เมื่อ รัสเซีย ถูก สหรัฐและยุโรปตะวันตกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ กรณีผนวกไครเมียจากยูเครน
มีหรือที่ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน จะยอมอยู่เฉยๆ
ปูติน เป็นนักการเมืองแหลมคมและกร้าว เขาพร้อมจะเผชิญหน้ากับ บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ แต่ขณะเดียวกันก็หันไปตีสนิทกับจีนใกล้ชิดยิ่งขึ้น
ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ไม่ถึงกับกระโดดเข้าสวมกอด ปูติน เพราะว่าการที่ไครเมียประกาศแยกตัวเองออกจากยูเครนนั้น ไม่ใช่ตัวอย่างที่ดีนักสำหรับปักกิ่งที่มีความหวาดกลัวมาตลอด ว่า ดินแดนอย่างทิเบตและซินเจียง อาจจะเดินตามแบบอย่างนี้ นั่นคือ ประกาศแยกตัวออกจากจีน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้นำจีนยอมไม่ได้เป็นอันขาด
ดังนั้น จีน จึงไม่ประกาศเข้าข้างรัสเซียเต็มตัวในเรื่องนี้ เพียงออกแถลงการณ์เรียกร้องให้สหรัฐและรัสเซีย หาทางออกที่ไม่ทำให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงในระดับสากล
พอข้อเสนอให้ประณามการแยกตัวของไครเมียออกจากยูเครนเข้าไปสู่คณะมนตรีความมั่นคง รัสเซียใช้สิทธิวีโต้ จีนของดออกเสียง วางตัวเป็นกลางท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างสองยักษ์ใหญ่
งานนี้จีนอาจจะกลายเป็นตาอยู่ เป็นผู้ชนะโดยไม่ต้องสู้รบตบมือกับใครเลย
พอเกิดเรื่องกับสหรัฐ ปูติน ก็ส่งมือขวาชื่อ Igor Sechin ซึ่งเป็นผู้อำนวยการบริษัทน้ำมันใหญ่ที่สุดของรัสเซีย คือ Rosneft มาเอเชีย เพื่อประกาศว่า ถ้าสหรัฐและยุโรปโดดเดี่ยวรัสเซีย มอสโกก็จะหันมาทางตะวันออกเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ การเมือง และข้อตกลงด้านพลังงานแทน
ที่เป็นเป้าหมายหลักของปูติน ก็คือ การสร้างสัมพันธ์กับจีน เพื่อถ่วงดุลกับสหรัฐ
จึงไม่ต้องแปลกใจหาก ปูติน จะเร่งการเจรจาขายก๊าซธรรมชาติให้กับจีนอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ภายใต้เงื่อนไขผ่อนปรนเพื่อกระชับความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านยักษ์เพื่อคานอำนาจของมหาอำนาจแดนไกล
บริษัทก๊าซธรรมชาติยักษ์ของรัฐบาลรัสเซีย Gazprom เตรียมจะขายให้จีนปีละไม่น้อยกว่า 38,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2018 หรืออีกสี่ปีข้างหน้า โดยผ่านท่อก๊าซจากประเทศผลิตก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดของโลกถึงบ้านของประเทศบริโภคใหญ่ที่สุดในโลกเช่นกัน
แน่นอนว่า เมื่อรัสเซียเจอกับแรงกดดันจากสหรัฐและยุโรปอย่างนี้ จีนก็มีอำนาจต่อรองกับรัสเซียโดยเฉพาะเรื่องราคาที่ปักกิ่งต้องเรียกร้องให้เป็น “ราคามิตรภาพในยามยาก”
ยุโรปตะวันตก อาจจะไม่กร้าวต่อรัสเซียเท่ากับสหรัฐ เพราะยังต้องพึ่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานประมาณ 1 ใน 3 ของยุโรป ปีที่ผ่านมารัสเซียขายก๊าซธรรมชาติให้สหภาพยุโรปและตุรกี กว่า 162,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์
แต่ปีนี้ จีน จะแซงหน้าเยอรมนีเป็นครั้งแรก ในฐานะผู้ซื้อน้ำมันดิบใหญ่ที่สุดจากรัสเซีย อันเกิดจากการเจรจาของ Rosneft ที่วางท่อน้ำมันไปทางตะวันออกจากไซบีเรียตะวันออก ไปสู่มหาสมุทรแปซิฟิกด้านหนึ่ง และอีกด้านหนึ่งผ่านคาซัคสถาน
จีน ไม่ได้สนใจเฉพาะซื้อน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียเท่านั้น แต่ยังต้องการจะเข้าไปลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ผลิตพลังงาน และ สินค้าเกษตร
หากว่า รัสเซีย ถูกตะวันตกกดดันมากขึ้น ก็อาจจะต้องยอมให้จีนเข้าไปมีบทบาทในอุตสาหกรรมหลายประเภท ที่เคยห้ามต่างชาติเข้ามายุ่มย่ามมากนัก
ต้องไม่ลืมว่า จีน ได้เจรจาซื้อเครื่องบินรบ Sukhoi SU-35 จากรัสเซีย มาอย่างน้อยสามปีแล้ว เมื่อการเมืองเรื่องไครเมียร้อนแรงขึ้น รัสเซียอาจจะเร่งการเจรจาให้ตกลงกับปักกิ่งเร็วขึ้น เพื่อให้เกิดภาพของความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับจีน
เดิม โอบามา ต้องการจะแยกรัสเซียออกจากจีน ไม่ให้กลมเกลียวกันเกินไป เพราะว่าสหรัฐจะเสียโอกาส
แต่กรณี ไครเมีย อาจทำให้รัสเซียกับจีนคบหากันสนิทแน่นขึ้น เพื่อจะคานมะกันก็ได้...การเมือง เป็นเรื่องผลประโยชน์ของใครของมัน อย่างปฏิเสธไม่ได้...แน่นอน









