วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

"ยีน" ทหารในประชาธิปไตยแบบไทยๆ

รัฐประหาร (โดยทหาร) วันนี้ไม่เหมือนเมื่อวันวารแล้ว

ฉันใดที่ยีนมีการคัดสรรโดยธรรมชาติ (natural selection) ที่จะสืบต่อ ไม่ใช่จะผลิตซ้ำตัวเองต่อไปได้เรื่อยๆ และ ในหมู่ยีน จะต้องมีการ “แข่งขัน” กันเพื่อมีอยู่ต่อ หรือสูญพันธุ์ไป

ยิ่งสมัยนี้ วิทยาศาสตร์ก้าวไกล นอกจากยีนต้องแข่งขันกันเองตามธรรมชาติเพื่อความอยู่รอด มนุษย์สามารถแทรกแซงการคัดสรรของธรรมชาติ และจัดการตัดต่อเปลี่ยนแปลงยีนได้ คือ การตัดต่อทางพันธุกรรม (Genetically Modified Organisms) ที่เรียกว่า จีเอ็มโอ นั่นอย่างไร

ยีนทหารในประชาธิปไตยไทยก็ฉันนั้น

ประชาธิปไตยแบบไทยๆ มีทหารทำการรัฐประหารเป็นความปรกติในวิวัฒนาการ อยู่ในหน่วยพันธุกรรม (gene) มาตั้งแต่เริ่มแรก เพราะ "การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย" เกิดขึ้นมีขึ้นได้ก็ด้วยการ ใช้กำลังทหาร "ทำคลอด" นับเป็นการรัฐประหาร ครั้งที่ 1

การอยู่รอดสืบต่อมาได้ของยีน ทหาร (โดยการรัฐประหาร) ในประชาธิปไตยแบบไทยๆ มิใช่ จะมีแต่ ยีนเดิมๆ เหมือนเดิมไปเสียทุกอย่าง

ตามหลักวิวัฒนาการ ของชาร์ลส์ ดาร์วิน การจะสืบต่อได้ของยีนมาจากการคัดสรร ให้ส่วนที่ดีที่สุด เหมาะที่สุด เสถียรที่สุด ได้อยู่รอด ไม่มีการซ้ำเหมือนเดิมทุกอย่างซึ่งจะทำให้อยู่ต่อไปไม่ได้ ยีนพ่อยีนแม่ก็ใช่ว่าจะอยู่ในตัวลูกเต็มร้อย เพื่อที่ลูกจะสืบต่อไปได้ ลูกจะได้ของพ่อแม่คนละ 50 แล้วหลานก็ได้ของปู่ย่าตายายไปแค่ 1/4 ยีนทหารโดยการรัฐประหารก็จะต้องมีวิวัฒนาการในตัวของมันเองด้วย จึงจะอยู่รอด

การใช้กำลังทหารทำรัฐประหาร (ที่แต่ละครั้งไม่เหมือนเดิม เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามเหตุปัจจัย) ไม่ใช่ ความไม่ปรกติ (anomaly) หรือสิ่งแปลกแยก (alien) สำหรับประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่มีมาจนถึงวันนี้ (ในประชาธิปไตยที่อื่น การ “ประหาร” ยึดอำนาจการเมือง อาจทำกันในระดับพรรค เช่น ในออสเตรเลีย เมื่อครั้ง นางจูเลีย กิลลาร์ด ยึดอำนาจหัวหน้าพรรค จากนายกรัฐมนตรีฯขณะนั้น)

การรัฐประหารทุกครั้ง ใน 82 ปีประชาธิปไตยไทย รวมทั้งรัฐประหารครั้งล่าสุด ทหารผู้ปฏิบัติการ ยืนยันแบบเดียวกับการรัฐประหารทุกครั้งก่อนหน้า (ที่ทำสำเร็จ) ว่า เนื่องจากมีคอร์รัปชันมากมายในรัฐบาลจากการเลือกตั้ง มีความแตกแยก ประชาชนเดือดร้อน การเลือกตั้งไม่สมบูรณ์ตามหลักการประชาธิปไตย ฯ การรัฐประหารที่ทำ (สำเร็จ) มีเจตนานำพาประเทศเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

โดยการรัฐประหารใดที่ทำไม่สำเร็จนั้น เราแยกออกไปต่างหาก เรียกว่าเป็นกบฏ เช่น กบฏ บวรเดช กบฏนายสิบ กบฏแมนฮัตตัน ฯลฯ (ซึ่งถ้า “กบฏ” ใดทำสำเร็จ ก็ไม่รู้ว่าจะออกหัวออกก้อย อย่างกบฏบวรเดช นั้นชัดเจนว่าต้องการกลับคืนไปสู่ระบอบการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ก่อน การรัฐประหาร พ.ศ. 2475)

