วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฟ้องยึดทรัพย์… "เสถียร เพิ่มทองอินทร์"

ข้าราชการระดับปลัดกระทรวง 2 คน ที่มีพฤติกรรม “ร่ำรวยผิดปกติ” ส่อแสดงให้เห็นความล้มเหลว

ของผู้บริหารระดับสูง ที่ไม่ตระหนักต่อตำแหน่งหน้าที่

31 ม.ค.2557 ศาลแพ่งพิพากษาให้ทรัพย์สินกว่า 46 ล้านบาท ของอดีตปลัดกระทรวงคมนาคม "สุพจน์ ทรัพย์ล้อม" ตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจากมีพฤติกรรม "ร่ำรวยผิดปกติ" จำเลย และโจทย์ ต่างอุทธรณ์คำพิพากษาทั้งคู่

ต่อมาต้นเดือน มี.ค.2557 สำนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ ได้รับสำนวนคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ยื่นขออัยการ ส่งฟ้องต่อศาลแพ่ง สั่งให้ทรัพย์สิน กว่า 69 ล้านบาท ของอดีตปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ตกเป็นของแผ่นดิน และไม่บ่อยครั้งนักที่ “บิ๊กทหาร” จะถูกดำเนินคดีคอร์รัปชัน และอัยการ ได้ยื่นฟ้องให้ศาลแพ่ง สั่งให้ทรัพย์สินกว่า 69 ล้านบาทตกเป็นของแผ่นดิน

บนเส้นทางเก้าอี้ปลัดกระทรวงกลาโหม ของ พล.อ.เสถียร เจอกับปัญหา “ทุลักทุเล”

ชีวิตราชการช่วง พล.อ.เสถียร เป็นกรรมการ อคส. จนถึงผู้บัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการทหารสูงสุดนั้น เป็นช่วงที่ป.ป.ช.ตรวจพบว่า พล.อ.เสถียร ร่ำรวยผิดปกติ เพราะมีเงินเข้าบัญชีกว่า 10 ล้านบาท

ขณะที่พบว่ามีเงินเข้าบัญชี ภรรยาและบุตรสาว กว่า 100 ล้านบาท และมีการถ่ายโอนเงินของบุตรสาวไปให้ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ "สมบัติ จันทรวงศ์" ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ของบุตรสาว พล.อ.เสถียร โดย สมบัติ ยอมรับกับ ป.ป.ช.ว่ารับฝากเงินจำนวนนี้ไว้จริงและได้นำเงินดังกล่าวไปลงทุนในสหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

พฤติกรรมดังกล่าว ป.ป.ช. แปลเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากการจงใจ "ซุกบัญชีทรัพย์สิน"

ขณะที่ สังคมก็หันมาจับตามองที่ “ณัฐณิชาช์ เพิ่มทองอินทร์” หรือ "มาดามอู๊ด"

"มาดามอู๊ด" ทั้งผลักทั้งดันสามีจนมาถึงปลัดกระทรวงกลาโหม และหากไม่เกิดอุบัติเหตุที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดสามี เธอวาดหวังให้สามี ไปได้ไกลในตำแหน่งที่สูงขึ้นทางการเมือง กว่าที่คนในวงการสีเขียวจะเป็นได้

ทรัพย์สินที่เพิ่มพูนขึ้น พบว่า ยุคที่ พล.อ.เสถียร เป็นปลัดกระทรวงกลาโหม ช่วงวันที่ 1 ต.ค.2554- 27 ส.ค.2555 หน่วยซึ่งขึ้นตรง สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นคู่สัญญาจัดซื้อจากเอกชน 81 รายการ รวมวงเงิน 300 ล้านบาท ซึ่งวงเงินว่าจ้างสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่

16 ธ.ค.2554 สำนักโยธาธิการกลาโหม จ้างบริษัท แม็ทชิ่ง แม็กซิไมซ์ โซลูชัน จัดงานแสดงพลุจากต่างประเทศ 26 ล้านบาท

19 มิ.ย.2555 โรงงานเภสัชกรรมทหาร จ้างบริษัท โกลบอลเทค จำกัด ก่อสร้างโครงการจัดหาเครื่องจักรเพื่อทดแทนและขยายกำลังผลิต 21 ล้านบาท

10 พ.ย.2554 โรงงานวัตถุระเบิดทหาร ซื้อขายวัสดุประกอบรวมกระสุน จาก บริษัท วี.พี.ดีเฟส์น โปรดักส์ 15,889,500 บาท

21 พ.ค.2555 ป.ป.ช.แต่งตั้งคณะอนุฯ ไต่สวน พล.อ.เสถียร พร้อม นางณัฐณิชาช์ และ ร.อ.ณิชาพัฒน์ เพิ่มทองอินทร์ (บุตรบุญธรรม) มี วิชา มหาคุณ เป็นประธานอนุฯ ระหว่างไต่สวน ป.ป.ช.มีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินของ พล.อ.เสถียร นางณัฐณิชาช์ และร.อ. ณิชาพัฒน์ และบุคคลอื่น ที่มีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าจะเป็นผู้ถือทรัพย์สินแทนรวม 86 ล้านบาท โดยถอนอายัดทรัพย์สินในชื่อบุคคลอื่น 17 ล้านบาท คงเหลือ 69 ล้านบาท

14 มิ.ย.2556 คณะอนุกรรมการฯ แจ้งข้อกล่าวหาแก่ พล.อ.เสถียร ว่าร่ำรวยผิดปกติ มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นทั้งที่อยู่ในชื่อของ พล.อ.เสถียร นางณัฐณิชาช์ และในชื่อของบุคคลอื่น รวมกว่า 683 ล้านบาท

ป.ป.ช.พิจารณารายงานผลการไต่สวนข้อเท็จจริง เห็นว่า พล.อ.เสถียร ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาว่า มาจากเงินได้ของครอบครัวเพิ่มทองอินทร์ (กงสี) จากการให้เช่าพระ ตั้งแต่ปี 2550-2555 รวมทั้งลงทุนในตลาดหลักทรัพย์มีกำไร 49 ล้านบาท รวมรายได้ที่เป็นกงสี 238 ล้านบาทนั้น รับฟังไม่ได้ ป.ป.ช.มีมติให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน 182 ล้านบาท

นอกจากนั้นที่ พล.อ.เสถียร อ้างว่า ได้มาจากการขายที่ดินให้กับบริษัทสยามโกลบอลเฮ้าท์ ป.ป.ช.ได้ตรวจสอบพบว่า ก่อนที่จะดำเนินการขายที่ดินให้บริษัทดังกล่าว ภรรยาได้ไปซื้อที่ดินจากธนาคารกรุงเทพ ในราคา 15 ล้าน แต่ไม่สามารถชี้แจงที่มาของเงินที่นำไปซื้อได้ จึงให้ยึดทรัพย์สิน 106 ล้าน แต่ทรัพย์สินที่ป.ป.ช.มีคำสั่งอายัดไว้ 69 ล้านบาท น้อยกว่าทรัพย์สินที่ได้มาโดยร่ำรวยผิดปกติ

หลัง ป.ป.ช.อายัดทรัพย์ ถือเป็นวิบากกรรมที่ทำให้ พล.อ.เสถียร เข้าใจสัจธรรมว่าเมื่อสิ้นอำนาจวาสนาไร้บารมี ในยามที่ตกอับในชีวิตเช่นนี้ ดูจะไม่มีใครในพรรคเพื่อไทย ที่มีน้ำใจ ยื่นมือเข้าปลอบโยน