วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

เมื่อ"โอบามา"รุกหนัก "ปูติน"ก็ต้องวิ่งหา"สีจิ้นผิง"มาเป็นพวก

เมื่อ รัสเซีย ถูก สหรัฐและยุโรปตะวันตกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ กรณีผนวกไครเมียจากยูเครน

มีหรือที่ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน จะยอมอยู่เฉยๆ

ปูติน เป็นนักการเมืองแหลมคมและกร้าว เขาพร้อมจะเผชิญหน้ากับ บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ แต่ขณะเดียวกันก็หันไปตีสนิทกับจีนใกล้ชิดยิ่งขึ้น

ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ไม่ถึงกับกระโดดเข้าสวมกอด ปูติน เพราะว่าการที่ไครเมียประกาศแยกตัวเองออกจากยูเครนนั้น ไม่ใช่ตัวอย่างที่ดีนักสำหรับปักกิ่งที่มีความหวาดกลัวมาตลอด ว่า ดินแดนอย่างทิเบตและซินเจียง อาจจะเดินตามแบบอย่างนี้ นั่นคือ ประกาศแยกตัวออกจากจีน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้นำจีนยอมไม่ได้เป็นอันขาด

ดังนั้น จีน จึงไม่ประกาศเข้าข้างรัสเซียเต็มตัวในเรื่องนี้ เพียงออกแถลงการณ์เรียกร้องให้สหรัฐและรัสเซีย หาทางออกที่ไม่ทำให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงในระดับสากล

พอข้อเสนอให้ประณามการแยกตัวของไครเมียออกจากยูเครนเข้าไปสู่คณะมนตรีความมั่นคง รัสเซียใช้สิทธิวีโต้ จีนของดออกเสียง วางตัวเป็นกลางท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างสองยักษ์ใหญ่

งานนี้จีนอาจจะกลายเป็นตาอยู่ เป็นผู้ชนะโดยไม่ต้องสู้รบตบมือกับใครเลย

พอเกิดเรื่องกับสหรัฐ ปูติน ก็ส่งมือขวาชื่อ Igor Sechin ซึ่งเป็นผู้อำนวยการบริษัทน้ำมันใหญ่ที่สุดของรัสเซีย คือ Rosneft มาเอเชีย เพื่อประกาศว่า ถ้าสหรัฐและยุโรปโดดเดี่ยวรัสเซีย มอสโกก็จะหันมาทางตะวันออกเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ การเมือง และข้อตกลงด้านพลังงานแทน

ที่เป็นเป้าหมายหลักของปูติน ก็คือ การสร้างสัมพันธ์กับจีน เพื่อถ่วงดุลกับสหรัฐ

จึงไม่ต้องแปลกใจหาก ปูติน จะเร่งการเจรจาขายก๊าซธรรมชาติให้กับจีนอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ภายใต้เงื่อนไขผ่อนปรนเพื่อกระชับความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านยักษ์เพื่อคานอำนาจของมหาอำนาจแดนไกล

บริษัทก๊าซธรรมชาติยักษ์ของรัฐบาลรัสเซีย Gazprom เตรียมจะขายให้จีนปีละไม่น้อยกว่า 38,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2018 หรืออีกสี่ปีข้างหน้า โดยผ่านท่อก๊าซจากประเทศผลิตก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดของโลกถึงบ้านของประเทศบริโภคใหญ่ที่สุดในโลกเช่นกัน

แน่นอนว่า เมื่อรัสเซียเจอกับแรงกดดันจากสหรัฐและยุโรปอย่างนี้ จีนก็มีอำนาจต่อรองกับรัสเซียโดยเฉพาะเรื่องราคาที่ปักกิ่งต้องเรียกร้องให้เป็น “ราคามิตรภาพในยามยาก”

ยุโรปตะวันตก อาจจะไม่กร้าวต่อรัสเซียเท่ากับสหรัฐ เพราะยังต้องพึ่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานประมาณ 1 ใน 3 ของยุโรป ปีที่ผ่านมารัสเซียขายก๊าซธรรมชาติให้สหภาพยุโรปและตุรกี กว่า 162,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์

แต่ปีนี้ จีน จะแซงหน้าเยอรมนีเป็นครั้งแรก ในฐานะผู้ซื้อน้ำมันดิบใหญ่ที่สุดจากรัสเซีย อันเกิดจากการเจรจาของ Rosneft ที่วางท่อน้ำมันไปทางตะวันออกจากไซบีเรียตะวันออก ไปสู่มหาสมุทรแปซิฟิกด้านหนึ่ง และอีกด้านหนึ่งผ่านคาซัคสถาน

จีน ไม่ได้สนใจเฉพาะซื้อน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียเท่านั้น แต่ยังต้องการจะเข้าไปลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ผลิตพลังงาน และ สินค้าเกษตร

หากว่า รัสเซีย ถูกตะวันตกกดดันมากขึ้น ก็อาจจะต้องยอมให้จีนเข้าไปมีบทบาทในอุตสาหกรรมหลายประเภท ที่เคยห้ามต่างชาติเข้ามายุ่มย่ามมากนัก

ต้องไม่ลืมว่า จีน ได้เจรจาซื้อเครื่องบินรบ Sukhoi SU-35 จากรัสเซีย มาอย่างน้อยสามปีแล้ว เมื่อการเมืองเรื่องไครเมียร้อนแรงขึ้น รัสเซียอาจจะเร่งการเจรจาให้ตกลงกับปักกิ่งเร็วขึ้น เพื่อให้เกิดภาพของความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับจีน

เดิม โอบามา ต้องการจะแยกรัสเซียออกจากจีน ไม่ให้กลมเกลียวกันเกินไป เพราะว่าสหรัฐจะเสียโอกาส

แต่กรณี ไครเมีย อาจทำให้รัสเซียกับจีนคบหากันสนิทแน่นขึ้น เพื่อจะคานมะกันก็ได้...การเมือง เป็นเรื่องผลประโยชน์ของใครของมัน อย่างปฏิเสธไม่ได้...แน่นอน