ดังนั้น ที่เรายอมรับจัดว่าเป็น การรัฐประหาร โดยนัยก็ล้วนแล้วแต่ เพื่อการคงอยู่รักษาประชาธิปไตย การระงับรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องชั่วคราว ทุกครั้งในที่สุดก็กลับสู่การมีรัฐธรรมนูญฉบับถาวรและการเลือกตั้งเสมอมา เพียงแต่ว่าใช้เวลานานต่างกัน ที่ใช้เวลานานที่สุดถึง 9 ปี กว่าจะมีรัฐธรรมนูญถาวร คือ รัฐประหารโดย จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ผู้อ้างเหตุต่างๆ นอกจากข้างต้น ยังมีเหตุผลเกรงจะสร้างหนี้ให้ลูกหลาน 20 ปี เพราะรัฐบาลจอมพล ป. ขณะนั้นจะยืมเงินจากธนาคารโลกมาสร้างเขื่อนยันฮี

มองจากอีกด้านหนึ่งของภาวะน้ำครึ่งแก้ว กล่าวได้ไหมว่า เพราะการรัฐประหารครั้งแรกที่อาศัยกำลังทหารปฏิบัติการ รัฐประหารครั้งต่อๆ มา รวมทั้งครั้งล่าสุด จนถึงวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 คือการทำให้ประชาธิปไตยไทย ได้มีขึ้น ได้อยู่รอด คงอยู่ต่อมา ไม่กลายไปเป็นอื่นไปเสียก่อน แทนที่จะกล่าวว่า ทหารที่ทำการรัฐประหาร คือ ผู้ทำลายประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเรียก ประชาธิปไตยแบบไทยๆ นี้ในฉายาใด เช่น แบบครึ่งใบ แบบกะพร่องกะแพร่ง แบบกึ่งเผด็จการ หรือเผด็จการทางรัฐสภา ฯ

จนถึงวันนี้ ประเทศไทยยังอยู่ในกรอบเพื่อไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่จะไปเป็นอื่น

ก่อน 20 พฤษภาคม ความเสี่ยงจะกลาย “เป็นอื่น” ที่ไม่รู้ว่าจะเป็นอะไรอยู่แค่เอื้อมหากดำเนินต่อมา รัฐบาลจะอัมพาต “ชัตดาวน์” แน่นอนเดือนตุลาคมนี้ นอกจากทุกข์ของชาวนา เงินเดือนข้าราชการจะไม่ออก ไม่ว่าจะอยู่ภายใต้รัฐบาลรักษาการฯของรักษาการฯ หรือรัฐบาลของประชาชน ที่ กปปส. ว่าจะหาทางจัดตั้งขึ้น หรือ รัฐบาลของ สปป. หรือที่สุดคือภาวะไร้รัฐบาลที่ทำงานได้ เราจะเป็นรัฐล้มเหลว (failed state) ไม่นับว่าจะมี “สงครามกลางเมือง” หรือไม่ ด้วยอาวุธยุทธภัณฑ์ที่ขณะนี้กวาดจับได้พะเรอเกวียน ฯ

82 ปี ประชาธิปไตยไทย มีผู้นับไว้แล้วว่า ที่ทหารใช้กำลังยึดอำนาจ ทั้งทำการสำเร็จและไม่สำเร็จ มีกว่า 30 ครั้ง มากกว่าการเลือกตั้งที่เรามีทั้งหมด 26 ครั้ง เคยมีบางช่วงเวลาที่ประชาธิปไตยไทย ดูจะไปได้ดีเสียจน มีคนเชื่อว่าจะไม่มีทหารทำการรัฐประหารอีกแล้ว เช่นเมื่อหลัง พ.ศ. 2535

ทว่าก็มีจนได้ตามเหตุปัจจัยสังคมไทย

ทหารโดยการรัฐประหารครั้งล่าสุดนี้ ต้องพิสูจน์โดยใช้ทุกความเป็นไปได้แม้ไม่เคยใช้มาก่อน ถึงเจตนาที่จะรักษาโอกาสไว้ให้ประชาธิปไตยได้อยู่ต่อไปและดีขึ้น เช่น คงกฎหมายพรรคการเมืองเพียงแต่ยังไม่มีการเลือกตั้ง ฯ

ทหารยังมีอีกหลายๆ วิธี ที่จะประคับประคองประชาธิปไตยแบบไทยๆ ไม่ควรจำกัดเพียงแค่ในการรัฐประหาร อย่างเช่น จนถึงไม่กี่ชั่วโมงก่อนการยึดอำนาจครั้งนี้ ทหารยังพยายามทำหน้าที่เจรจาเพื่อเลี่ยงรัฐประหารอยู่ อีกทั้งขณะนี้ ทุกคนรู้แล้วว่า ประชาธิปไตยไม่ได้หมายถึงเพียงการมีรัฐธรรมนูญจัดให้มีการเลือกตั้งได้ แต่หมายถึงการให้ประชาชนมีส่วนร่วมเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจต่อรองทางการเมืองและทางเศรษฐกิจอย่างเสมอภาคทัดเทียมกัน มีศักดิ์ศรี ซึ่งการคอร์รัปชันในด้านต่างๆ เป็นอุปสรรคตัวร้าย

ทุกภาคส่วนควรมีโอกาสมาช่วยกัน “ตัดต่อ (modify)” ยีนทหาร (โดยการรัฐประหาร) ทั้งด้วยการแสดงความคิดเห็น การมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจและการตรวจสอบ สร้างความโปร่งใส เพื่อให้ประชาธิปไตยไทยวิวัฒนาการ ดีขึ้น เสถียรขึ้น