ถ้าการสำรวจของ Pew Research Center ของสหรัฐฯ ถูกต้อง คนไทยมีความรู้สึกต่อสหรัฐฯ และจีนพอ ๆ กัน
หรืออาจจะต่างกันเพียง 1% นั่นคือชอบอเมริกา 73% และชอบจีน 72%
ต่างกันมากกับประเทศญี่ปุ่น ซึ่งต่อต้านจีนมาก และชื่นชมอเมริกาอย่างยิ่ง (7% ต่อ 66%)
ขณะที่เวียดนามก็เองเข้าหาอเมริกามากกว่าจีน (76% ต่อ 16%) ซึ่งเป็นเรื่องน่าสนใจมาก เพราะเวียดนามกับสหรัฐฯเคยทำสงครามกันมายาวนาน แต่จีนกับเวียดนามในประวัติศาสตร์ก็ทำศึกกันมายืดเยื้อเช่นกัน
ความรู้สึกคนเวียดนามวันนี้ต่อจีน อาจจะไม่เกี่ยวกับเรื่องในอดีตเท่ากับความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ปัจจุบัน จึงเทความชอบไปที่อเมริกามากกว่าจีน
ส่วนฟิลิปปินส์นั้นไม่ต้องวิเคราะห์มาก ยังไง ๆ ก็จะต้องเอียงข้างสหรัฐฯมากกว่าจีนอยู่แล้ว ผลสำรวจออกมาบอกว่า 92% ของคนที่นั่นชอบอเมริกา และมีแค่ 38% เท่านั้นที่มีความเลื่อมใสจีน
ปากีสถานเอียงไปอีกขั้วหนึ่งเห็นได้ชัด ชอบจีน 78% และเข้าข้างอเมริกาเพียง 14% เท่านั้น
ของประเทศไทยอยู่ตรงกลางระหว่างสองมหาอำนาจ คือเขาบอกว่าสำรวจแล้วคนไทย 73% ชอบอเมริกา และ 72% อยู่ข้างจีน
ประเด็นนี้แหละที่น่าวิเคราะห์ว่าเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่ และเขาไปถามใครบ้าง คนในเมืองหลวงและต่างจังหวัดกี่คน
ความรู้สึกคนไทยต่อจีนกับอเมริกาเปลี่ยนไปหรือไม่ หลังเหตุการณ์รัฐประหาร 22 พฤษภาคม? นั่นก็เป็นอีกคำถามหนึ่งที่ควรแก่การถามไถ่
หากเราติดตามข่าวในช่วงหลัง ก็อาจสังเกตได้ถึงความรู้สึกของคนไทย อย่างน้อยก็บางกลุ่มที่ต่อต้านสหรัฐฯมากขึ้น และหันมาชื่นชมว่าจีนมีความเห็นอกเห็นใจประเทศไทยในยามลำบาก
แต่คนไทยอีกกลุ่มหนึ่งก็สนับสนุนที่สหรัฐฯพยายามจะกดดันไทยให้กลับไปสู่การเลือกตั้งให้เร็วขึ้น และเห็นว่า “ประชาธิปไตย” แบบตะวันตกเป็นสิ่งพึงปรารถนา ขณะที่คนไทยอีกส่วนหนึ่งเห็นว่าจีนปฏิบัติต่อไทยดีกว่าสหรัฐฯ ตรงที่ไม่มาแทรกแซงเรื่องภายในของคนอื่นและเคารพในการตัดสินใจของคนไทย
ก็ต้องดูว่าความเห็นที่แตกต่างนั้นจะปรับเปลี่ยนไปอย่างไรหาก คสช. เดินตาม Roadmap ที่ได้ประกาศ และหากทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทยแสดงความเข้าใจไทยมากขึ้น ท่าทีของคนไทยต่อมหาอำนาจตะวันตกจะกระเตื้องขึ้นหรือไม่
แต่ในแง่ของการดำเนินวิเทโศบายต่างประเทศ ไม่ว่าใครปกครองประเทศ ก็สมควรจะต้องรักษาดุลถ่วงอำนาจให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม นั่นคือไม่เป็นแนวปฏิบัติที่ชาญฉลาดนักหากประเทศไทยจะ “เลือกข้าง” ไปยืนอยู่กับมหาอำนาจใด เพราะจะเป็นการเอียงข้างไปทางใดทางหนึ่งซึ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ
ต้องไม่ลืมว่าไม่ว่าจะเป็นมหาอำนาจซีกใด นโยบายและท่าทีของเขาต่อเราก็คือ “ผลประโยชน์” ของเขา ในการเมืองระหว่างประเทศไม่มีใครรักเราจริง และไม่มีใครคบเราเป็น “เพื่อนแท้ตลอดกาล”
การเมืองระหว่างประเทศกับการเมืองในประเทศก็ไม่ต่างกัน ไม่มีคำว่า “มิตรแท้” หรือ “ศัตรูถาวร”









