วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ต้องเปลี่ยนวิธีคิดแบบ 2 ขั้วสุดโต่งเราจึงจะหาทางออกให้ประเทศได้

ขณะนี้คนไทยขัดแย้งแบบรุนแรงไม่มีทางออกเพราะคิดแบบ 2 ขั้วสุดโต่งมากไป

รัฐบาลอ้างว่าพวกเขามาจากการเลือกตั้ง มีนโยบายอยู่ข้างคนจน อยู่คนละขั้วกับ “พวกอำมาตย์” และพวกคนรวย คนชั้นกลาง ขณะที่กลุ่มกปปส. อ้างว่า รัฐบาลขี้โกง ไม่ชอบธรรม ถ้าโค่นล้มระบอบทักษิณได้แล้ว ปฏิรูป 5 ข้อ ตามแนวทางสภาประชาชนของพวกตนแล้ว จะปฏิรูปประเทศได้ในปีครึ่งหรือสองปี

การสร้างให้คนเชื่อแบบ 2 ขั้วสุดโต่งของแต่ละกลุ่ม อาจจะช่วยปลุกระดมทางอารมณ์ ความเชื่อ เพื่อดึงให้คนที่มีธรรมชาติที่จะเชื่ออะไรได้รวดเร็วด้วยอารมณ์มาเข้าร่วมกับแต่ละกลุ่มมากขึ้น หรือผูกพันเหนียวแน่นขึ้น แต่การมองปัญหาแบบ 2 ขั้วสุดโต่ง ทั้ง 2 ขั้ว ไม่ได้มีเหตุผลและหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับอย่างแท้จริง

รัฐบาลชุดนี้มีโครงการประชานิยมที่กระจายสินเชื่อ เงินอุดหนุนไปช่วยคนจนอย่างกว้างขวางและรวดเร็วกว่าพรรคอื่นที่เคยเป็นรัฐบาลก่อนหน้านั้นจริง แต่โครงการเหล่านี้ให้ประโยชน์พวกทักษิณทั้งในแง่คะแนนเสียง การคอร์รัปชัน การกระตุ้นการใช้จ่ายที่ช่วยเอื้อธุรกิจที่พวกเขาควบคุมอยู่มากกว่าจะทำให้คนจนพัฒนาความเข้มแข็งได้จริง คนจนอาจจะมีรายได้หรือเงินกู้ได้บริโภคสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นในระยะสั้น แต่เป็นเรื่องการบริโภคมากกว่าการลงทุนไม่ได้มีการปฏิรูปเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจสังคม เช่น การปฏิรูปที่ดิน ปฏิรูปการเกษตร ปฏิรูปภาษีอากร ปฏิรูปการศึกษา ที่จะช่วยให้คนจนมีอำนาจต่อรองเพิ่มขึ้น และทำให้คนจนเข้มแข็งอย่างแท้จริงรัฐบาลกลุ่มทักษิณได้แต่ทำให้คนจนเป็นหนี้เพิ่มขึ้น และอยู่ภายใต้อุปถัมภ์การพึ่งพาของทุนผูกขาดเพิ่มขึ้น

แต่พวกคนจนเองไม่เข้าใจว่านโยบายประชานิยมเป็นผลเสียอย่างไร เพราะเป็นเรื่องไกลตัวที่เข้าใจยาก เมื่อเทียบกับการได้กู้เงินหรือได้เงินอุดหนุนมาให้เห็นชัดๆ ง่ายๆ โครงการประชานิยมทั้งหลายนั้นใช้งบประมาณของรัฐที่มาจากภาษีประชาชน และเงินกู้ภาครัฐ ซึ่งก็คือการเอาเงินในอนาคตของประชาชนมาใช้ ไปอย่างอีลุ่ยฉุยแฉก เพื่อการหาเสียงและหาผลประโยชน์ของระบอบทักษิณ (เช่น โครงการจำนำข้าวที่ขาดทุนไปแล้ว 4-5 แสนล้านบาท) ทำให้เศรษฐกิจสังคมไทยเสียหาย ภาครัฐเป็นหนี้เพิ่มขึ้น เศรษฐกิจไม่สมดุล และจะนำไปวิกฤตเศรษฐกิจถดถอยหรือตกต่ำได้ เมื่อถึงตอนนั้นคนทั้งประเทศทั้งคนรวย คนชั้นกลาง คนจน ต่างจะได้รับความเสียหายด้วยกันทั้งหมด

