วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปัดกวาดประเทศไทยฯ

นี่คือชื่อหนังสือเล่มล่าสุดของผมโดยสำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์ ชื่อเต็มคือปัดกวาดประเทศไทย ก้าวย่างอีกยาวไกล ปฏิรูปอะไร แบบไหน อย่างไร เพื่อใคร

เป็นบทวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์การเมืองถึงปัญหาและแนวทางการปฏิรูปประเทศไทย ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และระบบนิเวศ เนื้อหาหลักคือการมุ่งแก้ไขปัญหาวิกฤติเชิงโครงสร้างทางสังคม (รวมทั้งเศรษฐกิจและการเมือง) เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ให้เป็นสังคมที่มีการบริหารที่เป็นประชาธิปไตย โปร่งใส มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และพัฒนาต่อเนื่องได้อย่างยั่งยืนยาวนาน

หนังสือเล่มนี้มุ่งเสนอแนะว่า เราควรจะปฏิรูปเชิงโครงสร้างสังคมทั้ง 4 ด้านที่สำคัญ คือ เศรษฐกิจ การเมือง สังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป ด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนแปลงวิธีคิด เป้าหมายการพัฒนาประเทศและระบบบริหารจัดการอย่างขนานใหญ่ เปลี่ยนแปลงจากระบบเศรษฐกิจการเมืองแบบผูกขาดอำนาจโดยคนชั้นสูงกลุ่มน้อยไปเป็นระบบเศรษฐกิจแบบผสมระหว่างทุนนิยมที่มีการแข่งขันที่เป็นธรรมกับระบบสหกรณ์และรัฐสวัสดิการ เป้าหมายคือ เพื่อทำให้ประชาชนไทยทั้งหมดมีสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคทางโอกาส ทั้งในทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม วัฒนธรรม มีชีวิตความเป็นอยู่ที่มีคุณภาพอย่างพอเพียง สันติสุข สังคมมีการจัดการด้านอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศที่ดี เพื่อให้การพัฒนาสังคมธรรมาธิปไตยแนวนี้อยู่ได้อย่างยั่งยืนถึงรุ่นลูกหลานเหลน

เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ประกอบไปด้วย 6 บท คือ

1. ปัญหาวิกฤติและแนวทางการปฏิรูปประเทศไทยในภาพรวม

2. ปัญหาและแนวทางการปฏิรูปทางเศรษฐกิจการเมืองและสังคม

3. การปฏิรูปการศึกษาและสื่อมวลชน

4. การปฏิรูปด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศ

5. การปฏิรูปในด้านการบริหารจัดการองค์กรและชุมชน

6. ประชาชนควรทำอะไรเพื่อมีส่วนรวมในการแก้ไขปัญหาวิกฤติและการปฏิรูปครั้งใหญ่

แต่ละบทประกอบด้วยบทความสั้นๆ ราว 5-9 บทความที่ผมได้คัดเลือกและปรับปรุงแก้ไขใหม่จากบทความที่เขียนลงในคอลัมน์ชื่อ ปฏิรูปประเทศไทยแบบไหน อย่างไร ในกรุงเทพธุรกิจ และที่อื่นๆ ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา โดยได้คัดเลือกเฉพาะบทความที่มีเนื้อหาสำคัญที่ตนไทยทุกคนควรรู้และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่มีปัญหาความขัดแย้งแบบ 2 ขั้วสูงและคนไทยยังมีความรู้ความเข้าใจเรื่องประชาธิปไตยและการปฏิรูปแตกต่างกันมาก

