"รบไป-เจรจาไป"

คือสถานการณ์การเมืองที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้
0 แต่ปรากฏการณ์ความรุนแรงที่ทวีมากขึ้นทุกที เกิดจาก จังหวะการเจรจา สะดุด จนถึงขึ้น "หยุดลง" และเริ่มมีสัญญาณไปต่อไม่ได้
0 การข่าวจาก "พรรคการเมืองใหญ่" อธิบายฉากความรุนแรงที่เกิดขึ้นว่า สาเหตุมาจาก "การเจรจาไม่ประสบความสำเร็จ" คนนอกประเทศ จึงต้องตัดสินใจเล่น "เกมแรง" ลุยกระชับพื้นที่ฝ่ายตรงข้าม ทั้งกปปส. และองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง ชนิดที่เรียกว่า รบทั้ง "บนดิน-ใต้ดิน" เป็นไงเป็นกัน
0 ขณะเดียวกันก็ "ไฟเขียว" เปิดเกมรุกกลับ ด้วยการใช้ "มวลชน" ในพื้นที่ฐานเสียง ออกมาวัดพลังกับ "มวลชน" ฝ่ายตรงข้าม
0 ส่วนอีกมุมหนึ่ง ก็มีความพยายาม "จัดตั้ง" กลุ่มคนเพื่อไปสวมชื่อของ "องค์กรทหารแก่" ออกมาเคลื่อนไหว ในลักษณะแนวร่วม ทั้งที่องค์กรที่ว่านี้ มีแต่ "ผู้เฒ่า" ที่ไม่มีเป้าหมายทางการเมืองใดๆ แล้ว
0 แต่ที่น่าคิดคือ การสวมชื่อองค์กรทหารแก่ที่ว่านี้ออกมาเคลื่อนไหว ใครๆ ก็เคยใช้บริการได้ ขนาด "ซัดดัมอีสาน" อดีต ส.ส.พรรคใหญ่ ที่ผันตัว ย้ายขั้วมาเป็นแนวร่วมฝ่ายตรงข้าม ก็ยังเคยดึงกลุ่มทหารแก่ไปร่วมเคลื่อนไหวทางการเมืองเมื่อครั้ง ร่วมรบกับ "เสื้อเหลือง" มาแล้ว
0 ข้อมูลจากค่ายใหญ่ ยังระบุด้วยว่า เมื่อคนต่างประเทศตัดสินใจ "กดปุ่ม" เข้าสู่ "โหมดรบ" สมาชิกบางส่วนที่เสนอตัวรออยู่แล้ว ก็รับลูกทันที
0 ดูได้จาก "ว่าที่ผู้แทนอีสาน" ที่เคลื่อนไหวมาระยะหนึ่งแล้ว ได้ระดมคนมาจากจังหวัดต่างๆ เพื่อเตรียมออกมาไล่บี้องค์กรอิสระ โดยเฉพาะ กกต. ป.ป.ช. ศาล ที่เชื่อว่าถือหางฝ่ายตรงข้าม
0 เรื่องที่ว่านี้ มีการขอความร่วมมือกันระหว่าง "ว่าที่ผู้แทน"ในพรรค เพื่อจัดกิจกรรม "ลั่นกลองรบ" ของมวลชนในอีสาน โดยขอเรี่ยไรค่าใช้จ่ายจาก "ว่าที่ผู้แทน" เพื่อใช้ระดมกองทัพประชาชนไปรบกับ ม็อบ กปปส. โดยบอกเป้าหมายว่า "จะไม่นอนรอความตายมาถึง ถ้าอยู่อย่างนี้ ป.ป.ช.ฟันแน่ ทุกอย่างจะเจ๊งหมด"
0 คน "วงใน" ค่ายใหญ่ อ่านความคิด คนต่างประเทศว่า การเดินเกมแรง เพื่อบีบให้เจรจา ชนิดอะไรจะเกิด ก็ต้องเกิดนี้ โดยสิ่งที่ต้องการ คือ "คดีเก่าของตัวเองต้องจบ" แต่ไม่ถึงกับต้องเป็น กฎหมายนิรโทษกรรม และสิ่งที่วิตกมากในเวลานี้ คือ "คดีความของน้องสาว ในช่วง 2 ปี ไม่เอาได้ไหม" รวมทั้งความเป็นห่วง "ธุรกิจของครอบครัวและเครือญาติ" ในเมืองไทย เงื่อนไขทั้งหมดนี้ หากเจรจาลงตัวเมื่อไหร่ ก็พร้อมจะหยุดทันที
0 แต่ท่าทีของฝั่ง กปปส.ไม่เชื่อคำพูดคนต่างประเทศอีกต่อไป เพราะเหตุการณ์ในอดีต ก่อนรัฐประหารปี 2549 ก็มีเงื่อนไขให้หยุดเล่นการเมือง แต่ในที่สุดก็ยังกลับมาเล่นอีก
0 เมื่อ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" กำนันของ กปปส. รู้จุดอ่อนที่ว่านี้ จึงลุย เล่นงาน "นายกฯยิ่งลักษณ์" และ "ธุรกิจของตระกูลชินวัตร" อย่างหนัก
0 ขณะเดียวกัน "ผู้มีอำนาจเหนือสุเทพ" ที่ต้องการถอนรากถอนโคนระบอบทักษิณ ก็ปิดประตูเจรจา เพราะเชื่อว่าอยู่ในสถานการณ์ได้เปรียบ ที่มีลุ้นสถานการณ์ "ตุลาการภิวัฒน์"
0 ที่สำคัญ "ตัวเล่น" ฝั่ง กปปส.มีเยอะ ทุนยังเยอะ ข้าราชการที่อยู่ฝั่งนี้ก็ไม่น้อย ทั้งทหาร ตำรวจ แม้แต่ ผบ.ตร.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ระยะหลังมานี้ ก็ปรึกษาหารือใกล้ชิดกับ บิ๊ก ทบ.แล้วจับมือกัน "ปฏิเสธใบสั่งการเมือง" แต่ขอยึดหลักกฎหมาย
0 มาถึงนาทีนี้ "คนวงใน" ยังประเมินสถานการณ์ด้วยว่า หากคนต่างประเทศ เลือกใช้วิธีนอกกฎหมายมากกว่า แล้วยังตั้งเงื่อนไขจะกลับมาสู้อย่างนี้ จะยิ่งทำให้อีกฝ่ายไม่ยอมเจรจา และโอกาสที่ กปปส.จะชนะ ยิ่งมีสูงถึง 80%
0 ประมวลข้อมูลดิบๆ ที่ว่านี้ ...ถ้าเป็นจริงทุกประการ ตอนอวสานของสองขั้วนี้ คงเป็นจุดเริ่มต้นหายนะของประเทศไทย!







