เริ่มออกอาการ "หลุด" บ้างแล้วเหมือนกัน สำหรับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.
หลังจาก "ปั่น" งานกันมา 2 เดือนเต็ม
O 2 เดือนที่ผ่านมา คสช.ทุบสถิติออก "ประกาศ" ไปแล้วร้อยกว่าฉบับ ส่วน "คำสั่ง" ก็ไล่หลังกันมาติดๆ บางประกาศ-คำสั่งคงเป็นแบบ "คิดแล้วประกาศเลย" ถึงได้หลุดข้อความเชยๆ พลาดๆ ออกมาเหมือนกัน
O เช่น ประกาศฉบับที่ 103/2557 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมประกาศ คสช.ฉบับที่ 97/2557 ว่าด้วยการควบคุมสื่อแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดนั้น ในข้อ 1 ของประกาศฉบับหลัง ที่อ้างถึงประกาศฉบับที่ 97 ว่าให้ยกเลิกความใน (3) ข้อ 2 ตามประกาศเดิม (ว่าด้วยการห้ามวิพากษ์วิจารณ์ คสช.) ปรากฏว่าพอย้อนไปดูประกาศเดิมในข้อ 2 กลับไม่เห็นมีข้อย่อย...
O กระทั่งอ่านไล่ๆ กันลงมาจึงพบว่าข้อความที่จะให้ยกเลิกมันอยู่ใน (3) ของข้อ 3 ต่างหาก
O เมื่อแก้ผิดแบบนี้ "คนหัวดี" จึงตั้งข้อสงสัยว่าวันนี้เราวิจารณ์ คสช.ได้หรือยัง หรือการแก้ไขนั้นหาได้มีผลในทางปฏิบัติไม่ เพราะแก้ผิดข้อ สื่อรายใดวิจารณ์ คสช. ยังอาจโดนโทษสั่งปิด สั่งระงับรายการได้เหมือนเดิม...หรือเปล่า???
O อีกเรื่องหนึ่งที่มีคนกระซิบว่า "ผิดเต็มๆ" ก็คือ คำสั่ง คสช.ฉบับที่ 96/2557 เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ใช้ชื่อย่อว่า คปต. โดยในคำสั่งระบุให้ รอง ผบ.ทบ.เป็นประธาน ซึ่งนาทีนี้ไม่ต้องเอ่ยชื่อท่าน เพราะจะเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่ "บิ๊กโด่ง" พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รองผบ.ทบ.ซึ่งมีตำแหน่งเดียวใน 5 เสือ ทบ. ประกอบกับก่อนหน้านี้ก็มีการเปิดตัว "บิ๊กโด่ง" มาล่วงหน้าแล้ว ทั้งผ่านการแถลงข่าวและเดินทางล่องใต้
O หลายคนสงสัยว่าอีกไม่เกิน 2 เดือนก็ต้องมีการปรับย้าย และ "บิ๊กโด่ง" ยังมีลุ้นเป็น ผบ.ทบ. ถ้าแกขยับไปนั่งเก้าอี้เบอร์หนึ่งของ ทบ. มิต้องแก้คำสั่งให้วุ่นวายอีกหรือ
O คิดอีกมุม หากไม่แก้คำสั่ง ก็อาจเป็นได้ว่าจะให้รอง ผบ.ทบ.คนใหม่มาทำหน้าที่แทน ถ้าเป็นอย่างนั้นปัญหาภาคใต้ก็ชักจะไม่ใช่ปัญหา "แบ่งแยกดินแดน" แต่จะกลายเป็นปัญหา "เก้าอี้ดนตรี" มากกว่า บางคนคิดแง่ร้ายว่า หรือ "บิ๊กโด่ง" จะไม่ได้เป็น ผบ.ทบ.แล้วตามที่เขาร่ำลือกัน...ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ถือว่าเป็นข่าวร้าย...
O แต่นั่นยังไม่ใช่จุดผิดพลาดบกพร่อง เพราะเรื่องที่หลายคนเห็นแล้วต้องร้อง "ไอ๊หยา" ก็คือ รองผบ.ทบ.ที่เป็นประธาน คปต.นั้น ระดับของตำแหน่งราชการ "ต่ำกว่า" กรรมการเกือบทุกคนใน 20 คนที่ตั้งมา โดยเฉพาะปลัดกลาโหม เป็นผู้บังคับบัญชาของ รองผบ.ทบ.เสียด้วยซ้ำ แต่เจ้ากรรมดันไปเป็นลูกน้องรอง ผบ.ทบ.ในกรรมการ คปต. นี่ยังไม่รวมปลัด มท. ยธ. ศธ. หรือแม้แต่เลขาธิการ สมช.อีกนะท่าน ซึ่งตำแหน่งเหล่านั้นล้วนเป็นข้าราชการระดับ 11
O ผู้รู้บอกว่า เรื่องแบบนี้เขามีวิธีแก้ จะตั้งรองผบ.ทบ.นั่งประธานก็ไม่มีใครแส่ แต่ในส่วนของกรรมการ ถ้าศักดิ์ของตำแหน่งสูงกว่า ให้ใช้ชื่อตำแหน่ง แล้วต่อท้ายว่า "หรือผู้แทน" เวลาไปประชุมจะได้ส่งคนไปแทน ไม่ต้องไปนั่งท้ายโต๊ะให้เพลียใจ
O จะว่าไปฝ่ายประจำที่ไม่ใช่ คสช.เขาก็ทำงานกันอย่างมีประสิทธิภาพพอสมควร เพราะถ้าใครได้เห็นปฏิทินการทำงานของ "สำนักงบประมาณ" ที่ปรับใหม่หลังการเข้าควบคุมอำนาจการปกครองของ คสช. จะพบว่ามีการกำหนดวัน (ถ้าเป็นปฏิทินที่ติดตามฝาบ้านต้องทำเครื่องหมาย "กากบาท") เอาไว้เลยว่า วันที่ 6 ส.ค. ฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งในที่นี้หมายถึงสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะต้องลงมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 ในวาระแรก
O เมื่อกากบาทกำหนดวันกันเอาไว้แบบนี้ คนหัวดีก็เลยนับนิ้วได้ว่ารัฐธรรมนูญชั่วคราวน่าจะประกาศกันช่วงไหน และ สนช.จะต้องตั้งเสร็จเมื่อใด ถึงจะเป็นไปตามปฏิทินเป๊ะๆ ซึ่งชัดว่า คสช.ต้องเห็นชอบกับกรอบเวลาต่างๆ เพราะได้ประกาศเอาไว้เสียงดังว่าจะพยายามให้วันที่ 1 ต.ค.57 เป็นวันเริ่มต้นปีงบประมาณ 58 จริงๆ โดยมีงบ 58 ให้ใช้จ่ายได้จริงตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย








