ปี 2556 ที่จะผ่านไปหมุนเวียนเข้าสู่ศักราชใหม่ปี 2557 แน่นอนปี 2556 เราเผชิญกับอุปสรรคหลายๆ ด้าน
แบบสะบักสะบอมกันเลยทีเดียว ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ด้านเศรษฐกิจต้องเผชิญกับเศรษฐกิจโลกผันผวน ซึ่งส่งผลกระทบต่อประเทศทั้งตลาดเงิน ตลาดทุน ตลาดการค้า เผชิญกับการส่งออกที่ดำดิ่งลงไป หาทางฟื้นไม่เจอ
เผชิญกับราคาน้ำมัน เผชิญกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างแท้จริง โดยมิอาจวัดได้ด้วยตัวเลขเงินเฟ้อของทางการ แต่เป็นค่าครองชีพสูงจากสภาพความเป็นจริง เผชิญกับกำลังซื้อที่ถดถอย ซึมเซา ผู้คนขาดอารมณ์ ขาดเม็ดเงินในการจับจ่ายใช้สอย ทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพียง 3% จากการคาดการณ์ว่าจะขยายตัว 4-5% ก็แผ่วลงอย่างน่าใจหาย
ด้านสังคม เราเผชิญกับมลพิษน้ำมันรั่วที่ทะเลระยอง เผชิญกับน้ำท่วมในจังหวัดภาคตะวันออก ฯลฯ
ด้านการเมือง เผชิญกับความขัดแย้งทางการเมืองมา 8-9 ปี และปะทุขึ้นเป็นระยะๆ ยังไม่สามารถก้าวข้ามไปได้ จนกระทั่งมาถึงช่วงปลายปี
ปรากฏการณ์ของมวลมหาประชาชน ผู้คนมากมายเดินลงสู่ท้องถนน เพราะมิอาจยอมรับได้กับรัฐบาล ที่ใช้อำนาจเกินขอบเขตและเกิดอาการย่ามใจฮึกเหิมในเสียงข้างมากของส.ส. ในสภาจนเกินเหตุ พวกเขาเห็นว่าถึงเวลาที่ต้องทวงอำนาจคืนมา พร้อมกับการกระชับอำนาจของนักการเมือง เพราะหากยังปล่อยสถานการณ์ไปเรื่อยๆ บ้านเมืองอาจตกลงเหว
พวกเขาเห็นว่าต้องแก้ไขระบบการเมืองที่ล้มเหลว
พวกเขาต้องการให้เกิดการปฏิรูปทุกด้านคือสังคม เศรษฐกิจ และ การเมือง ต้องการปฏิรูปให้มีการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ปฏิรูปกระบวนการเข้าสู่อำนาจ กระบวนการใช้อำนาจ การแทรกแซงระบบราชการและเอกชน ที่นำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชัน
ต้องการให้เกิดการปรับกระบวนการแก้ปัญหาเศรษฐกิจพร้อมๆ กับการเมือง ต้องไม่มีประชานิยมบ้าคลั่ง ต้องการให้ลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งจำเป็นต้องแก้เพราะหากไม่แก้จะหมุนวนกลับมาเป็นปัญหาอีก วนกลับมาเป็นความขัดแย้งแตกแยกอีก และถ้าไม่แก้ความเหลื่อมล้ำ นักการเมืองจะอาศัยช่องทางนี้เข้ามาสร้างความได้เปรียบทางการเมืองอีก
ด้านเศรษฐกิจ นักเศรษฐศาสตร์หลายคนให้มุมมองตรงกันว่าต้องแก้เร่งด่วน ในโครงการประชานิยม ที่รัฐบาลใช้จ่ายในโครงการเกินตัว และทำความเสียหายให้เกิดขึ้น หากปล่อยไปเรื่อยๆ และมีโครงการใหม่มาถมทับเข้าไปอีก กรณี ลด แลก แจก แถมต่างๆ ต้องไม่พร่ำเพรื่อจนเกินเหตุ เพียงเพื่อหวังแลกคะแนนเสียงและการเข้าสู่อำนาจ
ถ้ารัฐบาลใดทำโครงการที่เกิดความเสียหาย ทั้งๆ ที่รู้ หรือนักการเมืองคนใดทำโครงการแล้วเสียหาย โดยตั้งใจซ้ำแล้วซ้ำอีก จะต้องมีบทลงโทษทั้งทางแพ่งและอาญา อย่างกรณีโครงการประชานิยมจำนำข้าว ต้องมีบทลงโทษหากกระทำแล้วเกิดความเสียหายซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ
รัฐบาลในปี 2557 จะต้องเป็นรัฐบาลแห่งการปฏิรูป เปลี่ยนผ่านประเทศ ยกระดับประเทศ วางกฎ กติกา ให้เป็นที่ยอมรับของสังคม แต่ทุกอย่างต้องเกิดขึ้นในเงื่อนไข ไม่มีความรุนแรง
ปี 2557 จะเป็นปีแห่งการปฏิรูปอย่างแท้จริง