ปัญญาชนที่เคยนิยมซ้าย และพวกชนเสรีนิยม บางส่วนสร้างภาพว่าทักษิณเป็นพวกกลุ่มนายทุนใหม่ที่ก้าวหน้ากว่ากลุ่มการเมืองเก่าที่จารีตนิยมล้าหลัง ความจริงแล้วทักษิณไม่ใช่พวกเสรีนิยมก้าวหน้าอะไรเลยนอกจากคนที่ทำทุกอย่างเพื่ออำนาจ ผลประโยชน์ของตัวเองและพรรคพวก พวกเขาเป็นทั้งกลุ่มทุนผูกขาด ทุนนิยมขุนนาง ทุนข้ามชาติ กดขี่ขูดรีดตรงไหนได้ก็เอาทั้งหมด รวมทั้งใช้อำนาจรัฐทุจริตฉ้อฉลและหาผลประโยชน์ทับซ้อนด้วย ทักษิณเพียงแต่ใช้ปัญญาชนกลุ่มที่ต่อต้านแนวคิดจารีตนิยมกษัตริย์นิยมเป็นแนวร่วมและเป็นเครื่องมือเพื่อสร้างอำนาจ/ความมั่งคั่งให้ระบอบทักษิณเท่านั้น

กลุ่ม กปปส. เป็นกลุ่มแนวร่วมต่อต้านรัฐบาลรวบอำนาจและทุจริตที่มาจากคนหลากหลาย ไม่ใช่พวกอำมาตย์หรือพวกโรแยลลิสต์ล้วนๆ อย่างที่ปัญญาชนฝ่ายสนับสนุนทักษิณพยายามสร้างภาพ

กลุ่ม กปปส. เป็นกลุ่มต่อต้านทักษิณกลุ่มใหม่ที่แม้จะนำโดยมีอดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์กลุ่มหนึ่ง แต่จริงๆ แล้วประชาชนที่เข้าร่วมมาจากหลายกลุ่มพนักงาน พ่อค้า นักธุรกิจ ผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อย นักศึกษา ข้าราชการ คนทั่วไปทั้งพวกเสรีนิยมทุนนิยม เสรีนิยมก้าวหน้า พวกชาตินิยมจารีตนิยม โรแยลลิสต์ ที่ทนต่อการที่นักการเมืองทุจริตฉ้อฉลมากเกินไป ไม่ไหว

ข้อเสนอของกปปส. เรื่องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง คนเห็นด้วยมาก เพราะต้องการต่อต้านทักษิณที่ทุจริตและรวบอำนาจมาก แต่แนวทางการปฏิรูป 5 เรื่อง รวมทั้งการตั้งสภาประชาชนยังเป็นแนวคิดแบบทุนนิยมเสรีนิยม ที่ยังติดยึดอยู่กับแนวคิดแบบชนชั้นนำอยู่มาก เช่น เรื่องที่มาของสภาประชาชน 400 คน ที่จะให้ประชาชนตามอาชีพเลือกกันเอง 300 คน และ กปปส. เสนอชื่อให้คณะกรรมการคัดเลือกวุฒิสภาประเภทแต่งตั้งเลือก ก็เห็นได้ชัดว่า 100 คนหลังนี้ออกแบบให้ชนชั้นนำกลุ่มหนึ่งมีสิทธิพิเศษนั่นเอง แต่ที่ประชาชนสนับสนุนกปปส. มากเพราะคิดว่าระบอบทักษิณเป็นอันตรายกว่า ต้องร่วมมือกับกปปส. โค่นระบอบทักษิณให้ได้ก่อน แล้วค่อยมาถกกัน ผลักดันกันต่อว่าการจะปฏิรูปประเทศนั้นจะปฏิรูปอะไร แบบไหน อย่างไร เพื่ออะไร

