รัสเซียจะกล้าบุกเข้ายึดยูเครนหลังจาก ผนวก ไครเมียหรือไม่?
ถ้าถามนายพลคนสำคัญที่สุด ขององค์กรสนธิสัญญาแอตแลนติคเหนือ (NATO) พลอากาศเอกฟิลิป บรีดเลิฟ คำตอบก็คือว่า “แน่นอน”
และในฐานะเป็นนายพลนักรบ เขาประเมินว่าหากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน สั่งทหารรัสเซียให้รุกเข้ายูเครน ก็จะสามารถยึดยูเครนได้ภายใน “3-5 วัน”
นายพลคนนี้บอกว่า ปูตินส่งทหารรัสเซียประมาณ 40,000 คนเคลื่อนทัพประชิดติดชายแดนยูเครนด้านตะวันออก และจากข่าวกรองล่าสุด กองกำลังทหารรัสเซียมีความพร้อมที่จะก่อศึกสงครามในดินแดนของยูเครนได้
นายพลบรีดเลิฟ บอกว่า ทหารรัสเซียตรงชายแดนทางตะวันออกและทิศใต้ของยูเครน “This is a very large, very capable and very ready force.”
แปลว่าหน่วยทหารรัสเซียที่ไปประชิดชายแดนยูเครนนั้น ไม่ใช่แค่มีจำนวนมากเท่านั้น แต่ยังมีความสามารถทางการรบ และมีความพร้อมอย่างยิ่งอีกด้วย
ถามว่าปูตินต้องการเปิดศึกกับสหรัฐฯและยุโรป ด้วยการรุกเข้ายูเครนหรือ? คำตอบคือไม่
แต่ถ้าถามว่าปูตินจะยุติการท้าทายและกดดันยูเครนหรือไม่? คำตอบก็คือไม่เช่นกัน
เพราะ ปูติน มองด้านยุทธศาสตร์ความมั่นคงของตัวเองแล้ว ก็เห็นว่าตราบเท่าที่ยูเครนยังอยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐฯและยุโรปตะวันตก, มอสโควก็ไม่สามารถจะนอนใจได้ เพราะในมุมมองด้านความมั่นคงของรัสเซียนั้น ประเทศที่มีรั้วรอบขอบชิดกับตนจะต้องคบหากับมอสโควอย่างสนิทสนม และต้องไม่ใช่เป็น “หอกข้างแคร่” ใกล้ชิดกับสหรัฐฯที่รัสเซียสงสัยว่าจะแทรกแซงความเป็นพระเอกของรัสเซียในย่านนี้
เป็นไปได้อย่างยิ่งว่า ปูติน กำลังเมียงมองเมืองท่าในทะเลดำอย่าง Odessa เพื่อที่จะขยายอิทธิพลของตนเข้าไปนอกเหนือจากไครเมียที่ตกอยู่ภายใต้รัศมีการปกครองของรัสเซีย
และเป็นไปได้เช่นกันว่ารัสเซีย กำลังจ้องจะเข้าไปประกบ Transdniestria ซึ่งเป็นดินแดนเล็กๆ ที่มีคนเชื้อสายรัสเซียเป็นหลักและได้แยกตัวออกจากโมลโดวาที่อยู่ติดกับยูเครนไปทางตะวันตก
จะด้วยวิธีใดก็ตาม ปูติน คงกำลังคิดหาทางที่จะขยับขยายเครือข่ายของตนไปสู่จุดอื่นๆ รอบๆ บ้านตัวเองเพื่อการขยายเขตอิทธิพลของตนโดยอ้างว่าคนเชื้อสายรัสเซียในดินแดนต่างๆ เหล่านั้นถูกกลั่นแกล้งหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม
ปูตินตอบโต้คำแถลงของผู้บัญชาการนาโต้ด้วยการบอกว่า โลกตะวันตกกำลังพยายามจะกลับไปสู่การใช้วิธีการแบบสงครามเย็นด้วยการระงับความร่วมมือกับมอสโควหลายๆ ด้านโดยอ้างว่าเป็นการประท้วงที่รัสเซียผนวกไครเมียมาเป็นของตน
นาโต้ ยอมรับว่า กำลังเตรียมแผนทางด้านทหารทั้งทางบก อากาศ และทะเล เพื่อเสริมการป้องกันตนเองของประเทศในยุโรปตะวันออก ที่เริ่มจะเกิดอาการหวั่นไหว เมื่อเห็นรัสเซียแสดงท่าทีแข็งกร้าว ทั้งในการใช้ภาษาและระดมทหารอย่างคึกคักเกินกว่าภาวะปกติ โดยมีเส้นตายให้แผนนี้เสร็จพร้อมนำไปสู่การปฏิบัติภายในวันที่ 15 เมษายนนี้
วิเคราะห์จากข้อมูลหลายด้านแล้ว พอจะสรุปได้ว่า ปูติน คงไม่เดินเกมทื่อ ๆ ด้วยการส่งทหารเข้ายึดยูเครน เพราะนั่นย่อมเป็นความเสี่ยงสูงเกินกว่าที่รัสเซียจะรับได้
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ปูติน ไม่คิดจะขยับเข้าไปในหลายจุดยุทธศาสตร์ใกล้ทะเลดำ เพื่อปกปักรักษาวงแหวนรอบๆ ดินแดนของตน
แม้ว่า ปูติน จะโทรไปหาประธานาธิบดี บารัก โอบามา เพื่อจะ “ปรึกษาหาทางออกด้วยวิถีทางการทูต” แต่ผมเชื่อว่านั่นเป็นเพียง “ยุทธวิธี” ที่จะทำให้โอบามาตายใจเท่านั้น ลึกๆ แล้วผู้นำรัสเซียคนนี้ไม่แคร์โอบามาเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ต้องการปะฉะดะในขณะที่เศรษฐกิจของรัสเซียยังมีปัญหาอยู่รอบด้าน
ทั้งสองฝ่ายกำลังเสริมสร้างกำลังทางทหาร ขณะที่บอกชาวโลกว่าต้องการหาทางออกทางการเมืองและการทูต
สงครามเย็นรอบสองเกิดขึ้นแล้วจริงๆ









