วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

"สแควร์" อยากรอดต้องไปเร็ว

สแควร์ (square.com) ได้ก้าวสู่สนามโมบาย เพย์เมนท์โดยสร้าง Digital Disruption

ครั้งสำคัญให้กับธุรกิจการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตและวงการธนาคาร ด้วยการให้บริการการรับชำระเงินผ่านมือถือที่สะดวกสบายโดยไม่ต้องพึ่งการขออนุมัติจากธนาคารอีกต่อไป

การใช้ก็ดูดีมีไลฟ์สไตล์ จนร้านค้ารายย่อยตลอดจนอาชีพอิสระทั่วไป เช่น ร้านกาแฟ ร้านค้าริมทางเดิน อาจารย์สอนดนตรีต่างติดใจขอรับบริการที่แสนง่ายดายนี้ ทำให้เจ้าสนามรายใหญ่อย่าง เพย์พัล (paypal.com) และธนาคารทั่วโลกต่างตื่นตัว และปรับตัวเพื่อปิดช่องว่างบริการโมบายเพย์เมนท์ก่อนที่จะถูกธุรกิจดิจิทัลกลุ่มนี้ชิงตลาดไป

มาวันนี้ ธุรกิจของสแควร์ซึ่งก่อตั้งโดยแจ๊ค ดอร์ซี่ กำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างมาก เมื่อธุรกิจหลักของสแควร์ จำต้องสร้างรายได้ให้เพียงพอต่อการดำเนินงาน และมีเงินทุนมากพอต่อการขยายธุรกิจและคิดค้นนวัตกรรมต้นตำรับที่พลิกโฉมดิจิทัลไลฟ์สไตล์ที่ผู้คนรอคอย

เร่งปรับกลยุทธ์ให้เร็ว

ธุรกิจของสแควร์เติบโตต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2554 โดยในปี 2556 มียอดการชำระเงินผ่านระบบโมบายเพย์เมนท์ของสแควร์ถึง 20,000 ล้านดอลลาร์ และประมาณว่าจะสูงถึง 30,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2557 ทำให้สแควร์ต้องเพิ่มทีมงานขึ้นจาก 300 คนเป็นกว่า 900 คนในปีที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าอาจสร้างกำไรในปีที่แล้วถึง 300 ล้านดอลลาร์ แต่การขยายตัวของธุรกิจก็ทำให้สแควร์ต้องขาดทุนเกือบ 100 ล้านดอลลาร์ จนมีข่าวลือว่าสแควร์อาจไปไม่รอดและจำเป็นต้องขายธุรกิจเพื่อหาแหล่งเงินทุน

ต้นเหตุของปัญหาเกิดจากส่วนแบ่งรายได้ที่น้อยมาก จะเห็นได้จาก "สแควร์รีจิสเตอร์" บริการหลักของบริษัท คิดค่าใช้จ่ายสุทธิจากร้านค้าที่ 2.75% ของยอดการชำระเงิน ถึงแม้จะมีการเติบโตอย่างรวดเร็วแต่กลับสร้างรายได้น้อยมากให้กับธุรกิจ เก็บรายได้ได้เพียง 0.55% ของยอดการชำระเงินนี้ ซึ่งเมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วจึงไม่เพียงพอสำหรับการดำเนินงานของธุรกิจ

โจทย์ของสแควร์ในเวลานี้ จึงเป็นความท้าทายที่สแควร์จะต้องปรับแผนกลยุทธ์เพื่อสร้างรายได้ให้เพียงพอ ล่าสุด สแควร์ดึงแอพ "สแควร์วอลเลต" ออกจากแอพสโตร์ เพื่อหยุดให้บริการกับลูกค้ารายใหม่

สแควร์วอลเลตนับเป็นบริการที่แสนจะมีไลฟ์สไตล์ที่สมาชิกสามารถซื้อสินค้าจากร้านค้าได้โดยไม่ต้องควักกระเป๋าสตางค์ออกมา เพียงเดินไปที่ร้านค้าและบอกชื่อ ร้านค้าก็จะมีข้อมูลของลูกค้าปรากฎขึ้นพร้อมขายสินค้าและรับชำระเงินได้ทันทีผ่านสแควร์วอลเลต นับเป็นนวัตกรรมดิจิทัลที่สร้างสรรค์มาก การที่สแควร์หยุดให้บริการสแควร์วอลเลตกับลูกค้าใหม่ ก็เพื่อปรับแผนธุรกิจที่เปิดทางให้กับบริการใหม่ที่เรียกว่า "สแควร์ออร์เดอร์"

ไปข้างหน้ากับบริการใหม่

การปรับแผนของสแควร์ในครั้งนี้เพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากบริการสแควร์ ออร์เดอร์ โดยคิดค่าใช้จ่าย 8% จากร้านค้าที่เข้าร่วมรายการ สแควร์ออร์เดอร์จะช่วยให้ร้านค้าทำโปรโมชั่นและการตลาดได้ครบวงจรมากขึ้น โดยร้านค้าสามารถทำรีวอร์ดโปรโมชั่น ส่วนลดและโฆษณาผ่านสแควร์ออร์เดอร์ได้ และหากเทียบกับคู่แข่งในธุรกิจที่คิดค่าใช้จ่ายที่ประมาณ 10% ถึง 14% บริการของสแควร์ออร์เดอร์จึงอาจสร้างความสนใจให้กับร้านค้าได้ไม่น้อย

นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัว "สแควร์ฟีดแบค" ซึ่งใช้ใบเสร็จรับเงินเพื่อสอบถามลูกค้าถึงสินค้าและบริการของร้านผ่านการให้คะแนน และในขณะเดียวกันก็สื่อสารกับลูกค้าที่อาจไม่พอใจกับบริการของร้านค้าผ่านส่วนลด โดยสแควร์คิดค่าใช้จ่าย 10 ดอลลาร์ต่อเดือน ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นที่กำลังเผชิญอยู่ สแควร์จำเป็นต้องนำเอาความสำเร็จจากบริการอย่างสแควร์รีจิสเตอร์มาต่อยอดให้เร็ว และอินทริเกรทการให้บริการทั้งหมดให้เรียบง่ายและมีไลฟ์สไตล์แบบสแควร์ให้ได้อย่างต่อเนื่อง

ถึงแม้จะโดดเด่นในด้านนวัตกรรม สแควร์ก็มีโจทย์ที่ท้าทายต่อการขยายธุรกิจเข้าในตลาดใหม่และการสร้างรายได้ให้เพียงพอต่อการขยายตัวและการวิจัยพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ดิจิทัลจึงเป็นโอกาสที่ท้าทายให้ธุรกิจแบบเดิมและแบบใหม่ต้องเรียนรู้และปรับตัวเพื่อพร้อมต่อการแข่งขันในทุกๆ วัน