วันที่ 25 ธ.ค 56 นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้มอบของขวัญวันคริสต์มาสให้กับประชาชนชาวไทย ด้วยการออกทีวี แถลงจัดตั้งสภาปฏิรูปประเทศ"
ซึ่งเป็นท่าทีล่าสุดของรัฐบาลรักษาการ พรรคเพื่อไทย ที่มีต่อสถานการณ์บ้านเมือง ในขณะที่มีการยุบสภา และมุ่งหน้าสู่การเลือกตั้ง ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ผู้เขียนไม่เห็นด้วยกับแนวคิดสภาปฏิรูปประเทศ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
1) ขัดเจตนารมณ์ รัฐธรรมนูญ มาตรา 181 มาตรานี้ เป็นผลจากการยุบสภา โดยผู้นำฝ่ายบริหาร ที่ใช้อำนาจ ยุบสภา ตามมาตรา 108 โดยเมื่อมีการยุบสภา จะทำได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น และจะต้องยุบเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ รวมทั้งมาตรา 108 นี้ บังคับว่า การจัดการเลือกตั้งใหม่จะต้องกระทำภายใน 45 ถึง 60 วันเท่านั้น
ในทางกฎหมายรัฐธรรมนูญ การยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนในการใช้อำนาจออกกฎหมาย คือ การคืนอำนาจของประชาชนกลับไปยังประชาชนทุกคนให้ได้ใช้อำนาจนั้นอีกครั้งในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
ดังนั้น ในสายตาของกฎหมายฝ่ายบริหาร คือ คณะรัฐมนตรี รวมถึงนายกรัฐมนตรี ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป เพียงแต่มาตรา 181 บังคับไว้อย่างชัดเจน ให้ “คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่” รวมทั้งในรายงานการประชุมของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ 33/2550 หน้า 28 ถึง 32 ก็มีการอภิปรายประเด็นนี้อย่างชัดเจนว่า ให้รัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีต้องอยู่ในหน้าที่ต่อไป แต่ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเข้ามาควบคุมการทำงาน ตาม (1) ถึง (4) ซึ่งเป็นเรื่อง ห้ามปลด โยกย้ายข้าราชการ และใน “(3) ไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติงานหรือโครงการหรือมีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป”
จากคำแถลงของนายกรัฐมนตรี ที่กล่าวว่า
“ทั้งนี้ เมื่อสภาปฏิรูปประเทศได้ดำเนินการในข้อใดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ทำรายงานเสนอนายกรัฐมนตรี และให้สภาปฏิรูปประเทศเปิดเผยรายงานดังกล่าวต่อสาธารณชน เพื่อที่จะได้ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินการตามเจตนารมณ์ต่อไป โดยกรอบของเวลาการดำเนินการขึ้นอยู่กับสภาปฏิรูปประเทศเป็นผู้กำหนดให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด
สำหรับผู้ที่เป็นห่วงถึงความต่อเนื่อง เมื่อมีการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 และมีรัฐบาลหลังการเลือกตั้งแล้วนั้น จะมีการกำหนดไว้ด้วยว่าเมื่อคณะรัฐมนตรีเข้าบริหารราชการแผ่นดิน ให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบให้การปฏิบัติงานตามคำสั่งนี้ดำเนินต่อไปอย่างสืบเนื่องตามเจตนารมณ์และแนวทางที่ทุกฝ่ายให้ความเห็นชอบแล้ว”
ถ้อยแถลงดังกล่าว เห็นได้ชัดเจนว่า รัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศต่อไป ภายหลังได้รับการเลือกตั้ง จากประชาชน จะต้อง มีการพิจารณา การทำงาน และประเด็นที่สภาปฏิรูปเสนอ ถึงแม้จะไม่ได้ใช้ถ้อยคำว่า จะต้องรับทราบถึงผลการทำงานของสภาปฏิรูปเท่านั้น แต่ ผู้เขียนมั่นใจว่า ไม่มีผู้นำคนไหน จะปฏิเสธการมีอยู่หรือประเด็นของสภาปฏิรูปได้ ดังนั้นผู้เขียนเห็นว่า สภาปฏิรูปนี้ อาจขัดต่อ เจตนารมณ์ ของ มาตรา 181 รธน. พ.ศ. 2550
