วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แก้ปัญหาให้กระดูกสันหลังของชาติ

ณ จุดนี้ สถานการณ์ในประเทศไทย ยังคงหาจุดที่ลงตัวและนำไปสู่ความสงบไม่ได้ แถมทำท่าจะระอุมากขึ้นไปอีก

โดยกลุ่มเครือข่ายชาวนาไทย ยังคงรวมตัวกันอยู่ภายในกระทรวงพาณิชย์ และจะดำเนินการเช่นนี้ต่อไป หากยังไม่ได้รับคำตอบจากรัฐบาล ในเรื่องการรับจำนำข้าวของชาวนา ที่กำลังได้รับความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้ ขณะเดียวกัน ก็มีข่าวว่าชาวนาจากภาคกลางและภาคเหนือตอนล่างจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ โดยจะเข้าสมทบกับเครือข่ายชาวนาที่ปักหลักบริเวณกระทรวงพาณิชย์ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลจ่ายเงินจำนำข้าวในโครงการรัฐบาล

การเคลื่อนไหวของชาวนาในภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางนั้น นัดรวมตัวกันที่จังหวัดนครสวรรค์ โดยชาวนาจากทางภาคเหนือตอนล่าง ทั้งจากจังหวัดน่าน สุโขทัย พิจิตร และกำแพงเพชร จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ โดยนัดรวมตัวที่จะเดินทางพร้อมกับผู้ชุมนุมจากนครสวรรค์ เพื่อกดดันรัฐบาลให้จ่ายเงินโครงการรับจำนำข้าว คาดว่าจะมีชาวนาที่เดินทางเข้ากรุงเทพฯ กว่า 10,000 คน ขบวนของกลุ่มเกษตรกรชาวนาจากจังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี นครสวรรค์ ลพบุรี และจังหวัดข้างเคียงรวม 8 จังหวัด ซึ่งเดินทางกันมาเป็นขบวนยาวเหยียดด้วยรถไถและรถอีแต๋นกันตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ และได้แวะพักค้างแรมกันบนถนนสายเอเซีย นับเป็นภาพที่มีให้เห็นไม่บ่อยครั้งนัก

ปัญหาของชาวนาไทยมีขึ้น ขณะที่ความวุ่นวายทางการเมืองของไทยก็ยังหาทางออกไม่ได้ ซึ่งสถานการณ์ทางการเมืองที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือน เสี่ยงที่จะก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้างมากขึ้น โดยในส่วนของธุรกิจท่องเที่ยวนั้น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการปรับสมมติฐานผลกระทบของการท่องเที่ยว จากภาวะการเมืองที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติ โดยคาดการณ์ว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อถึงเดือนเมษายน และมีความรุนแรงต่อเนื่อง ในช่วง 2 ไตรมาสแรกของปีนี้ การท่องเที่ยวจะเสียโอกาสในการนำนักท่องเที่ยวเข้ามา 9 แสนคน หรือคิดเป็นรายได้ราว 9 หมื่นล้านบาท ซึ่งผลกระทบต่อส่วนใหญ่ที่จะเป็นนักท่องเที่ยวประเภทกรุ๊ปทัวร์ที่มีสัดส่วนอยู่ราว 30-35%

ขณะที่ในด้านเศรษฐกิจนั้น นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. กล่าวว่า ธปท.ไม่รู้สึกวิตกเกี่ยวกับกระแสเงินทุนไหลออก ที่เกิดจากการปรับลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณของธนาคารกลางสหรัฐ ที่เริ่มปรับลดการเข้าซื้อพันธบัตรมาตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยมองว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่มากนัก เพราะว่าเศรษฐกิจโดยรวมของไทยมีความสมดุล นายประสาร กล่าวว่า รู้สึกวิตกมากกว่ากับภาวะชะลอตัวของการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ เนื่องจากสถานการณ์วุ่นวายทางการเมือง

ปัญหาที่รุมเร้าอยู่ในหลายด้านนั้น กำลังรอการแก้ไขจากผู้รับผิดชอบ เพราะหากว่ายิ่งปล่อยให้ปัญหาในด้านต่างๆ ลุกลามออกไปมากขึ้นเท่าไร ผลกระทบหรือความเสียหายก็จะมีมากขึ้นไปด้วยเท่านั้น และการตามแก้ในภายหลัง อาจเสียเวลา และเสียสิ่งอื่นๆ มากเป็นเงาตามตัว การลงมือแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างจริงจัง เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในขณะนี้ รวมถึงกรณีของชาวนา ที่ถือว่าเป็นกระดูกสันหลังของประเทศมาตั้งแต่ไหนแต่ไร