ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของคอร์รัปชันต่อประเด็นการพัฒนาในระยะยาว เช่ นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
เป็นประเด็นที่แวดวงวิชาการเศรษฐศาสตร์สนใจศึกษามาอย่างต่อเนื่อง งานศึกษาจำนวนมากสร้างความเข้าใจที่ดีขึ้นเป็นลำดับแต่นักเศรษฐศาสตร์ยังเผชิญความยากลำบากในการวัดขนาดและช่องทางการส่งผ่านผลกระทบจากคอร์รัปชันสู่การเจริญเติบโตระยะยาว ซึ่งมีสาเหตุหลักจากความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างคอร์รัปชันกับปัจจัยทางเศรษฐกิจสังคมและโครงสร้างเชิงสถาบันต่างๆ รวมถึงความหลากหลายของพฤติกรรมการคอร์รัปชันที่มีผลกระทบต่างกัน ซึ่งอุปสรรคเหล่านี้แท้จริงแล้วคือส่วนหนึ่งของอุปสรรคด้านการออกแบบโครงสร้างสถาบันเพื่อแก้ปัญหาคอร์รัปชันและส่งเสริมการเจริญเติบโตในระยะยาวที่ต้องการความเข้าใจในประเด็นดังกล่าวเป็นพื้นฐาน
การวัดผลของคอร์รัปชันต่อการเจริญเติบโตระยะยาวนั้นไม่ง่ายนักเพราะความสัมพันธ์ดังกล่าวไม่ใช่ความสัมพันธ์ในทิศทางเดียว คอร์รัปชันไม่เพียงเป็นสาเหตุที่ส่งผ่านผลกระทบไปสู่การเจริญเติบโตผ่านช่องทาง เช่น การลงทุน และประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากร เท่านั้น แต่ยังเป็น “ผลลัพธ์” ที่เป็นภาพสะท้อนของ ระบบกฎหมาย ระบบเศรษฐกิจ โครงสร้างสังคม และสถาบันทางการเมือง ซึ่งทิศทางของความสัมพันธ์ที่แตกต่างย่อมมีนัยต่อการแก้ปัญหาที่แตกต่างกันไปด้วย การต้านคอร์รัปชันเป็นเพียงด้านหนึ่งของการแก้ปัญหาเท่านั้น และถ้าคอร์รัปชันมิใช่เพียง “สาเหตุ” แต่เป็น “อาการ” ของปัญหาคุณภาพของสถาบันแล้ว การปราบคอร์รัปชันนั้นก็เป็นการแก้ปัญหาเพียงปลายเหตุ
กล่าวถึงคอร์รัปชันในฐานะสาเหตุ งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่าคอร์รัปชันซึ่งเป็นกิจกรรมส่งผ่านผลตอบแทนระหว่างผู้ให้และผู้รับสินบน โดยตัวของมันเองไม่ถือว่าเป็นต้นทุนต่อสังคมแต่ผลลบเกิดจากประสิทธิภาพการจัดสรรทรัพยากรที่ถูกบิดเบือนในหลายช่องทางซึ่งมีผลต่อการเจริญเติบโตตัวอย่างเช่น การลงทุนซึ่งคอร์รัปชันจะเพิ่มต้นทุนและลดผลตอบแทนการลงทุน คอร์รัปชันยังส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนในเทคโนโลยี โดยผู้ประกอบการที่คาดการณ์ว่าจะถูกเรียกเก็บสินบนจะตัดสินใจขยายขนาดการผลิตหรือลงทุนวิจัยและพัฒนาช้าลง บางรายจะย้ายเงินลงทุนบางส่วนไปสู่กิจกรรมนอกระบบ หรือลงทุนในเทคโนโลยีที่สามารถ “ถอนทุน” คืนได้ง่าย (high degree of reversibility) แต่เป็นการผลิตที่ขาดประสิทธิภาพ
ทรัพยากรเช่นโครงการลงทุนภาครัฐ จะถูกจัดสรรไปให้ผู้ที่สามารถหาช่องทางคอร์รัปชันได้ดีที่สุดซึ่งไม่จำเป็นว่าจะมีความสามารถในการสร้างประโยชน์จากทรัพยากรดังกล่าวได้ดีที่สุดคอร์รัปชันยังส่งผลต่อการจัดสรรทรัพยากรมนุษย์ โดยแรงงานที่มีความสามารถจะมีแรงจูงใจที่จะเข้าสู่ภาคเศรษฐกิจที่มีการคอร์รัปชันสูงเพราะมีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงขึ้นจากการคอร์รัปชัน
อีกช่องทางสำคัญคือเสถียรภาพทางการเมือง ผลประโยชน์จากคอร์รัปชันจะกระจุกอยู่ในกลุ่มผู้มีอำนาจจัดสรรทรัพยากรในภาคธุรกิจและภาครัฐ ซึ่งส่งผลลบต่อความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพทางการเมือง ซึ่งส่งผลต่อไปถึงการเจริญเติบโต