2) สภาปฏิรูป ไม่มีความยึดโยงกับอำนาจประชาชน สิ่งที่เรียกว่า สภาปฏิรูปประเทศ ก็เพื่อให้มีผลในทางกฎหมายที่ ชัดเจน มีน้ำหนักมากขึ้น เพื่อแสดงให้เห็นถึงความจริงใจของรัฐบาลในการปฏิรูปประเทศ แต่ผู้เขียนไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมการสรรหา สภาปฏิรูปที่ประกอบด้วย ตัวแทน 11 คน ที่ คนแรก คือตัวแทนของฝ่ายทหาร และ ตัวแทนของหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง อีก 2 คน
กรรมการทั้ง11 คนนี้ จะเข้ามากำหนดองค์ประกอบและวิธีการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปประเทศ 499 คน โดย สมาชิก 499 คนนี้จะเข้ามาศึกษาและจัดทำข้อเสนอและแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ รวมทั้งจัดทำร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญด้วย
การให้อำนาจคณะกรรมการ 11 ท่านนี้ในการกำหนดรูปร่างหน้าตาของสมาชิกสภาปฏิรูปประเทศ โดยไม่ได้เปิดโอกาสโดยตรงเหมือนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่พรรคเพื่อไทยได้เสนอเมื่อมีการเสนอแก้ มาตรา 291 เมื่อปี พ.ศ. 2555 แต่ถูกศาลรัฐธรรมนูญ มีคำแนะนำให้ทำประชามติก่อนที่จะมีการแก้ทั้งฉบับเป็นการไม่ยึดโยงกับประชาชนเหมือนการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาที่กำหนดให้คณะกรรมการสรรหาวุฒิสมาชิก ทั้ง 7 คนมาจากองค์กรศาล และ องค์กรอื่นๆ ที่ไม่ยึดโยงกับประชาชนเข้ามาทำหน้าที่คัดเลือกวุฒิสมาชิกเช่นกัน ผู้เขียน ถึงเรียกว่า "สภา (อำมาตย์) ปฏิรูปประเทศ" เพราะไม่มีหนทางให้คนอย่างแม่บ้านทำความสะอาดของมหาวิทยาลัย ผู้เขียนที่จบ ป.4 มีสิทธิมีเสียงในการกำหนดวาระการปฏิรูปประเทศแต่อย่างใด
3) วาระการปฏิรูปประเทศ เป็นเรื่องใหญ่ที่สุดของประเทศที่ประชาชนทุกคนควรมีสิทธิได้แสดงความคิดเห็นหรือกำหนดประเด็นได้ ผู้เขียนเห็นว่าวาระปฏิรูปประเทศต้องให้ประชาชนได้ตัดสินใจทางการเมืองโดยผ่านการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เพื่อเป็นการสร้างความชอบธรรมของผู้ที่ได้รับเสียงจากประชาชนไปกำหนดวาระปฏิรูปประเทศได้ เพราะถือว่ารัฐบาลนั้นได้รับอาณัติมาจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ รัฐบาลที่ทำหน้าที่รักษาการต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับประเด็นทางการเมืองนี้ เพราะท่านได้พ้นจากหน้าที่ไปแล้ว
สรุป หน้าที่ของรัฐบาล คือ จะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 นี้ให้ได้ ต้องจัดให้มีการสมัครรับเลือกตั้งเป็นไปตามทีกฎหมายกำหนด และจะต้องให้ความสะดวกและกำชับคณะกรรมการการเลือกตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาในการจัดการเลือกตั้งและบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การเลือกตั้งดำเนินไปได้ แต่การจัดตั้งสภาปฏิรูปเพื่อกำหนดประเด็นที่สำคัญที่สุดของประเทศในระยะเวลา แค่ 1 เดือน ไม่มีทางที่จะทำสำเร็จในระยะเวลานี้ได้ และจะส่งผลให้รัฐบาลต่อไปต้องมีผลผูกพันที่อย่างน้อยก็ต้องให้สภาปฏิรูปนี้ ดำเนินการจนแล้วเสร็จและนำผลของการทำงานมาพิจารณาในรัฐบาลต่อไปอย่างแน่นอน
บทความวิชาการส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับองค์กรใด









