วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สร้างกลยุทธ์ทำกำไรจากฟิวเจอร์ส : เซียนโค่นเซียน

นักศึกษามักจะมาบ่นกับผมเป็นประจำว่าทำไมเวลาผมสอนเรื่องตราสารอนุพันธ์ถึงยากจัง จะเรียนรู้สูตรกำหนดราคาออปชั่น

Black-Scholes ก็ต้องรู้ที่มาของการสร้างสมการ Second Order Partial Differential Equation with Boundary Conditions เอาแค่สูตรสำเร็จมาท่องจำกันไม่ดีหรือ จะได้หน้าไม่แก่ทั้งคนเรียนคนสอน

ผมต้องคอยปลอบประโลมให้เรียนต่อไปว่า ชีวิตในโลกมันซับซ้อนและเป็นลำดับขั้นตามสูตรนั่นละ คือถ้าเราฉลาดนิดหน่อยแล้วคนอื่นโง่หมด เราก็ไม่ต้องไปเรียนมากครับ แต่ถ้าเราโง่แล้วคนอื่นเขาฉลาดกว่า อันนี้เราจะอยู่ยากครับ แถมขู่ไปอีกว่าตอนนี้เขาเล่นไปถึง Third Order แล้วนะ ตอนไปเรียนปริญญาเอกอย่าลืมกลับมาถามอาจารย์ใหม่

เพื่อให้เห็นตัวอย่างเป็นรูปธรรม ผมจึงขอเล่าให้ฟังเป็นอุทาหรณ์ครับว่าบรรดาปรมาจารย์เขาสร้างกลยุทธ์ลงทุนกันอย่างไร

เดือนกุมภาพันธ์ 1982 ตลาดซื้อขายล่วงหน้า Kansas ในสหรัฐอเมริกา เริ่มมีการซื้อขายฟิวเจอร์สของดัชนีหุ้นที่เรียกว่า Value Line ซึ่งก่อนหน้านั้นดัชนีหุ้นที่นำมาทำฟิวเจอร์สคือ S&P500 ซึ่งคนทั่วไปรู้จักมากกว่า ความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง Value Line และดัชนีอื่นคือ

หนึ่งหุ้นที่ถูกรวมใน Value Line เน้นที่หุ้นตัวเล็กราว 1,700 ตัว เพื่อเป็นฐานเทียบผลประกอบการให้กับนักลงทุนที่เน้น Growth Stock ในขณะที่ดัชนีอื่นจะเน้นหุ้นตัวใหญ่ที่จ่ายปันผลงามมากกว่า

สองอัตราผลตอบแทนของ Value Line ถูกคำนวณแบบค่าเฉลี่ยเรขาคณิต ในขณะที่ดัชนีอื่นใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิต

เมื่อนักลงทุนที่คุ้นเคยกับการเทรดฟิวเจอร์ส S&P500 มาพบกับตราสารประเภทดัชนีตลาดก็มักจะนำหลักการเทรดแบบเดียวกันมาใช้ ทำให้นักลงทุนที่ฉลาดกว่าเห็นช่องทาง

เซียนคนแรกที่เห็นโอกาสนี้คือ อาจารย์ Jay Ritter ท่านนี้เป็นปรมาจารย์เรื่องหุ้นแรกเข้า IPO เราจะเห็นหน้าท่านเวลาเปิดรายการข่าวการเงิน ช่วงไหนมีหุ้นใหม่เข้าตลาด สื่อมักจะไปถามความเห็นท่านผู้นี้ อาจารย์ Ritter เห็นโอกาสจากสิ่งที่เรียกว่า January Effect ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ราคาหุ้นจะตกลงช่วงธันวาคมและกลับมาเพิ่มใหม่ในเดือนมกราคม ผลกระทบนี้จะยิ่งรุนแรงมากขึ้นในหุ้นตัวเล็ก ปรากฏการณ์นี้ถูกค้นพบและตีพิมพ์โดยอาจารย์ Keim ตั้งแต่ปี 1983 แต่นักลงทุนทั่วไปซึ่งไม่นิยมอ่านวารสารวิชาการย่อมไม่ทราบ ในฐานะนักวิชาการ Ritter ย่อมทราบถึงผลการศึกษาดังกล่าวและปิ๊งไอเดียว่าหาก Value Line ซึ่งประกอบไปด้วยหุ้นตัวเล็กๆ จำนวนมาก ก็ย่อมได้รับผลกระทบจาก January Effect ดังนั้นเมื่อถึงเดือนธันวาคมของทุกปี ค่าดัชนี Value Line ย่อมต่ำกว่าความเป็นจริง และค่อยดีดกลับมาใหม่เมื่อถึงเดือนมกราคม ราคาฟิวเจอร์สซึ่งถูกผูกเข้าด้วยกันทุกอายุก็จะมีราคาต่ำกว่าความจริงในเดือนธันวาคม ตีความได้ว่าช่วงเวลาขายฟิวเจอร์ส Value Line ที่เหมาะสมคือธันวาคม ซึ่ง Ritter ก็เริ่มใช้กลยุทธ์นี้ซื้อสัญญาฟิวเจอร์สในเดือนธันวาคมและปิดสัญญาที่ทำไว้ในเดือนมกราคม ตั้งแต่ปี 1984-1985 และเก็บกำไรกินอย่างเงียบๆ จากนักลงทุนที่ฉลาดน้อยกว่าโดยไม่แพร่งพรายผู้ใด

แต่....เหนือฟ้ายังมีฟ้า

เหนือเซียนยังมีโคตรเซียน

เราจะคุยกันต่ออาทิตย์หน้าครับ