สำหรับคอร์รัปชันในฐานะ “ผลลัพธ์” หรือ “อาการ” ของปัญหาเชิงสถาบัน คอร์รัปชันเป็นผลมาจากคุณภาพของสถาบัน (เช่น ระบบกฎหมาย การมีธรรมาภิบาล การแข่งขันที่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจและการเมือง) ซึ่งถูกก่อรูปจากปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจหรือระดับการพัฒนา เช่น การเติบโตของทุนมนุษย์ การศึกษาที่ทั่วถึง และรายได้ อีกชั้นหนึ่ง สถาบันที่ดีต้องการระบบการศึกษา และทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพในการทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพโดยความสัมพันธ์แบบผกผันที่ชัดเจนระหว่างรายได้และระดับการคอร์รัปชันในประเทศต่างๆ (ดูรูปประกอบ) แสดงหลักฐานสอดคล้องกับสมมติฐานนี้อย่างไรก็ตามประเทศที่มีระดับรายได้ใกล้เคียงกันจะมีระดับการคอร์รัปชันกระจายแตกต่างกันพอสมควร ซึ่งแสดงให้เห็นว่าปัจจัยทางเศรษฐกิจ เช่น รายได้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคำอธิบายเท่านั้น
สถาบันทางเศรษฐกิจและการเมืองมีผลต่อขนาดการคอร์รัปชันเช่นกัน ซึ่งขึ้นกับว่าโครงสร้างดังกล่าวมีการจำกัดการแข่งขันและลดค่าเช่าทางเศรษฐกิจและการเมืองมากเพียงใด ในด้านเศรษฐกิจมีหลักฐานที่ชัดเจนว่าระดับของการเปิดประเทศรับการแข่งขันจากภายนอก เช่น การลดข้อจำกัดการนำเข้า การลดข้อจำกัดการกำกับดูแลการเข้าสู่ตลาด จะมีระดับคอร์รัปชันที่ต่ำลง ในด้านการเมือง เสรีภาพในการนำเสนอข่าวสารจะช่วยเสริมความเข้มแข็งของระบบการตรวจสอบและถ่วงดุล
การต่อต้านคอร์รัปชันนั้นขึ้นอยู่กับระบบกฎหมาย ระบบการเงิน และกระบวนการยุติธรรม เพื่อสร้างความเข้มแข็งของระบบตรวจสอบและความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐ แต่อุปสรรคที่สำคัญสำหรับประเทศกำลังพัฒนาคือ สถาบันที่สำคัญในการต่อต้านคอร์รัปชันเหล่านี้ค่อนข้างอ่อนแอและมีปัญหาคอร์รัปชันเสียเอง อุปสรรคอีกประการหนึ่งคือการปรับปรุงระบบและโครงสร้างทางสถาบันนั้นต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก
บางประเทศที่ประสบความสำเร็จในการต่อต้านคอร์รัปชัน เช่น ฮ่องกง และสิงคโปร์ มีการตั้งองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันที่เป็นอิสระและมีอำนาจดำเนินการที่กว้างขวางครอบคลุม แต่ในอีกหลายประเทศ องค์กรลักษณะนี้กลับถูกใช้เพื่อเป็นเครื่องมือในการจัดการกับคู่แข่งทางการเมือง
แนวทางอื่นๆ ในการต่อสู้กับคอร์รัปชันถูกนำมาใช้ในหลายประเทศ เช่น การลดการกำกับดูแล และขั้นตอนที่เป็นอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาด การส่งเสริมการแข่งขัน การเปิดเผยและเตรียมข้อมูลภาครัฐให้เข้าถึงได้ง่าย การเพิ่มผลตอบแทนของผู้ปฏิบัติงานในภาครัฐ รวมถึงการลดขนาดของภาครัฐลง ซึ่งความสำเร็จของมาตรการเหล่านี้ต่อการต่อต้านคอร์รัปชันยังไม่ชัดเจน งานศึกษาในประเด็นดังกล่าวยังคงมีอยู่อย่างจำกัด โดยแต่ละแนวทางอาจจะมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ของแต่ละประเทศแตกต่างกัน
หมายเหตุ : ชุดโครงการโมเดลใหม่ในการพัฒนาเศรษฐกิจไทย






