วันนี้เป็นวันหยุดของท่านผู้อ่านหลายท่าน ผมจึงขอนำเสนอเรื่องเบาๆ ทว่าน่าสนใจมาก
เมื่อปีที่แล้ว ผมได้มีโอกาสไปทำความรู้จักกับกลุ่มสหกรณ์ที่มีชื่อว่า มอนดรากอน ซึ่งตั้งอยู่ในแคว้นบาค ของสเปน ในมุมมองของผม มอนดรากอนน่าจะถือได้ว่าเป็นกลุ่มสหกรณ์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก ขณะนี้มีสมาชิกราว 80,000 คนทำงานอยู่ในเครือข่ายธุรกิจของสหกรณ์ 280 แห่ง มียอดขายกว่า 1.4 หมื่นล้านยูโร และมีศูนย์การผลิตอยู่ 100 แห่งทั่วโลก
สหกรณ์มอนดรากอนดำเนินกิจกรรมเกี่ยวข้องกับ 4 เซกเตอร์หลัก ได้แก่ การเงิน อุตสาหกรรม ค้าปลีก และ การศึกษา โดยอุตสาหกรรมก่อสร้าง เครื่องจักรกล และรถยนต์เป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุด หากมองเผินๆ อาจจะคิดว่าสหกรณ์เหมือนเป็นบริษัทที่เติบโตจากการเทคโอเวอร์ของผู้ประกอบการ ทว่าในความเป็นจริงแล้ว มาจากการสร้างกิจการแบบสหกรณ์ที่จะกล่าวต่อไป แต่ก่อนอื่นมาดูความสำเร็จของมอนดรากอนในเวทีโลกเสียก่อน
โมเดลของสหกรณ์มอนดรากอน สามารถกวาดรางวัลระดับโลกเป็นว่าเล่น ไม่ว่าจะเป็นรางวัลนวัตกรรมด้านการบริหารสำหรับ 1 ใน 10 สุดยอดเรื่องราวของทุนนิยมที่ยั่งยืนซึ่งสนับสนุนโดย Harvard Business Review/McKinsey จากการที่มีความเป็นเจ้าของร่วมกันของสมาชิกสหกรณ์ผ่านโครงข่ายที่มีความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงมีการสื่อสารระหว่างสมาชิกได้ทั่วถึงกันทั้งองค์กร หรือจะเป็นรางวัลความกล้าหาญในเชิงธุรกิจ (Boldness in Business) ของหนังสือพิมพ์ Financial Times ในปี 2012 ซึ่งชื่นชมมอนดรากอนว่าเป็นสหกรณ์ที่มีโมเดลเสมือนมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการทำงานร่วมกัน ความสามัคคี และมีความน้ำใจระหว่างกันในที่ทำงาน โดยผู้ได้รางวัลในปี 2009 ได้แก่ Fiat ปี 2010 ได้แก่ Apple และ ปี 2011 ได้แก่ Amazon
สำหรับปรัชญาของมอนดรากอนนั้น คือการมุ่งมั่นที่จะรักษาสิ่งแวดล้อม พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความพึงพอใจต่อลูกค้าเพื่อที่จะสร้างความมั่งคั่งให้กับสังคม ผ่านการพัฒนาทางธุรกิจและการสร้างการจ้างงานแบบเป็นเจ้าของร่วมกันตามแนวทางของสหกรณ์ อันประกอบด้วย
หนึ่ง ตั้งบนพื้นฐานของการยึดมั่นอย่างมั่นคงต่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และ ใช้วิธีทางประชาธิปไตยสำหรับการบริหารจัดการองค์กร
สอง ส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมของสมาชิกสหกรณ์ในการบริหารจัดการเพื่อให้เกิดผลประโยชน์และความเป็นเจ้าของร่วมกันของหน่วยงาน รวมถึงให้มีการพัฒนาโครงการเพื่อให้สังคมมีความเป็นอันหนึ่งเดียวกัน
สาม ส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมและนวัตกรรมผ่านการพัฒนาความชำนาญของบุคลากรและเทคโนโลยี
