วันทำงานวันแรกอย่างเป็นทางการ ของศักราชใหม่ 2557 เปิดฉากขึ้น ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งทางการเมือง
ที่ยังหาจุดบรรจบกันไม่เจอ โดยที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ปรากฏว่าผู้สมัคร ส.ส. ที่พลาดหวังจากการสมัครในวันสุดท้ายเมื่อวันที่ 1 มกราคม ที่ผ่านมา จำนวน 20 คน จาก 8 พรรคการเมือง ได้รวมตัวกันเพื่อทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ด้วยการระบุว่าผู้สมัครทุกคนทั้งจาก 20 คน ได้เข้าไปอยู่ในสถานที่รับสมัครในช่วงเวลาที่เปิดรับสมัครในวันสุดท้าย แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ กกต. มารับสมัคร โดยอ้างว่าไม่สามารถเข้าได้ เนื่องจากมีผู้ชุมนุมปิดทางเข้าออก
ส่วนบรรยากาศที่สำนักงาน กกต.จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็เป็นไปอย่างวุ่นวาย คณะกรรมการการเลือกตั้งนครศรีธรรมราช ที่เหลืออยู่ 4 คน ได้หารือกันอย่างเคร่งเครียด ท้ายที่สุดได้ยื่นหนังสือลาออกต่อ กกต.กลาง ไป 3 คน ขณะที่การดำเนินการบริหารจัดการ หรือ การประชุมต่างๆ เพื่อลงมติ ไม่อาจทำได้อีกต่อไป เนื่องจากองค์ประชุมของ กกต.จังหวัดไม่ครบตามขั้นตอนของกฎหมายที่บัญญัติไว้
สำหรับภาพรวมสถานการณ์การเปิดรับสมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และการรับสมัคร ส.ส.ระบบแบ่งเขตนั้น เลขาธิการ กกต. แถลงว่ามีพรรคการเมืองลงสมัคร 53 พรรค ผู้สมัครทั้งสิ้น 1,272 คน ส่วนประเด็นพรรคเพื่อไทยและพรรคทวงคืนผืนป่าประเทศไทย ที่เสนอให้ขยายระยะเวลาการรับสมัคร และย้ายสถานที่รับสมัคร การเยียวยาผู้สมัครที่ไม่สามารถเข้าไปสมัครรับเลือกตั้งได้จำนวน 123 คน รวมถึงกระบวนการเลือกตั้งจะดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้น กกต. เห็นว่าข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายยังไม่ครบถ้วน จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่สำนักงานต่างๆ รวบรวมเอกสารและข้อกฎหมายมาเสนอต่อที่ประชุม กกต. อีกครั้งในวันที่ 3 มกราคม
ด้าน พรรคเพื่อไทย ยืนยันว่าจะเดินหน้าสู่การเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ และจะมีการปราศรัยใหญ่ทั้ง 77 จังหวัด โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 4-30 มกราคม ซึ่งในวันที่ 4 มกราคมจะเป็นวันเริ่มคิกออฟหาเสียง และเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ใน 5 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร ขณะที่ในฟากของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส. ก็ได้ประกาศว่าในวันที่ 5 มกราคม จะเริ่มเดินขบวนขับไล่รักษาการนายกรัฐมนตรี ก่อนปฏิบัติการ shutdown เมืองหลวงในวันที่ 13 มกราคม
ความขัดแย้งทางการเมืองช่วงหลังปีใหม่ จึงยังหาจุดบรรจบกันเพื่อหาทางออกไม่เจอ เพราะสถานการณ์ดูเหมือนว่าต่างฝ่ายต่างก็เดินหน้าผลักดันวาระ โดยในฟากของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ตัดสินใจไปก่อนหน้านี้ที่จะไม่เข้าร่วมในการเลือกตั้งทั่วไป ส่วน กปปส. ก็เรียกร้องให้ดำเนินการปฏิรูปด้านต่างๆ ก่อน จึงค่อยจัดการเลือกตั้ง และแม้ว่ารัฐบาลประกาศที่จะดำเนินการปฏิรูปประเทศหลังการเลือกตั้ง แต่ดูเหมือนว่าคู่ขัดแย้งก็ไม่ได้ให้ความเชื่อถือต่อกระบวนการปฏิรูปดังกล่าว
กระนั้น การหาทางคลี่คลายสถานการณ์และคลายปมปัญหาต่างๆ อย่างสันติในจุดนี้ เป็นสิ่งที่ฝ่ายต่างๆ สามารถกระทำได้ และควรหาทางออกโดยเร็วที่สุดเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ เพราะน่าจะดีกว่าการปล่อยให้สถานการณ์บานปลายออกไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นการเผชิญหน้ากันมากขึ้น หรือปล่อยให้ความขัดแย้งขยายวงออกไปจนหาจุดบรรจบกันไม่เจอ








