‘8 เส้นดาย’ ช่วยคนไร้เส้นสาย เชื่อมช่องโหว่ ‘ระบบสาธารณสุข’

4 ปี “เส้นด้าย” จากกลุ่มอาสาโควิดสู่การสร้าง "ระบบนิเวศการช่วยเหลือ" ผ่าน 8 โครงการ มุ่งเป้าดูแลกลุ่มเปราะบาง คนเล็กๆที่ไร้เส้นสาย เชื่อมร้อยกับภาครัฐช่วยอุดช่องว่างระบบสาธารณสุข
KEY
POINTS
- มูลนิธิเส้นด้ายเกิดจากกลุ่มอาสาช่วงโควิด-19 มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือกลุ่มคนเปราะบางที่ไม่มีเส้นสายให้เข้าถึงบริการ และช่วยอุดช่องโหว่ของระบบสาธารณสุข
- ดำเนินงานผ่าน 8 โครงการหลักที่สร้างระบบนิเวศการช่วยเหลือแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งด้านสุขภาพ การเดินทาง สิทธิขั้นพื้นฐาน และอาชีพ
- มีบริการที่สำคัญ เช่น "รถเส้นด้าย" รับ-ส่งผู้ป่วยฟรี, "ยืมได้" ธนาคารอุปกรณ์การแพทย์, "ด้ายสิทธิ" ช่วยเหลือคนไม่มีบัตรประชาชน และ "ด้ายอาชีพ" สร้างงานให้ผู้ดูแล
4 ปี “เส้นด้าย” จากกลุ่มอาสาโควิดสู่การสร้าง "ระบบนิเวศการช่วยเหลือ" ผ่าน 8 โครงการ มุ่งเป้าดูแลกลุ่มเปราะบาง คนเล็กๆที่ไร้เส้นสาย เชื่อมร้อยกับภาครัฐช่วยอุดช่องว่างระบบสาธารณสุข
จากจุดเริ่มต้นที่เป็นเพียงกลุ่มคนเล็กๆ ที่รวมตัวกันในช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อช่วยเหลือประชาชนทั่วไปที่ไม่มี "เส้นสาย" ลดความเหลื่อมล้ำ ให้สามารถเข้าถึงบริการดูแลรักษาได้ในช่วงที่ระบบสาธารณสุขกำลังเผชิญภาวะวิกฤติ
จนกระทั่งภารกิจโควิดสิ้นสุดลง เสียงเรียกร้องจากสังคมที่ไม่อยากให้พวกเขาหายไป กลายเป็นแรงผลักดันให้มีการจดทะเบียนเป็น “มูลนิธิเส้นด้าย” เพื่อสานต่อภารกิจช่วยเหลือสังคมในมิติที่กว้างขึ้น กลายเป็นที่รู้จักของสังคมในฐานะที่พึ่งสำคัญของกลุ่มคนเปราะบาง กลุ่มคนเล็กๆที่ไม่มีเส้นสาย
การเติบโตขึ้นของ “เส้นด้าย”มาพร้อมกับการขยายขอบข่ายการช่วยเหลือที่ไม่ได้หยุดอยู่เฉพาะเรื่อง “เจ็บป่วยทางกาย”เท่านั้น แต่การทำงานของเส้นด้ายให้ความสำคัญกับการประเมินสุขภาวะแบบองค์รวมตามหลักการขององค์การอนามัยโลก หรือฮู (WHO) ประกอบด้วย 4 เสาหลัก ได้แก่ กาย ใจ สังคม และจิตวิญญาณ
โดยมูลนิธิฯได้เพิ่มเสาที่ 5 ผนวกเข้าไปด้วย คือ ด้านการเงิน เพื่อประเมินความสามารถในการพึ่งพาตนเองของผู้ป่วย นำมาสู่การดำเนินงาน “8 โครงการหลัก” เปรียบเสมือน “ 8 เส้นด้าย” ที่ครอบคลุม “ระบบนิเวศการช่วยเหลือคน”
รถเส้นด้าย รับส่งฟรี
“วีณา วราโชติเศรษฐ์” ประธานกรรมการมูลนิธิเส้นด้าย และ “กนกพร สัตตบุศย์” Head of Communication & Partnership ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ”ว่า โครงการที่เป็นหัวใจสำคัญที่เส้นด้ายดำเนินการอยู่และต่อเนื่องมี 8 โครงการ ประกอบด้วย
1.) "รถเส้นด้าย" ซึ่งเป็นการให้บริการรถรับ-ส่งฟรี สำหรับผู้ป่วยที่ไม่ใช่กรณีฉุกเฉินในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะกลุ่มคนเปราะบางที่มีนัดพบแพทย์ แต่ไม่มีทุนทรัพย์ในการเดินทาง ทั้งกลุ่มผู้สูงอายุ60 ปีขึ้นไป ,ผู้ถือบัตรผู้พิการและผู้ที่มีความลำบาก
โครงการนี้ได้รับความร่วมมือกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 13 กรุงเทพมหานคร (สปสช. เขต 13) ดำเนินการนำร่องในปี 2568 โดยเบื้องต้นกำหนด 5,000 คน ให้สิทธิ 3 ครั้งต่อคนต่อปีครอบคลุมทุกสิทธิการรักษาพยาบาล พบว่า มีการเรียกใช้รถครบตามสิทธิที่สปสช.ให้ 15,000 ครั้งตามสิทธิ แต่มูลนิธให้บริการจริงไป 16,000-17,000 ครั้งง