หลักการเบื้องต้นของสหกรณ์มอนดรากอน ประกอบด้วย การศึกษา ความมีอิสระของแรงงาน การมีส่วนร่วมในการบริหาร ค่าแรงที่สมเหตุสมผล ความเพียงพอและเหมาะสมของทุน องค์กรแบบประชาธิปไตย การเปิดกว้าง การเปลี่ยนแปลงเชิงสังคม และการมีส่วนร่วมระหว่างกัน จากคำบรรยายในงานการรับรางวัลจากเวที Harvard Business Review/McKinsey ได้กล่าวไว้ว่า "การศึกษา" ช่วยให้เกิดการลงทุนในการพัฒนาบุคลากรอย่างมากมายและช่วยปลูกฝังหลักการของการอยู่ร่วมกันของสหกรณ์ในเครือข่ายทั้งหมดของมอนดรากอน ส่วน "ความมีอิสระของแรงงาน" ช่วยให้สมาชิกที่ทำงานสามารถแบ่งปันหน้าที่และความรับผิดชอบอย่างเหมาะสม และ "ค่าแรงที่สมเหตุสมผล" ช่วยให้ค่าจ้างของผู้ที่มีรายได้สูงสุดและต่ำสุดไม่แตกต่างกันมากเกินไป โดยผู้ที่รายได้ต่ำสุดต่อสูงสุดอยู่ที่อัตรา 1 ต่อ 6
นอกจากนี้ มอนดรากอนยังใช้กลยุทธ์ที่น่าสนใจ ดังนี้ กลยุทธ์แรก ได้แก่การมีส่วนร่วมแบบประชาธิปไตย จะช่วยสร้างการมีความร่วมมือกันแบบมีคุณภาพ สำหรับมอนดรากอนมีตัวอย่างที่น่าสนใจในการแสดงให้เห็นสิ่งดังกล่าว อาทิ หากสมาชิกท่านใดมิได้เข้าร่วมประชุมใหญ่ ก็จะไม่มีสิทธิ์ที่จะออกเสียงโหวตในการประชุมครั้งต่อไป แม้จะดูค่อนข้างเข้มงวด อย่างไรก็ดี สมาชิกสามารถโหวตแบบไม่นับเป็นเสียงได้เช่นกัน นโยบายดังกล่าวจะช่วยสร้างแรงจูงใจให้สมาชิกทุกท่านพยายามที่จะโหวตแม้จะมิได้เข้าประชุม
กลยุทธ์ที่สอง สำหรับมอนดรากอน ภายในสหกรณ์แต่ละแห่ง นอกจากมีการประชุมใหญ่แล้วยังมีการประชุมกลุ่มเล็กๆ ที่ชื่อว่า charlas (คล้ายๆ กับคำว่า chats) โดย charlas จะมีผู้เข้าประชุมประมาณ 30 ท่านสำหรับการปรึกษาของแต่ละหัวข้ออย่างลึกซึ้งในหัวข้อที่ตนเองมีความถนัดก่อนที่จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าในที่ประชุมใหญ่
จึงทำให้ที่ประชุมใหญ่ สามารถใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการตัดสินใจมิใช่ต้องมาพิจารณาในประเด็นต่างๆ แน่นอนว่าการพิจารณาดังกล่าวได้ทำอย่างเต็มที่ใน charlas เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผ่านการให้โอกาสสมาชิกทุกท่านที่สงสัยได้มีโอกาสตั้งคำถามและตอบกันอย่างเต็มที่ ด้วยกลยุทธ์ดังกล่าว ส่งผลให้ในสหกรณ์ขนาดใหญ่มีสมาชิกเข้าร่วมโหวตประมาณร้อยละ 70 ส่วนสหกรณ์ขนาดเล็กมีส่วนร่วมถึงร้อยละ 95
ท้ายสุด ยังมีตัวอย่างน่ารักๆ จากสหกรณ์การเกษตรของมอนดรากอน อาทิ เพื่อเป็นการจูงใจให้สมาชิกวัยเยาว์ให้เข้ามาร่วมในสหกรณ์ มาการจัดตั้ง ABC Club สำหรับสมาชิกที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปีให้เข้ามารับผลไม้ฟรีทุกๆ ครั้งที่เข้ามาเยี่ยมสหกรณ์ หรือ จะเป็นโครงการสหกรณ์วัยเยาว์ ที่จะให้สมุดสะสมแสตมป์กับสมาชิกวัยเด็ก เพื่อนำมารับแสตมป์ทุกครั้งที่เข้าเยี่ยมสหกรณ์โดยสามารถนำมาแลกรับรางวัล ทั้งหมดนับเป็นการสร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวกับสมาชิกทั้งหลาย
ในยุคที่บ้านเรากำลังมองหาการปฏิรูปในภาคส่วนต่างๆ กลุ่มสหกรณ์มอนดรากอนน่าจะถือเป็นต้นแบบที่เราสามารถนำแนวคิดไปประยุกต์ใช้กับองค์กรหรือในมิติต่างๆ ของสังคมไม่มากก็น้อยครับ
หมายเหตุ : หนังสือด้านการลงทุนด้วยข้อมูลเชิงมหภาค (Macro Investing) เล่มใหม่ของผู้เขียน “เล่นหุ้นต้องใช้ใจ... รวยได้ไม่รู้จบ” วางจำหน่ายทั่วประเทศแล้ว และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นประเด็นการลงทุน ได้ที่ www.facebook.com/MacroView และ bonthr.blogspot.com ครับ








