มหานครกรุงเทพศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ต้องเผชิญความไม่สงบทางการเมือง และมีทีท่าลากยาว
ภาคธุรกิจต้องมองหา "โอกาส" ในพื้นที่ใหม่ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยง นอกเหนือจากหัวเมืองหลัก หัวเมืองรอง และเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ช่วง 1-2 ปีนี้ ผู้ประกอบการหลายรายรุกปักธงเมืองค้าชายแดน สร้างฐานธุรกิจรองรับโอกาสการค้าการลงทุน จากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
กิจการค้าปลีกบุกเปิดสาขาแนวตะเข็บชายแดนทั้งซูเปอร์เซ็นเตอร์ ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ สินค้าอุปโภคบริโภค แม้กระทั่งสินค้าแฟชั่น "ไทยแบรนด์" ต่างรุกขยายตลาดตัวแทนจำหน่ายรับความนิยม "สินค้าไทย" ของเพื่อนบ้าน ที่มีอัตราการบริโภคที่ขยายตัวสูงตามเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านเป็นโอกาสทางการตลาดที่สำคัญของผู้ประกอบการไทยในการ "ส่งออก" หรือรุกเข้าเปิดตลาด
แนวตะเข็บชายแดนไทยสู่เพื่อนบ้านโดยรอบเชื่อมต่อหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียน ทั้งพม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม จีนตอนใต้ มาเลเซีย จึงเป็นจุดยุทธศาสตร์การค้า-การลงทุนที่สำคัญของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ ทั้งค้าปลีก โรงแรม ที่อยู่อาศัย ฯลฯ
ไทยในฐานะศูนย์กลางแห่งภูมิภาคสามารถเชื่อมการค้าชายแดนเปิดประตูสู่ "อินโดจีน" และ "เออีซี" หลายช่องทางด้วยกัน ตั้งแต่สระแก้ว ปราจีนบุรี เชื่อมกัมพูชา เชียงราย-เชียงใหม่ เชื่อมลาว และจีนตอนใต้ ชายแดนแม่สอด จ.ตาก เชื่อมพม่า หนองคาย- อุดรธานี เชื่อมลาว หาดใหญ่ สู่มาเลเซีย รวมไปถึงเส้นทางเชื่อมโครงการทวาย ที่มีกาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐมเป็นหน้าด่านของไทย
อย่างไรก็ดี ไทยยังต้องเร่งพัฒนาโครงข่ายคมนาคม สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานรองรับการขยายตัวด้านการค้า การลงทุน อย่างเร่งด่วน ทำอย่างไรให้ "ผู้คน" สามารถเดินทางข้ามเมือง ข้ามประเทศเป็นไปโดยสะดวก ไม่ว่าจะเป็นโครงการสะพานข้ามแดนไทยสู่เพื่อนบ้าน รถไฟความเร็วสูง การขยายสนามบิน สายการบินต้นทุนต่ำ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดประสิทธิภาพของระบบโลจิสติกส์ การขนส่งหรือเดินทางในต้นทุนที่ต่ำลงทั้งเชิงธุรกิจ ท่องเที่ยว ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้อย่างมาก
ต้นทุนการเดินทางที่ต่ำลงในภูมิภาคอาเซียนขณะที่ประชาชนในแต่ละประเทศมีแนวโน้มรายได้สูงขึ้นจากการเติบโตของเศรษฐกิจ กำลังซื้อ ทำให้เกิด "การเดินทาง" ส่งผลดีต่อภาคการค้าทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ท่องเที่ยว โรงแรม อุปโภคบริโภค ร้านอาหาร ภัตตาคาร ธุรกิจขนส่ง ฯลฯ
ข้อมูลศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าปีหน้ามูลค่าการส่งออกจากการค้าชายแดนของไทยกับ 3 ประเทศเพื่อนบ้าน พม่า ลาว และกัมพูชา จะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 10% สอดรับแนวโน้มการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะ พม่า และลาว หนุนการส่งออกสินค้ากลุ่มเครื่องจักร สินค้าทุน วัสดุก่อสร้าง รวมไปถึงสินค้าอุปโภคบริโภค อาทิ สินค้าเครื่องดื่มทั้งชนิดมีแอลกอฮอล์และไม่มีแอลกอฮอล์ อาหารสำเร็จรูป เครื่องสำอาง สบู่ โทรศัพท์มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้าตลอดจนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จากไทย
ไม่ต้องข้ามฟากแข่งไกลไปถึงยุโรป หรือสหรัฐ ยังมีโอกาสมหาศาลแค่เอื้อมจากพื้นที่การค้าชายแดนรอบประเทศไทยขับเคลื่อนธุรกิจและเศรษฐกิจได้อีกทาง!!






