วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หวยเด็ดงวดนี้ "44"

มาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว) 2557 ถูกวิจารณ์เยอะ ขนาด "หัวหน้ามาร์ค" ยังนำไปเปรียบเทียบ "มาตรา 17"

สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

ในมุมประวัติศาสตร์ "รัฐประหาร" กับการเมืองไทย ก็น่าศึกษา เพราะในรอบ 50 ปี บ้านเราเมืองเรามีการทำรัฐประหารถึง 7 ครั้ง (ไม่พูดถึงการรัฐประหาร 2500)

ปลายปี 2501 จอมสฤษดิ์ยึดอำนาจ ก็มีบทบัญญัติคง "อำนาจเบ็ดเสร็จ" เด็ดขาดไว้ใน "ธรรมนูญการปกครองแผ่นดิน 2502" โดยบัญญัติอยู่ใน "มาตรา 17" มีเนื้อความดังนี้

"ให้นายกรัฐมนตรีโดยมติของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งการหรือกระทำการใดๆ ได้ และให้ถือว่าคำสั่งหรือการกระทำเช่นว่านั้นเป็นคำสั่งหรือการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย"

พ.ศ.โน้น จอมพลสฤษดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมกับดำรงตำแหน่งข้าราชการประจำคือ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, ผู้บัญชาการทหารบก, และอธิบดีกรมตำรวจ

เรียกว่า อำนาจล้นฟ้าล้นแผ่นดินจริงๆ จึงไม่จำเป็นต้องนั่งเก้าอี้หัวหน้าคณะปฏิวัติ

เมื่อจอมพลสฤษดิ์ ถึงแก่อสัญกรรมในปี 2506 ก็ถึงยุคที่ จอมพลถนอม กิตติขจร ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ปลายปี 2514 จอมพลถนอม ทำรัฐประหาร และประกาศใช้ "ธรรมนูญการปกครองแผ่นดิน 2515" จอมพลถนอม ยังคงมีบัญญัติอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดอยู่ใน "มาตรา 17" เช่นเดิม เนื้อหาเหมือนเดิม และเลขมาตราก็ไม่เคลื่อน

ปลายปี 2519 พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ ทำรัฐประหาร และประกาศใช้ "ธรรมนูญการปกครองแผ่นดิน 2519" บทบัญญัติอำนาจเด็ดขาดเคลื่อนไปอยู่ที่ "มาตรา 21" เนื้อหาส่วนใหญ่คงเดิม แต่เพิ่มบทบาทของ "สภาที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี" ที่เป็นคณะควบคุมอำนาจ

ปลายปี 2520 พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ ทำรัฐประหารรอบที่สอง และประกาศใช้ "ธรรมนูญการปกครองแผ่นดิน 2520" บทบัญญัติอำนาจเด็ดขาดไปอยู่ที่ "มาตรา 27" เนื้อหาเหมือนเดิม และมี "สภานโยบายแห่งชาติ" เป็นผู้ควบคุมอำนาจ

ต้นปี 2534 พล.อ.สุนทร คงสมพงศ์ และ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ทำรัฐประหาร และประกาศใช้ "ธรรมนูญปกครองแผ่นดิน 2534" ก็ยังคงเนื้อหาของมาตรา 17 ไว้ใน "มาตรา 27" และให้อำนาจ "ประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ" เทียบเท่านายกรัฐมนตรี ในกรณีใช้อำนาจตามมาตรานี้

พ.ศ.นั้น พล.อ.สุนทร คงสมพงศ์ เป็นประธานสภา รสช. และอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี หลายปีผ่านมา พล.อ.สุจินดา คราประยูร และขุนศึก จปร.5 จึงสรุปบทเรียนว่า ถ้าวันนั้น "สุจินดา" เป็นนายกฯ เสียตั้งแต่ปี 2534 ก็จบเรื่องไปแล้ว

ปลายปี 2549 พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ทำรัฐประหาร และได้ประกาศใช้ "รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2549"

ยุคพล.อ.สนธิ ถือเป็นรัฐประหารครั้งแรก ที่ไม่บัญญัติสารัตถะของมาตรา 17 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว และบรรจุเนื้อหาที่พยายามแสดงถึงความเป็นประชาธิปไตยเอาไว้ค่อนข้างมาก

แม้แต่คำว่า "ธรรมนูญการปกครอง" ก็ไม่ใช้ และหันมาใช้คำว่า "รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว)" แทน

ครั้นมาถึงยุครัฐประหาร "ไม่เสียของ" จึงมีบทบัญญัติตามมาตรา 17 ในอดีต กลับมาอยู่ใน "มาตรา 44" และให้อำนาจเด็ดขาดอยู่ในมือ "หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ" ดังข้อความตอนหนึ่งที่ว่า

"ให้ถือว่าคำสั่งหรือการกระทำ รวมทั้งการปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว เป็นคำสั่ง หรือการกระทำ หรือการปฏิบัติที่ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญนี้และเป็นที่สุด"

ไม่ว่าบทบัญญัติมาตรา 44 จะมีไว้เพื่อการป้องกันการยึดอำนาจซ้อน หรือปราบปรามการกระทำอันเป็นภัยความมั่นคง แต่ก็ประเมินได้ว่า คสช.สรุปบทเรียนจากรัฐประหาร 2534 และ 2549

พิชัยสงครามของ "ซุนวู" บทว่าด้วยการทำศึก กล่าวว่า "แม่ทัพที่ทำศึกในสนามรบ เป็นผู้ตัดสินความอยู่รอด หรือล่มสลายของชาติ และความเป็นความตายของราษฎร"

ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นผู้ตัดสินใจว่า ควรจะใช้ดาบ "มาตรา 44" ในยามใด!