ปัญหาการทุจริตฉ้อฉล และการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรมของรัฐบาลในระบอบทักษิณ ทำให้ประชาชนตื่นตัวขึ้นมาเรียกร้องการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งอย่างเข้มแข็ง แต่การปฏิรูปประเทศไทยไม่ใช่อยู่แค่เรื่องการขจัดนักการเมืองที่ทุจริตและใช้อำนาจไม่ชอบธรรมเท่านั้น ประเทศไทยกำลังตกต่ำและมีปัญหาขั้นวิกฤติร้ายแรงทั้ง 4 ด้าน คือ การเมือง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ปัญหาสำคัญคือ ปัญหาความขัดแย้งทางชนชั้น/กลุ่มชน ปัญหาการผูกขาดครอบงำทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม วัฒนธรรม โดยชนชั้นสูงกลุ่มน้อย ปัญหาความเหลื่อมล้ำต่ำสูง และการแตกแยกทางความคิดอุดมการณ์ ปัญหาข้าวของแพง คนเป็นหนี้เพิ่มขึ้น ทำงานหนัก และถูกเอาเปรียบเพิ่มขึ้น ปัญหาอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกันคือ สถาบันครอบครัว ชุมชน ถูกทำให้อ่อนแอ คนถูกทำให้ยอมจำนน พึ่งพาคนชั้นสูงภายใต้ระบบอุปถัมภ์ และปัญหาเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ด้านต่างๆ รวมทั้งปัญหาเด็กเยาวชน ปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด การพนัน โสเภณี และอื่นๆ

ประชาชนไทยไม่ควรหวังง่ายๆ ว่าถ้าโคนระบอบทักษิณได้ มีรัฐบาลคนกลางได้ แล้วจะปฏิรูปประเทศได้ ถ้าเป็นไปตามแนวนั้นอาจจะดีขึ้นระดับหนึ่ง แต่การปฏิรูปเป็นเรื่องใหญ่โตและซับซ้อนมากประชาชนจะต้องสนใจอ่าน ศึกษาวิเคราะห์ปัญหาเหล่านี้อย่างวิเคราะห์และเจาะลึก จึงจะรู้เท่าทันพวกนักการเมืองและชนชั้นนำใช้คำที่พูดเรื่องปฏิรูปเหมือนกัน แต่อาจจะหมายถึงคนละอย่างกับสิ่งที่ประชาชนและประเทศต้องการจริงๆ

การปฏิรูปประเทศไทยหมายถึงต้องปฏิรูปเชิงโครงสร้างอำนาจทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคมวัฒนธรรม และระบบนิเวศอย่างเป็นระบบองค์รวมไม่ใช่แค่มองปัญหาเป็นประเด็นแบบแยกส่วนหรือมองแต่เฉพาะรูปแบบเช่น แก้ไขกฎหมาย โครงสร้างบริหารแต่ไม่ได้ปฏิรูปคุณภาพคน ไม่ได้ปฏิรูปจิตสำนึกวินัยของพลเมืองไม่ได้ปฏิรูปการกระจายทรัพย์สินรายได้การศึกษาให้เป็นธรรมอย่างแท้จริง การจะปฏิรูปประเทศได้ต้องการเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา และกล้าแก้ไขถึงต้นตอ เช่น เปลี่ยนแปลงโครงสร้างระบบการเมืองและบริหารให้มีการกระจายอำนาจและการตรวจสอบคานอำนาจกันโดยภาคสังคมประชาชนได้อย่างเป็นประชาธิปไตยแบบประชาชนมีส่วนร่วมและโปร่งใส มีประสิทธิภาพเพื่อส่วนรวม ปฏิรูปที่ดินระบบภาษีอากร การคลัง การเกษตร การศึกษา ฯลฯ เพื่อกระจายทรัพย์สินรายได้การศึกษา ฐานะทางสังคม การมีงานที่ดีให้ประชาชนส่วนใหญ่อย่างทั่วถึงเป็นธรรม

ถ้าคิดหรือทำได้น้อยกว่านี้ก็ไม่ใช่การปฏิรูปประเทศเพื่อคนส่วนใหญ่อย่างแท้จริง แต่เป็นการใช้คำใหญ่มาล่อหลอกประชาชน เป็นแค่การปะผุ ปฏิสังขรณ์ โครงสร้างเดิมให้หน้าตาดูดีขึ้น มีการเปลี่ยนตัวคณะรัฐบาลยังคงมาจากคนชั้นสูงที่อาจโกงและใช้อำนาจบาตรใหญ่น้อยหน่อย แต่ถ้าคนส่วนใหญ่ยังยากจน การศึกษาต่ำขาดอำนาจต่อรอง และไม่มีคุณภาพ ไม่ได้ต่างจากเดิมมากนัก ก็ยังถือไม่ใช่การปฏิรูปประเทศซึ่งหมายถึงต้องเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นอย่างถึงรากถึงโคน