หลังได้รับความมั่นใจว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะใช้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
(ป.ป.ช.) สอบสวนคดีทุจริตคอร์รัปชัน ต่อไปป.ป.ช. ก็ลุยทำงานทั้งสางคดี และสร้างความร่วมมือเป็นเครือข่ายจับทุจริต ที่ว่าส่วนคดีก็ทำไปนั้น ภายในเดือนกันยายน ป.ป.ช.ก็จะชี้มูลความผิดทางอาญากับผู้มีส่วนรู้เห็นให้เกิดการทุจริตโครงการจำนำข้าว ซึ่งตอนนี้กรรมการที่ได้รับมอบหมายจากคสช. ได้ลุยตรวจโกดัง 1,800 แห่งทั่วประเทศ พร้อมจะแชร์ข้อมูลกับป.ป.ช. ทำให้คาดการณ์ว่า จะมีคนผิดทั้งอดีตรัฐมนตรี ข้าราชการประจำ และเอกชน เรียกว่า "โดนกันยกเข่ง" เราจะได้เห็นอีกไม่นานเกินรอ
>>> ส่วนงานสร้างภาคีต่อต้านคอร์รัปชัน ป.ป.ช.จับมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในหน่วยงานภาครัฐ
>>> ป.ป.ช.โดยสำนักป้องกันการทุจริตภาครัฐ ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ จัดโครงการพัฒนาความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในหน่วยงานภาครัฐ เพิ่งผ่านไปเมื่อวานนี้ (9 ก.ค.) โดยกลุ่มเป้าหมายคือ ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ 200 คน โดยประธานป.ป.ช. ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ บรรยายพิเศษเน้นให้เห็นบทบาทและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ช.ต่อการเอาจริงเอาจังกับการที่จะไม่ให้คนโกงมีที่ยืนในสังคมไทย
>>> นอกจากนี้เป็นการบรรยายเรื่อง “แนวนโยบายการดำเนินงานด้านการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์” โดย วิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ตามด้วยการบรรยาย เรื่อง “สถานการณ์และปัญหาการทุจริตของหน่วยงานภาครัฐในปัจจุบัน” โดย ภาส ภาสสัทธา ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาระบบบริหารจัดการ สำนักงาน ป.ป.ช. และกรรมการมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด นอกจากคุยกลุ่มใหญ่แล้วยังมีประชุมกลุ่มย่อย เรื่อง “แนวทางการพัฒนาความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระหว่าง สำนักงาน ป.ป.ช. กับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์” ถือเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระหว่างสำนักงาน ป.ป.ช. กับกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ สิ่งที่เห็นเป็นรูปธรรม คือ ได้สร้างทัศนคติหรือค่านิยมในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริตให้เกิดกับบุคลากรในกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ สำคัญที่สุดคือการได้เครือข่ายของสำนักงาน ป.ป.ช. ในการขับเคลื่อนงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพราะมีการถ่ายทอดสดผ่านระบบ video conference ไปยังหน่วยงานในส่วนภูมิภาคของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ทั้ง 76 จังหวัด
>>> อีกหน่วยงานด้านการปราบคอร์รัปชัน คือ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) วานนี้ ประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการป.ป.ท. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อทำรีสอร์ทในเชิงธุรกิจและจัดสรรที่ขายในเขตพื้นที่หมู่ 5 ต.หนองย่างเสือ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี
>>> เบื้องต้นพบการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ ทำให้มีพื้นที่ป่าถูกบุกรุกอยู่บนเนื้อที่ 522 ไร่ ป.ป.ท.มีข้อมูลว่าเป็นการบุกรุกโดยนายทุนที่กระทำในเชิงธุรกิจ ซึ่งไม่ใช่กรณีที่ชาวบ้านบุกรุกเพื่อทำกิน เข้าข่ายที่จะเพิกถอนสิทธิ์ รวมทั้งเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด้วย








