เมื่อต้นปี 2557 บริษัทจดทะเบียนเกิดอาการ หายใจไม่ทั่วท้อง โดยเฉพาะบริษัทที่พึ่งพิงรายได้จากการบริโภคภายในประเทศ
หลังเริ่มเห็นเค้าลางการยืดเยื้อของการเมืองไทย “ความเจ็บตอกย้ำหนัก” หลังเหล่ากูรูในแวดวงตลาดหุ้นพากันออกมาตั้งโต๊ะประเมินผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2557 ว่า อาจออก “ไม่สวย” เท่าช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาส 4/2556 โดยมีปัจจัยความไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจชะลอตัวเป็นเหตุ
ก่อนบริษัทจดทะเบียนจะนำส่งงบการเงินไตรมาสแรกของปีนี้ ให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) “สุกิจ อุดมกิจสิริกุล” เคยวิเคราะห์ให้ฟังว่า หุ้นกลุ่มค้าปลีก กลุ่มกระเบื้อง กลุ่มลิสซิ่ง และกลุ่มยานยนต์ น่าจะเป็นกลุ่มที่มีผลประกอบการอยู่ใน “แดนลบ” มากที่สุด “กำลังซื้อหดตัว” กดดันฐานะการเงิน
สุดท้ายความจริงที่ปรากฏไม่ได้แตกต่างจากที่หลายฝ่ายกังวลมากนัก โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ออกมาสรุปตัวเลขผลประกอบการไตรมาสแรกของบริษัทจดทะเบียน 471 บริษัท จากทั้งหมด 511 บริษัทว่า กำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนอยู่ระดับ 220,296 ล้านบาท ลดลง 9.92%
โดยธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ คือ ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจสื่อและสิ่งพิมพ์ ธุรกิจสายการบิน และธุรกิจหลักทรัพย์
ทว่า “ฟ้าหลังฝนย่อมสวยงามเสมอ” หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินหน้าเรียกความเชื่อมั่นกลับคืน ด้วยการเร่งรัดจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 จำนวน 2.6 ล้านล้านบาท สั่งจ่ายเงินค่าข้าวให้ชาวนาที่ค้างอยู่กว่า 90,000 ล้านบาท ฯลฯ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวโดยเร็ว ส่งผลให้หน่วยงานภาครัฐเตรียมปรับมุมมองจีดีพีปี 2557 ใหม่
ล่าสุด “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สคช.) ออกมาบอกว่า หากตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 2 ออกมาดี ตัวเลขจีดีพีปีนี้คงโต 2% ขณะที่ “สมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ” ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ มองว่า ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายปี 2558 อาจทำให้ตัวเลขจีดีพีปี 2558 ขยายตัว 4%
ขณะเดียวกัน โรดแมพของคสช.ยังทำให้บริษัทจดทะเบียนบางแห่งทยอยออกมาตอบรับข่าวดี ด้วยการเตรียมปรับเป้าหมายผลประกอบการปี 2557 เพิ่มขึ้น อาทิ บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น หรือ ILINK ที่จะปรับเพิ่มรายได้จาก 2,300 ล้านบาท เป็น 2,400 ล้านบาท และยังจะเพิ่มกำไรสุทธิเป็นมากกว่า 200 ล้านบาท จากเป้าหมายเดิม 198 ล้านบาท เป็นต้น
“เอกชนและหน่วยรัฐบาลตบเท้าออกมาตอบรับแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของคสช.ครั้งนี้น่าจะพอเห็นภาพลางๆ ว่า เศรษฐกิจไทยใน "ช่วงที่เหลือของปีนี้" อาจได้พบแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ นั่นหมายความว่า บริษัทจดทะเบียนรายใดที่เคยมีงบการเงิน “สีแดงแปร๊ด” อาจกำลังปรับโหมดเข้าสู่โซน “สีเขียว”
แต่สุดท้ายจะเปลี่ยนเป็นเขียว “สด” หรือ “แค่จางๆ” คงต้องขึ้นอยู่กับฝีมือและประสบการณ์ของผู้บริหารองค์กรนั้นๆ









