะกันที่บราซิลครั้งนี้ยังตกลงว่าจะตั้ง “ธนาคารร่วมพัฒนา” ขึ้นมาโดยมีนัยว่าจะไม่พึ่งพาธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ (IMF) เหมือนที่ผ่านมาอีกต่อไป
จีนเสนอเซี่ยงไฮ้เป็นที่ตั้งของธนาคารใหม่แห่งนี้เสร็จสรรพ แปลว่าต่อไปนี้ไม่ใช่อะไร ๆ ก็ไปตั้งอยู่ที่วอชิงตันหรือนิวยอร์กอีกแล้ว จีนและรัสเซียกับอินเดียเป็นประเทศที่มีอิทธิพล และบารมีมากพอที่จะถ่วงดุลสหรัฐฯ ได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจยิ่ง
BRICS ย่อมาจาก Brazil, Russia, India, China and South Africa
และการจับมือระหว่างประธานาธิบดีสีจิ้นผิงแห่งจีน, ปูตินของรัสเซีย, นายกฯนาเรนดรา โมดี, ประธานาธิบดีบราซิลดิลมา โรสเซฟฟ์กับประธานาธิบดีแอฟริกาใต้จาคอบ ซูมา ครั้งนี้มองเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากต้องการประกาศสร้างอำนาจต่อรองกับโลกตะวันตกของสหรัฐกับยุโรปอย่างเปิดเผย
ยิ่งเมื่อมีแนวโน้มว่าการค้าระหว่างประเทศ จะเริ่มใช้เงินสกุลหยวนของจีนมากขึ้นตามลำดับ และลดความสำคัญของดอลลาร์ลงในหลาย ๆ มิติ, อำนาจต่อรองของกลุ่ม BRICS ก็จะยิ่งเห็นเด่นชัดมากขึ้น
ไม่ใช่เรื่องแปลกหากมีนักวิเคราะห์มองว่านี่คือ “ยุทธการโลกล้อมอเมริกา” ซึ่งได้เล่นบทเป็น “ตำรวจโลก” และ “พี่เบิ้ม” แต่ผู้เดียวมายาวนานจนกลายเป็นประเด็นที่หลายประเทศตั้งคำถามว่าจะปล่อยให้ดุลยภาพของโลกเอียงกระเท่เร่อย่างนี้ตลอดไปได้อย่างไร
ประโยคในแถลงการณ์ของผู้นำ BRICS ครั้งนี้น่าสนใจตรงที่เน้นความร่วมมือที่เปิดกว้างและเท่าเทียม
“…to deepen our partnership with a renewed vision, based on openness, inclusiveness and mutually beneficial cooperation.”
การตอกย้ำ “วิสัยทัศน์ใหม่บนพื้นฐานของการเปิดกว้างและการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายกับความร่วมมือที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน” เป็นการปูทางไปสู่การสานสัมพันธ์ที่ไม่มีใครใหญ่กว่าใคร หรือใครบงการให้ทิศทางความร่วมมือไปทางใดทางหนึ่งตามที่ตนต้องการ
อย่างน้อยผมเห็นว่าอินเดียกับรัสเซียก็สามารถถ่วงดุลจีนในกลุ่มนี้ได้อย่างชัดเจน และจีนก็ย่อมจะตระหนักว่าจะต้องรักษาสถานภาพของความเป็น “หุ้นส่วน” มากกว่าการเป็น “พระเอก” ของการรวมกลุ่มนี้
ซึ่งแตกต่างไปจากลีลาของสหรัฐในการตั้งกลุ่มเพื่อการเมือง ความมั่นคงและเศรษฐกิจที่ผ่านมา
คำว่า “หุ้นส่วน” ในที่นี้ย่อมหมายถึงการเน้นความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ทั้งห้าประเทศจะสามารถประสานให้เกิดความแข็งแกร่งร่วมกันได้
ที่น่าสนใจอีกด้านหนึ่งคือ “คำประกาศฟอร์ทาเลซา” ตามชื่อเมืองที่จัดประชุมครั้งนี้ในประเทศบราซิล (Fortaleza Declaration) ที่ว่าจะร่วมกันสร้างความเชื่อมโยงทางการเมือง, ตลาด, ระบบการเงิน, โครงสร้างพื้นฐานที่จะเชื่อมต่อกันได้และการไปมาหาสู่ระหว่างประชาชนกับประชาชน (market inter-linkages, financial integration, infrastructure connectivity as well as people-to-people contacts)
นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับเปลี่ยนดุลแห่งอำนาจโลกที่ทำให้มี “แกนอำนาจ” มากกว่าหนึ่งแกนที่จะทำให้ประเทศเล็ก ๆ มีอำนาจต่อรองมากขึ้นกว่าเดิม
ประเทศไทยเราต้องเกาะติดความเคลื่อนไหวครั้งใหม่นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ตกรถไฟขบวนใหม่นี้เป็นอันขาด