เมื่อระยะแรกนับว่าประสบความสำเร็จ มูลนิธิฯจึงได้ร่วมมือกับสปสช.ต่อในปีที่ 2 ตั้งแต่ พ.ย.2568- ต.ค.2569 โดยขยายสิทธิเป็น 22 ครั้งต่อคนต่อปี และยังขยายขอบเขตให้ครอบคลุมถึงคลินิกปฐมภูมิและศูนย์ล้างไต ไม่เฉพาะการไปรพ.เท่านั้น ปัจจุบันมีรถแท็กซี่และรถของโบลท์ (Bolt) ให้บริการกว่า 100 คัน สามารถใช้ใบนัดพบแพทย์จองรถได้ล่วงหน้า 1-90 วัน รวมถึง รถพยาบาลของมูลนิธิ 4 คัน จองล่วงหน้าอย่างน้อย 5-90 วัน
อีกทั้ง มีการขยายผลไปยังพื้นที่อื่น เช่น ตำบลเสม็ด จังหวัดชลบุรี เพื่อเป็นโมเดลให้ท้องถิ่นอื่น ๆ เห็นถึงความสำคัญและลุกขึ้นมาจัดสวัสดิการนี้ให้กับประชาชนของตนเอง โดยหวาดหวังให้เกิดขึ้นครอบคลุมทั่วประเทศ
“แม้การรักษาจะฟรี แต่ค่ารถมักเป็นอุปสรรคใหญ่จนผู้ป่วยบางคนต้องโกหกลูกหลานว่าแพทย์ไม่นัดเพื่อประหยัดเงิน ซึ่งการมีรถเส้นด้ายรับส่งฟรี ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ป่วยที่ต้องเดินทางไปรักษาต่อเนื่องได้เป็นอย่างดี ขณะที่คนขับก็ผ่านการอบรมในเรื่องการช่วยเหลือผู้ป่วยเบื้องต้น และการดูแลจิตใจด้วย”
“ยืมได้” อุปกรณ์ทางการแพทย์
2.) “ยืมได้” เป็นธนาคารอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อสร้างระบบนิเวศที่ช่วยให้ผู้ป่วยอยู่รอดได้ แม้จะกลับไปอยู่ที่บ้านแล้ว โครงการนี้เปิดให้ยืมอุปกรณ์ทางการแพทย์ฟรีทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเตียงไฟฟ้า เครื่องผลิตออกซิเจน เตียงลมสำหรับผู้ป่วยติดเตียง รถเข็นผู้ป่วย และอื่นๆ โดยไม่มีกำหนดระยะเวลาคืนจนกว่าผู้ป่วยจะหายหรือเสียชีวิต
อุปกรณ์เหล่านี้ได้รับบริจาคมาจากทั้งคนไทยและต่างประเทศ ซึ่งทางมูลนิธิฯจะประสานความร่วมกับสถาบันอาชีวะในจ.ราชบุรี เพื่อส่งอุปกรณ์ที่ชำรุดไปซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานได้ใหม่ เป็นการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุด โดยมีการจัดทำ "แพลตฟอร์มยืมได้"ที่รวบรวมภาคีที่ทำเรื่องธนาคารอุปกรณ์ทางการแพทย์ทั่วประเทศ
“แคร์กิเวอร์”สร้างอาชีพญาติ-นักเรียนหลุดระบบ
3.)"อาสาเส้นด้าย" จิตอาสาดูแลผู้ป่วยที่บ้าน และ 4.“ด้ายอาชีพ” ให้ความสำคัญกับสอนอาชีพ เพื่อให้ผู้ป่วยและกลุ่มคนเปราะบาง เช่น กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ และแม่เลี้ยงเดี่ยว สามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว ไม่ใช่เพียงแค่การช่วยเหลือแบบชั่วคราวแล้วจบไป ผ่านกิจกรรมหลากหลายประเภท
อาทิ การทำผ้ามัดย้อมของชุมชนปิ่นเจริญ การทำสินค้าหัตถกรรมจากผู้พิการ หรือโครงการการเกษตรรายย่อย ยังรวมถึงการหาตลาดและสถานที่จัดจำหน่าย ให้กับสินค้าเพื่อให้มีความยั่งยืนด้วย
ในปีนี้จะนำโครงการอาสาเส้นด้ายผสานกับโครงการด้ายอาชีพ เพื่อพัฒนาอาชีพ "แคร์กิเวอร์" (Caregiver) หรือผู้ดูแลผู้ป่วยมืออาชีพ หัวใจสำคัญของโครงการนี้ คือ การนำ "ญาติ" ที่ต้องลาออกมาดูแลผู้ป่วยที่บ้านจนขาดรายได้ ให้กลายเป็นผู้ดูแลที่มีทักษะและได้รับค่าตอบแทน ซึ่งมูลนิธิได้ร่วมมือกับสปสช. เพื่อผลักดันให้เกิดการจ้างงาน
