เมื่อสัปดาห์ที่แล้วคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ ได้จัดงานสัมมนาThe Pillar of Innovative Business Education
เนื่องในโอกาสที่คณะครบรอบ 75 ปี ในปี 2556 ที่ผ่านมา โดยในงานสัมมนาดังกล่าว โดยได้บรรยายในเรื่องของ Beyond Traditional Management : Toward an Innovative Approach ซึ่งเนื้อหาในการบรรยายนั้นจะเน้นเรื่องของ Sharing / Collaborative Economy ซึ่งเป็นแนวโน้มของเศรษฐกิจยุคใหม่ในศตวรรษที่ 21 ที่เน้นในเรื่องของการแบ่งปัน และกำลังเป็นกระแสแรงในโลกธุรกิจ
เมื่อสิบกว่าฉบับที่แล้วผมเคยเขียนเรื่องของ Collaborative / Sharing Economy ผ่านทางบทความนี้ไปครั้งหนึ่ง แต่เมื่อค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อเตรียมพูดก็ทำให้พบว่า Sharing Economy นั้นได้เติบโตและขยายไปไกลกว่าที่คิดไว้มาก หลักการพื้นฐานสำคัญของ Sharing Economy ก็คือในเศรษฐกิจยุคใหม่คนจะซื้อหรือครอบครองสินทรัพย์ต่างๆ น้อยลง ในขณะเดียวกันจะแบ่งปันทรัพย์สิน แรงงาน ความรู้กันมากขึ้น โดยสินทรัพย์ ของต่างๆ หรือ แรงงานที่เรามีอยู่ และปล่อยทิ้งว่างไว้นั้น แทนที่จะปล่อยให้อยู่เฉยๆ ก็แบ่งปันให้ผู้อื่นใช้ โดยแลกเปลี่ยนกับเงินหรือค่าตอบแทน
บางท่านอาจจะสงสัยว่าเราจะแบ่งปันอะไรได้บ้าง ในครั้งที่แล้วผมก็ยกตัวอย่างของ airbnb ที่มีการแบ่งปันห้องพัก หรือ บ้านพักที่ปล่อยว่างทิ้งไว้ เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับนักเดินทางที่ไม่ได้มีแค่ทางเลือกแค่โรงแรม นอกจากการแบ่งปันห้องว่างให้เช่าแล้ว ท่านผู้อ่านลองเดาดูซิครับว่าเรายังสามารถแบ่งปันอะไรได้อีกในยุคของ Sharing Economy นี้ ?
Uber, Lyft, Getaround เป็นตัวอย่างของเว็บที่ให้บริการแบ่งปันรถยนต์ ทั้งมีคนขับหรือแบบไม่มีคนขับ ท่านผู้อ่านที่มีรถยนต์จอดทิ้งไว้เฉยๆ ที่บ้านและไม่อยากจะให้รถยนต์ดังกล่าวจอดอยู่เฉยๆ ก็สามารถแบ่งปันรถยนต์ของท่านให้กับผู้อื่นใช้ได้ โดยแลกกับค่าตอบแทน ที่ดีกว่าปล่อยให้รถจอดนิ่งไว้เฉยๆ หรือ Taskrabbit ที่เป็นสื่อกลางในการเชื่อมผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในงานต่างๆ กับผู้ที่มีเวลา มีฝีมือ และพร้อมที่จะทำงานช่วยเหลือผู้อื่น
ท่านผู้อ่านลองนึกดูว่าเวลาที่ท่านต้องการความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ ไม่ว่าต้องการให้คนไปซื้อของให้ หรือ ต้องการคนช่วยจัดบ้าน หรือ ต้องการคนช่วยหาข้อมูล หรือ ต้องการผู้ช่วยจัดงาน ฯลฯ และก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่มีทักษะ ความเชี่ยวชาญ เวลา ในการที่จะช่วยงานท่านในสิ่งที่ท่านต้องการ Taskrabbit ก็จะเป็นเสมือนตัวกลางในการเชื่อมระหว่างผู้ที่ต้องการคนมาช่วยทำงาน กับ คนที่พร้อมจะมาช่วยงานโดยแลกกับค่าตอบแทน ซึ่งกรณีของ Taskrabbit นั้นก็ถือเป็น Sharing Economy เช่นเดียวกันครับ เพียงแต่แทนที่จะแบ่งปันในตัวสิ่งที่จับต้องได้ ก็เป็นการแบ่งปันในตัวแรงงานแทน
ยังมีอีกหลายตัวอย่างครับของแบ่งปันแบบที่เราคิดไม่ถึงในเศรษฐกิจยุคใหม่ที่เป็น Sharing Economy ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของที่จอดรถ (PartatmyHouse) หรือ เงิน (Zopa) ที่เป็น Peer-to-Peer Lending ที่ถูกกฎหมายในอังกฤษ หรือ การฝากสุนัขไว้ (DogVacay) สำหรับผู้ที่ชอบเลี้ยงสุนัขและเมื่อต้องไปพักผ่อนหรือไม่อยู่บ้าน ก็กังวลเพราะไม่มีคนดูแลสัตว์เลี้ยงให้ ปัจจุบันก็มีบริการรับฝากเลี้ยงสุนัขจากคนทั่วๆ ไปแล้ว หรือ การแบ่งปันจักรยาน (Spinlister) ที่จักรยานดีๆ ที่เราซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้ทุกวันก็สามารถแบ่งปันให้ผู้อื่นใช้เพื่อแลกกับค่าตอบแทน แม้กระทั่งเสื้อผ้าท่านสุภาพสตรี ที่ซื้อมาเต็มตู้แล้วไม่ได้ใช้ก็ยังสามารถแบ่งปันให้กับผู้อื่นได้ผ่านทาง Poshmark
ท่านผู้อ่านอาจจะนึกว่าแนวโน้มของ Sharing Economy นั้นมันมีเฉพาะในโลกตะวันตก แต่จริงๆ แล้ว Nielsen เขามีการสำรวจผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกกว่า 30,000 คนและพบว่าในภูมิภาคเอเชียนั้นเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตของ Sharing Economy มากภูมิภาคหนึ่งของโลก โดยจากข้อมูลของ Nielsen พบว่าชาวฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และไทย เป็นสามประเทศในภูมิภาคนี้ที่มีแนวโน้มที่จะแบ่งปันสิ่งต่างๆ ในยุค Sharing Economy มากกว่าชาติอื่นๆ
ถ้าท่านผู้อ่านสงสัยว่าคนไทยจะแบ่งปันอะไร ลองเข้าไปดูที่ Plateculture ดูก็ได้ครับ จะพบว่ามีคนไทยจำนวนหนึ่งที่เริ่มแบ่งปันอาหารที่บ้านที่เราทำและกินกันเองให้กับนักท่องเที่ยวที่สนใจในอาหารที่เป็นรสชาติแท้และดั้งเดิม
สังคมยุคของ Sharing Economy นั้นคนจะซื้อหรือครอบครองน้อยลง แต่จะอาศัยการแบ่งปันมากขึ้น อย่างไรก็ดี สิ่งที่สำคัญคือต้องมีระบบในการสร้าง Trust หรือความไว้วางใจระหว่างกันให้เกิดขึ้นด้วยครับ








