การปรองดอง หรือความสามัคคีของคนในชาติซึ่งประกอบไปด้วยคนหลายชนชั้น หลายเผ่าพันธุ์
เชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม ผลประโยชน์ ฯลฯ ไม่ใช่เรื่องที่จะสร้างได้ง่ายๆ ในเร็ววัน แต่อยู่ที่การต้องปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจการเมืองของประเทศให้มีการกระจายทรัพย์สิน รายได้ การศึกษา การมีงานทำ ฐานะทางสังคมที่เป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำต่ำสูง ลดระบบอภิสิทธิ์ชน 2-3 มาตรฐาน ลดความขัดแย้งแบบ 2 ขั้วสุดโต่งให้เหลือน้อยลง ปฏิรูประบบการเมืองและระบบราชการให้เป็นเสรีประชาธิปไตยแบบใจกว้างที่เปิดโอกาสให้คนในสังคมสามารถเรียกร้องและแก้ไขความขัดแย้งอย่างสันติวิธี สร้างผลประโยชน์ร่วมกันให้มากขึ้น ปฏิรูปการศึกษาและสื่อ ประชาชนได้รับการศึกษาแบบเสรีนิยม คิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลได้ มีวุฒิภาวะ ใจกว้าง ปฏิรูปการเมืองและสังคมให้มีกฎหมาย ขนบธรรมเนียมปฏิบัติ วัฒนธรรมที่ส่งเสริมให้มีการจัดตั้งองค์กรและกระบวนการที่ประชาชนกลุ่มต่างกันจะแก้ไขความขัดแย้งอย่างสันติวิธี เป็นธรรม และมีประสิทธิภาพได้
ปัจจุบัน ปัญหาความขัดแย้งภายในประเทศและกับประเทศอื่นเป็นเรื่องการแข่งขันทางเศรษฐกิจสังคมเป็นหลัก ความมั่นคงของประเทศขึ้นอยู่กับการพัฒนาพลเมืองให้มีคุณภาพได้รับความเป็นธรรม มีความสามารถในการแข่งขันและต่อรองกันทางเศรษฐกิจการเมืองกับคนอื่นๆ ได้มากกว่าเรื่องความมั่นคงทางการทหาร
ประชาชนสามัคคีกันและประเทศจะเข้มแข็งได้ รัฐบาลต้องหาทางทำให้พวกเขาเป็นพลเมืองที่ได้รับการศึกษาและจิตสำนึกในการช่วยกันพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมของชาติ ที่ทุกคนรู้สึกว่าจะได้ประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นธรรมใกล้เคียงกันเพื่อเพิ่มความสามารถในการจะแข่งขันและร่วมมือกัน อย่างเป็นธรรม การจะพัฒนาความสามัคคีชนิดนี้ได้ขึ้นอยู่กับการพัฒนาการเมืองให้เป็นประชาธิปไตยหรือธรรมาธิปไตย มีรัฐบาลที่มีความรู้ วิสัยทัศน์เป็นธรรม ซื่อตรง ดำเนินนโยบายบริหารประเทศอย่างเห็นแก่ประโยชน์คนส่วนใหญ่
การจะทำเช่นนี้ได้ต้องปฏิรูปทั้งทางเศรษฐกิจการเมืองให้มีการกระจายทรัพย์สิน รายได้ การศึกษา ฯลฯ เป็นธรรม และการปฏิรูประบบการเลี้ยงดูลูก การจัดการศึกษา การสื่อสารให้มีคุณภาพ สอนให้คนคิดวิเคราะห์เป็น รู้จักสิทธิและหน้าที่พลเมือง มีจิตสำนึกของความเป็นพลเมือง ว่าการที่พลเมืองจะร่วมมือกันทำงานโดยคำนึงถึงส่วนรวมมากกว่าส่วนตัวนั้น เป็นเรื่องฉลาดและเกิดประโยชน์ระยะยาวมากกว่าการมุ่งแข่งขันเอาเปรียบกัน
นายทหารรวมทั้งนายตำรวจ ข้าราชการอื่นๆ ได้รับการศึกษาที่จารีตนิยมและเทคนิคนิยมแบบเก่า ควรจะอ่านหนังสือ ศึกษาค้นคว้าใหม่ว่าเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม สำคัญที่สุด และพวกเขาควรเปลี่ยนหรือเพิ่มบทบาทเป็นนักพัฒนาสังคม บนพื้นฐานของการยอมรับนับถือสิทธิเสมอภาค เสรีภาพของประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะประชาชนกลุ่มที่ยากจนมากขึ้น
