ปฏิรูปความคิดจิตใจด้วยการกลับไปอ่านธรรมบท

ปฏิรูปความคิดจิตใจด้วยการกลับไปอ่านธรรมบท

การปฏิวัติหรือการปฏิรูปทางเศรษฐกิจการเมืองไม่อาจทำสำเร็จได้ ถ้าไม่ปฏิวัติทางด้านการศึกษาและความคิดจิตสำนึกของคนให้เป็นคนดี

เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตนด้วย

ธรรมบท (Dhammapada) หรือหนทางแห่งธรรม คือ คติพจน์ฉบับคัดสรรของพระพุทธเจ้า เป็นหนังสือเล่มเล็กๆ ที่สรุปหลักธรรม หรือหลักการดำเนินชีวิต ด้วยสำนวนภาษาแบบบทร้อยกรองที่สละสลวย กระชับ ได้รับการยกย่องจากนักวิชาการด้านปรัชญาศาสนาเปรียบเทียบว่าเป็นวรรณกรรมปรัชญาศาสนาที่สำคัญของโลก เช่นเดียวกัน ภควคีตา, เต๋า เต ชิง, เทศนาบนภูเขา ฯลฯ

ธรรมบท มาจากพุทธวจนะ คำกล่าวแบบสั้นๆ ที่พระพุทธเจ้าได้กล่าวถึงแนวทางการดำเนินชีวิตต่อบุคคลต่างๆ ไว้ในโอกาสต่างๆ ต่อมาภิกษุสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ ได้รวบรวมถ้อยคำเหล่านี้มาทำสังคายนาและจัดหมวดหมู่ รวมเป็นบทร้อยกรองสั้นๆ 423 บท เป็นภาษาบาลี เป็นส่วนหนึ่งอยู่ในหนังสือคัมภีร์พระไตรปิฎก หลังจากนั้นได้มีการแปลเฉพาะเรื่องธรรมบทเป็นภาษาต่างๆ รวมทั้งภาษาอังกฤษและไทยหลายสำนวน ในเมืองไทยนิยมให้ผู้บวชเรียนใหม่ได้ศึกษาจากธรรมบทนี้ เพราะเป็นหนังสือที่สรุปเนื้อหาสำคัญของปรัชญาพุทธไว้ได้อย่างกะทัดรัด ครอบคลุม ชัดเจน และไพเราะ

สำนวนล่าสุดนี้ผมแปลเรียบเรียงขึ้นใหม่ เพราะเมื่อได้อ่านฉบับภาษาอังกฤษแล้วเห็นว่าเขาแปลได้ดีกว่าฉบับภาษาไทยเท่าที่มีคนทำมาก่อนหน้านี้ การแปลเรียบเรียงใช้วิธีเปรียบเทียบฉบับทั้งภาษาอังกฤษและไทยหลายสำนวน พยายามทำให้เป็นภาษาไทยแบบธรรมดาที่คนยุคปัจจุบันใช้กันหรือพอเข้าใจได้ง่าย พยายามทำให้กะทัดรัด ชัดเจน และไพเราะแบบกลอนเปล่าเท่าที่จะทำได้

จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์แสงดาว (www.saengdao.com) ใช้ชื่อว่า “ธรรมบท ทางหลุดพ้นจากบ่วงทุกข์” เป็นหนังสือฉบับกระเป๋า หนาแค่ 176 หน้า

หนังสือธรรมบทแบ่งเป็น 26 หมวด แต่ละหมวดมีคติเป็นข้อๆ แต่ละหัวข้อเป็นบทร้อยกรองสั้นๆ 2-5 บรรทัด ราว 20 บท เริ่มจากหมวด 1 คติธรรมคู่ ซึ่งกล่าวในเชิงเปรียบเทียบ เช่นระหว่างการพูดและทำด้วยใจที่บริสุทธิ์ผ่องใสและไม่บริสุทธิ์ผ่องใส การยึดมั่นและการปล่อยวาง การเกลียดชังกับการเลิกจองเวร ฯลฯ

คติที่ 1 กล่าวถึงเรื่อง ใจ คำอธิบายของพระพุทธเจ้าในเรื่องธรรมชาติของจิตใจและวิธีการดูแลเป็นความจริงทางวิทยาศาสตร์ที่นักจิตวิทยา นักวิทยาศาสตร์ยุคปัจจุบันยอมรับ

“ใจอยู่เหนือสภาวะทางความคิด/อารมณ์ ทุกอย่างของคน ใจคือหัวหน้า เป็นผู้กำหนดสภาวะทางความคิด/อารมณ์ทุกอย่าง ถ้าคนพูดและทำด้วยใจที่ไม่บริสุทธิ์ผ่องใส ทุกข์จะติดตามตัวเขาไป เหมือนล้อเกวียนที่หมุนตามวัวลากเกวียน”