ผู้ที่ผ่านการอบรมตามหลักสูตรของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) 70-80 ชั่วโมง และได้รับใบรับรองจากกรมอนามัย จะได้รับเงินสนับสนุนประมาณ 5,000 - 6,000 บาทต่อเดือน กลุ่มเป้าหมายนอกจากจะเป็นญาติผู้ดูแลแล้ว ยังรวมถึง กลุ่มเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา (Drop-out) เพื่อมอบวิชาชีพติดตัวให้สามารถดูแลคนในชุมชนหรือเพื่อนบ้านต่อไปได้
“รถยาเส้นด้าย”
5.) งานช่วยเหลือภัยพิบัติ เป็นศูนย์ประสานงานช่วยเหลือด้านสาธารณสุข ในช่วงที่เกิดน้ำท่วมหาดใหญ่ ได้แพ็คยาไปแจกให้กับผู้ประสบภัยแต่เกิดการเวียนรับยาทั้งที่ยาเก่ายังไม่หมด มูลนิธิจึงได้ปรับรูปแบบเป็น “รถยาเส้นด้าย” คล้ายรถฟู้ดทรัค ลงไปในพื้นที่เพื่อแจกยาให้กับผู้ป่วยจริงโดยให้ตรงกับอาการที่ป่วย เช่น โรคฉี่หนู โดยจะปรึกษาแพทย์ผ่านระบบเทเลเมดิซีน และล่าสุดมีพยาบาลมาประจำรถยาด้วย และได้ไปบริการต่อที่จ.สุรินทร์ที่ประสบสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน
6.) ด้ายความรู้ เน้นการฝึกอบรมในลักษณะ Train the Trainer โดยไม่ได้สอนแค่เยาวชน แต่รวมถึงการสอนจิตอาสา คนขับรถสาธารณะ (แท็กซี่และ Bolt) เพื่อให้สามารถไปถ่ายทอดความรู้ต่อได้ ทั้งการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการทำ CPR หรือการฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน,เทคนิคการทำ กายภาพบำบัด , การดูแลด้านจิตใจให้มีความเข้าใจความรู้สึกของผู้ป่วย มีความใจเย็น และรู้วิธีจัดการกับอารมณ์ของตนเองเพื่อไม่ให้หงุดหงิดใส่ผู้ป่วย,
7.) ด้ายสิทธิ เกิดขึ้นจากการที่มูลนิธิพบว่ายังมีคนจำนวนมาก รวมถึงคนไทยแท้ ๆ ที่ เสียสิทธิหลายอย่างเพราะ “ไม่มีบัตรประชาชน” ซึ่งอาจเกิดจากปัญหาครอบครัวในอดีต เช่น พ่อแม่แยกทางกัน หรือบางคนไม่เคยรู้สึกว่าบัตรประชาชนจำเป็น จนกระทั่งอายุมากขึ้นและเริ่มเจ็บป่วย โดยบางคนถูกส่งตัวไปมาเพื่อหาหลักฐานตามภูมิลำเนาเดิม จนเกิดความล้มเลิกในการตามหาสิทธิ เส้นด้ายเข้ามาช่วยในส่วนนี้เพื่อลดภาระและทำให้คนกลุ่มนี้เข้าสู่ระบบการรักษาได้เร็วขึ้น
“แม้แต่บางรายที่จำเป็นต้องตรวจ DNA เพื่อยืนยันตัวตนในการรับสัญชาติไทย ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ประมาณ 30,000 บาทต่อคน ก็มีการดำเนินการ จนได้รับบัตรประชาชนและเข้าถึงสิทธิการรักษาได้เป็นครั้งแรกในชีวิต”
และ 8.) อยู่ด้าย ที่เข้าไปปรับปรุงสภาพแวดล้อมในบ้าน เช่น การทำราวจับหรือซ่อมแซมทางเดิน เพื่อลดความเสี่ยงในการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง โดยมูลนิธิฯสนับสนุนค่าใช้จ่ายไปก่อนแล้วนำเบิกกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) หลังละ 40,000 บาท เพราะหากรอให้ชาวบ้านได้รับเงินซ่อมแซมบ้านมาก่อนจะล่าช้าและเลิกที่จะปรับปรุง
ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการรับบริการและรับความช่วยเหลือในโครงการต่างๆ สามารถZติดต่อได้ที่ สายด่วนสปสช.1330 , ไลน์ @zendai และโทร 02-096-5000 กด 2
การทำงานของ “มูลนิธิเส้นด้าย” ก็เหมือนกับเส้นใยเล็ก ๆ ที่เข้าไปเชื่อมต่อจุดที่ขาดหายของระบบสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเดินทาง อุปกรณ์ หรือแม้แต่สิทธิขั้นพื้นฐาน เพื่อไม่ให้มีใครเข้าไม่ถึงการบริการเพียงเพราะ “ไม่มีเส้น”