ประเทศที่มีโครงสร้างล้าหลัง มีปัญหาหมักหมม ประชาชนมากและหลากหลายแบบไทย ย่อมมีความขัดแย้งและความแตกต่างหลากหลายได้ รัฐบาลมีหน้าที่ต้องให้การศึกษาประชาชนให้รู้จักว่าปัญหาความแตกต่างของคนในประเทศเดียวกันนั้น สามารถแก้ไขและหาทางออกได้ด้วยเหตุผล กฎหมายและกระบวนการแก้ปัญหาที่เป็นธรรมและสันติวิธี ความรักชาติและความสามัคคีที่จะเป็นประโยชน์ในโลกสมัยใหม่ คือความรักในประโยชน์ของคนส่วนใหญ่และความสามัคคีกันในการร่วมมือกันทำงานเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ การเมืองสังคม ให้ชุมชนและประเทศเข้มแข็ง เจริญเติบโต เอื้ออำนวยประโยชน์แก่คนส่วนใหญ่ และป้องกันการเสียเปรียบต่างชาติ โดยเฉพาะบริษัททุนข้ามชาติขนาดใหญ่
ประชาชนไทยนอกจากจะมีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมกันแล้ว เราต่างมีผลประโยชน์ร่วมกันในปัจจุบันและอนาคต (ลูกหลานของเรา) ในแง่การต้องร่วมมือกันพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม แข่งขัน และต่อรองกับประเทศอื่นๆ การมีภาระหน้าที่ต้องต่อสู้กับความด้อยพัฒนาความยากจน ไร้ประสิทธิภาพ ความโง่เขลาและความเลวร้ายต่างๆ เพื่อความอยู่รอดและความกินดีอยู่ดีของคนส่วนใหญ่ ดังนั้น การจะสร้างสามัคคีได้อย่างแท้จริง รัฐต้องปฏิรูปประเทศไปในทางสร้างเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยให้ประชาชนพลเมืองทุกคนรู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของและผู้กำหนดพัฒนาการของประเทศ มีความเต็มใจ พอใจ กระตือรือร้นที่จะร่วมกันทำงานเพื่อประโยชน์ร่วมกัน ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดอภิสิทธิ์ชน การคดโกง โกหกหลอกลวง เอาเปรียบ ทอดทิ้ง นิ่งดูดายกันและกัน แล้วมาเรียกร้องให้สามัคคีแบบที่ยังคงโครงสร้างเศรษฐกิจแบบเดิมที่ล้าหลังชนิดคนรวยคนมีอำนาจยืนอยู่บนหัวหรือหลังของคนจน
เงื่อนไขที่เอื้ออำนวยต่อการสร้างความสามัคคีภายในชาติอย่างแท้จริงคือ การลดอำนาจและผลประโยชน์ของชนชั้นสูงกลุ่มน้อยลง โดยเฉพาะที่ได้มาด้วยวิธีที่เอาเปรียบ ฉ้อโกงเพื่อจะได้ลดความขัดแย้งในเรื่องผลประโยชน์และอำนาจของคนกลุ่มต่างๆ ในชาติ นั่นก็คือจะต้องปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ การเมือง เช่น การปฏิรูปที่ดิน ปฏิรูประบบการจัดสรรทรัพยากร การเก็บภาษีปฏิรูปการศึกษา และปฏิรูปเศรษฐกิจสังคมด้านต่างๆ เพื่อกระจายทรัพย์สิน รายได้ การศึกษา การมีงานที่เหมาะสมทำ และอำนาจในการจัดการและการต่อรอง ไปสู่ประชาชนทุกกลุ่มทุกพื้นที่อย่างทั่วถึงเป็นธรรม ทำให้ระบบการเมืองเศรษฐกิจ และสังคมเป็นแบบเสรีประชาธิปไตยใจกว้างและเป็นธรรม มีเหตุผล มีความรู้ มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประชาชนมีช่องทางในการตรวจสอบ ผลักดัน เสนอแก้ไขความขัดแย้งทั้งในเรื่องผลประโยชน์และแนวคิดอุดมการณ์ได้อย่างสันติวิธี
ทั้งรัฐบาล ตำรวจ ทหาร สื่อมวลชน ชนชั้นนำทั้งหลายต้องใจกว้าง รับฟังข้อเรียกร้องของประชาชนกลุ่มต่างๆ ด้วยเหตุผล มีข้อมูลทางวิชาการสนับสนุน มีวุฒิภาวะและอย่างเป็นนักประชาธิปไตยมากขึ้น