หมวด 2 ความไม่ประมาท แง่คิดเกี่ยวกับความมีสติ ไม่หลง ยึดมั่นถือหมั่นว่านี่เป็นตัวตนหรือของตน “ความไม่ประมาท คือหนทางไปสู่การหลุดพ้นจากบ่วงกรรม ความประมาทคือหนทางไปสู่ความตาย คนที่มีสติเป็นเครื่องกำกับ คือคนที่จะหลุดพ้น คนประมาทคือคนที่ตายไปแล้ว”

หมวด 3 จิต อธิบายเรื่องธรรมชาติของจิตใจ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ที่มีอิทธิพลต่อมมนุษย์ เช่น

บทที่ 36 “จิตเป็นสิ่งที่ยากจะหยั่งถึง อ่อนไหว ฉวยจับทุกสิ่งที่ปรารถนา คนที่มีจิตตั้งมั่น จะดูแลจิตของเขาได้ดี จิตที่ได้รับการดูแลอย่างดีจะนำความสุขมาให้”

หมวด 4 ดอกไม้ เปรียบเทียบธรรมชาติกับปรัชญาในการดำเนินชีวิต เพื่อแสวงหาสัจธรรม ก้าวข้ามพ้นจากบ่วงทุกข์ หมวด 5 คนโง่ คนพาล หมวด 6 คนฉลาด บัณฑิต เปรียบเทียบคนที่โง่และฉลาด ในทางที่จะไม่เข้าใจหรือเข้าใจธรรม

ในหมวดนี้มีคติที่น่าเตือนสติคนไทยยุคที่ชอบแบ่งเป็น 2 ขั้วสุดโต่งยุคนี้ได้ดี คือ

คติที่ 6 “คนที่ชอบทะเลาะขัดแย้งกับคนอื่นนั้น ไม่ตระหนักว่า ถึงวันหนึ่งเราทุกคนจะต้องตายจากโลกนี้ไป คนที่ตระหนักในเรื่องนี้ จะปรองดองความขัดแย้งของพวกเขาได้”

หมวดที่ 13 โลก กล่าวถึงความเป็นอนิจจังของสังขาร การพิจารณาตนเอง เช่นคติที่ 177 “คนตระหนี่ยากที่จะไปสวรรค์ คนโง่ยากที่จะสรรเสริญความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แต่คนฉลาดยินดีในการให้ และด้วยสิ่งนี้สิ่งเดียว จะทำให้เขามีความสุขในภายหลัง”

หมวด 15 ความสุข อธิบายเรื่องความสุขในทางธรรม เรื่องการปล่อยวาง ไม่ยึดติดทางโลก เช่นคติที่ 201 “ชัยชนะก่อให้เกิดความเป็นศัตรู คนที่แพ้มักจะอยู่อย่างเจ็บปวด หากเราต้องตัดทิ้งเรื่องเอาชนะและแพ้ออกไป เราจะมีชีวิตที่สันติสุข”

หมวด 16 ความรัก คติที่ 212 “การยึดติดกับสิ่งที่รักนำไปสู่การสูญเสีย คนที่ไม่ยึดติดกับสิ่งที่รักแบบเป็นเจ้าของ ย่อมไม่มีความโศกเศร้า และไม่มีความกลัว”

นี่เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนเท่านั้น หนังสือเล่มเล็กๆ ที่อ่านเข้าใจได้ไม่ยากเล่มนี้ มีคุณค่าที่ทุกคนควรจะได้อ่านทั้งเล่ม และควรได้อ่านอย่างช้าๆ มากกว่าหนึ่งครั้ง ผู้อ่านจะได้รับรู้รสทั้งเนื้อหาและความงามของหลักปรัชญาพุทธธรรมอย่างซึมซับได้มากขึ้น เหมือนอย่างที่ท่านภิกขุโพธิ์ (Bhikkhu Bodhi) เขียนคำนำไว้ในฉบับภาษาอังกฤษฉบับหนึ่งว่า หากใครได้อ่านธรรมบทอย่างใคร่ครวญ ไตร่ตรองแล้ว จะทำให้ “ชีวิตของเขาพบกับความหมายใหม่ และมีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน ถ่ายทอดความหวังและแรงบันดาลใจ ค่อยๆ นำทางเขาไปสู่เสรีภาพ และความสุขที่ยิ่งใหญ่กว่าสิ่งอื่นใดในโลกนี้จะให้ได้”