การปฏิรูปประเทศซึ่งควรจะหมายถึงการเปลี่ยนแปลงทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจการเมืองสังคมของประเทศขึ้น เป็นธรรม มีประสิทธิภาพเพื่อส่วนรวมขึ้น เป็นเรื่องใหญ่โตซับซ้อนมาก ในประเทศที่มีความแตกต่างทางชนชั้น กลุ่มทางสังคม ระดับการศึกษา ความรู้ ความเชื่อ ฯลฯ มากอย่างไทย การจะเปลี่ยนแปลงประเทศเชิงปฏิรูป ยังจะต้องถกเถียง อภิปราย ต่อรอง ผลักดัน ต่อสู้กันทั้งในเรื่องผลประโยชน์ทางชนชั้น/กลุ่มสังคม และในเรื่องอุดมการณ์แนวคิดอีกมาก

ถ้ามองให้ไกลจริงๆ แล้ว ทั้งกลุ่มเพื่อทักษิณและกปปส. ไม่ใช่ทางออกในระยะยาวทั้งคู่ พวกเขามีแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจแนวทุนนิยมผูกขาดที่เป็นบริวารทุนข้ามชาติไม่ต่างกันนัก แต่ระบอบทักษิณส่งเสริมทุนนิยมสุดโต่งบวกกับการทุจริตฉ้อฉล ใช้อำนาจผูกขาดเพื่อหาประโยชน์ตนเองมาก ทำให้ระบบราชการอ่อนแอ สถาบันเศรษฐกิจการเมืองสังคมต่างๆ อ่อนแอ ประชาชนแตกแยก ทำให้ประเทศตกต่ำ เป็นเมืองขึ้นทางเศรษฐกิจระดับข้ามชาติเร็วยิ่งขึ้น

ส่วนกลุ่มกปปส. อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่ากลุ่มทักษิณในเชิงเปรียบเทียบ แต่แนวคิดนโยบายในการปฏิรูปประเทศเท่าที่เห็นมาจากคนชั้นสูง ชั้นกลางกลุ่มหนึ่งที่มีกรอบแนวคิดการพัฒนาแนวทุนนิยมอุตสาหกรรมที่เป็นบริวารทุนข้ามชาติเน้นการพึ่งการลงทุนค้าขาย กับทุนข้ามชาติอยู่นั่นเอง เพียงแต่พวกเขาต้องการปฏิรูปการบริหารจัดการกระจายภายในให้มีธรรมาภิบาลขึ้นบ้าง เพื่อที่ทุนในประเทศจะได้เติบโตและแข่งขันได้ดีกว่าระบอบทักษิณที่เป็นทั้งทุนข้ามชาติ ทั้งทุนที่ยึดอำนาจรัฐแบบรวบอำนาจมากไป โกงมากไป จนระบอบทักษิณกลายเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาทุนแห่งชาติ ทุนขนาดกลาง ขนาดเล็ก ที่เป็นคนละพวกกับทักษิณ

ภาคประชาชนจะต้องศึกษาปัญหาและจัดตั้งองค์กรของตนเองมากขึ้น ที่ก้าวหน้า และหลากหลายมากกว่ากปปส.จึงจะสามารถผลักดันการปฏิรูปทางโครงสร้างเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ให้มีความก้าวหน้า เป็นธรรม เป็นไปเพื่อประโยชน์ประชาชนส่วนใหญ่ได้อย่างแท้จริง